บุกจับ “คนอันตราย” ติดคุก 14 ปีไม่เข็ด พกปืน 2 กระบอก ก่อเหตุวันเดียว 3 เรื่อง 3 คดี

สืบโคกครามรวบ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม นำกำลังจับกุม นายวิศิษฏ์พงษ์ อายุ 34 ปี ตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 6142/2568 ลง 21 ต.ค.68 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น, พกพาอาวุธปืน, ยิงปืนในที่สาธารณะฯ, ทำให้เสียทรัพย์ พร้อมของกลางอาวุธปืน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีฟ้า ทะเบียน กท 1027 ชัยนาท โดยจับกุมได้ภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา นายนาวิน อายุ 44 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ว่าขณะที่ตนกำลังขับรถอยู่บนถนนบริเวณหน้าอู่ซ่อมรถยนต์ 911 ภายในซอยนวมินทร์74 แยก1-5 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. มีคนร้ายขับรถเก๋งมาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายแล้วขับรถปาดหน้าไปดักรอด้านหน้าก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงมาที่ตนแต่ไปถูกบริเวณตู้กระบะทึบด้านท้ายรถก่อนจะหลบหนีไปชุดจับกุมตรวจที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด สืบสวนจนทราบตัวคนร้ายคือ นายวิศิษฏ์พงษ์ เป็นบุคคลเดียวกันกับคนที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ สน.โคกคราม เมื่อวันที่ 11 ต.ค.68 วันนี้ืได้รับแจ้งว่าพบคนร้ายอยู่ที่ห้องพักโรงแรมจึงบุกเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง สอบสวนนายวิศิษฏ์พงษ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจากการตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับติดตัวอีก 3 หมาย ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ 2 หมาย และร่วมกันลักทรัพย์ 1 หมาย นายวิศิษฏ์พงษ์ มีพ่อแม่เป็นอดีตตำรวจสันติบาล เกษียณราชการทั้งคู่ เคยติดคุกมา 14 ปี ในคดี ร่วมกันปล้นทรัพย์ พื้นที่สน.คลองตัน ออกจากคุกมาเมื่อต้นปี 68 ก่อนจะมาก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ สน.โคกคราม ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 ต.ค.68 จากนั้นได้รับการประกันตัวในชั้นศาล กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 17 ต.ค. ได้ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ ในพื้นที่ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ช่วงเที่ยงมาก่อเหตุพยายามฆ่าในพื้นที่ สน.โคกคราม และช่วงเย็นได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่ที่อู่ซ่อมรถ พื้นที่ สน .บึงกุ่ม วันเดียวก่อเหตุ 3 คดีรวด ล่าสุดเช้าวันนี้ก็ได้ก่อเหตุยิงอาวุธปืนข่มขู่ในพื้นที่ สน.พระโขนง ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวดังกล่าวทั้งนี้ภายหลังการจับกุม พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ได้มอบรางวัลให้กับชุดจับกุม ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


Posted

in

by

Tags: