เปิดประวัติ ออยศรี เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก จากผู้ติดตามคดีหวย 30 ล้าน สู่การเป็นผู้สนับสนุนทนายตั้ม ก่อนแตกหักจนมีคดีความหลายคดี ล่าสุดร้องตรวจสอบเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี และเปิดศึกโต้เดือดกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรมแม้ชื่อของออยศรีจะกลับมาอยู่ในกระแสจากข้อขัดแย้งครั้งล่าสุด แต่ก่อนหน้านี้เธอมีบทบาทติดตามคดีความและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบุคคลสาธารณะมาหลายปี โดยเฉพาะกรณีของ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ซึ่งครั้งหนึ่งออยศรีเคยเป็นผู้สนับสนุน ก่อนความสัมพันธ์จะแตกหักและกลายเป็นคู่กรณีที่ฟ้องร้องกันหลายคดีออยศรี คือใคร รู้จักเจ้าของเพจออยศรีและผองเผือกออยศรี มีชื่อจริงว่า นางสาวบุญยนุช แสงศรี ตามชื่อที่ปรากฏในรายงานข่าวปัจจุบัน เป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ออยศรีและผองเผือก ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีความ ข้อร้องเรียน และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของบริษัท ที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด โดยมีบทบาทประสานงานกับผู้ร้องเรียนและนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ออยศรีเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีที่ได้รับความสนใจระดับประเทศย้อนกลับไปในปี 2561 ระหว่างการติดตาม คดีหวย 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์สลากกินแบ่งรัฐบาลระหว่าง ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล อดีตตำรวจ กับ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชาขณะนั้น ทนายตั้มทำหน้าที่เป็นทนายความให้ฝ่ายร้อยตำรวจโทจรูญ ส่วนออยศรีเป็นผู้ติดตามคดีผ่านเฟซบุ๊กและชื่นชมแนวทางการทำงานของทนายตั้ม จึงเริ่มติดต่อพูดคุยและช่วยติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีระหว่างติดตามคดีหวย 30 ล้านบาท ออยศรีได้รู้จักกับผู้หญิงอีกสองคนที่สนใจคดีเดียวกัน ก่อนรวมตัวเป็นกลุ่มที่ภายหลังรู้จักกันในชื่อ แก๊งสามศรี ประกอบด้วย ออยศรี ปลาศรี และโบว์ศรีทั้งสามคนแลกเปลี่ยนข้อมูลกันผ่านช่องทางสนทนาส่วนตัว โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า พาวเวอร์พัฟเกิล ก่อนร่วมกันสร้างเพจเฟซบุ๊กเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสนับสนุนการทำงานของทนายตั้มเพจที่กลุ่มสามศรีมีส่วนร่วมสร้าง ได้แก่ เผือกเรนเจอร์ และ ออยศรีและผองเผือก โดยรายงานคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ระบุว่า เพจออยศรีและผองเผือกเปิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561สำหรับที่มาของชื่อ ออยศรี รายงานย้อนหลังของ The Thaiger ระบุว่า เป็นชื่อที่ทนายตั้มใช้เรียกออย โดยนำชื่อมาผสมกับส่วนหนึ่งของนามสกุล ก่อนกลายเป็นชื่อที่ใช้บนสื่อสังคมออนไลน์จนเป็นที่รู้จักFB/ออยศรีและผองเผือกจากผู้สนับสนุนทนายตั้ม สู่ความขัดแย้งที่แตกหักหลังจากรู้จักและช่วยติดตามข้อมูลให้ทนายตั้มได้ระยะหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างออยศรีกับทนายความชื่อดังเริ่มมีปัญหา โดยทั้งสองฝ่ายให้คำอธิบายถึงสาเหตุความขัดแย้งแตกต่างกันออยศรีเคยให้สัมภาษณ์กับ PPTV เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ว่า เธอสนับสนุนทนายตั้มมาตั้งแต่คดีหวย 30 ล้านบาท แต่ภายหลังเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงาน ทรัพย์สิน และเส้นทางการเงินของทนายตั้ม จนความสัมพันธ์เริ่มแตกหักตั้งแต่ปี 2561ขณะที่ทนายตั้มเคยให้สัมภาษณ์กับช่อง 8 ว่า รู้จักกลุ่มสามศรีในฐานะผู้ติดตามที่ช่วยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีหวย 30 ล้านบาท แต่เมื่อเริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับพฤติกรรมบางอย่าง จึงตัดสินใจถอยห่าง โดยปฏิเสธว่ามีความสัมพันธ์สนิทสนมกับออยศรีตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างความขัดแย้งที่ดำเนินมาหลายปีเริ่มปรากฏต่อสาธารณะอย่างชัดเจนในวันที่ 26 เมษายน 2566 เมื่อ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจ โพสต์ภาพคู่กับออยศรีผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมแนะนำว่าเธอเป็นผู้ที่รู้จักและเคยช่วยเหลือทนายตั้มมาก่อนชูวิทย์เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับออยศรีเกี่ยวกับข้อมูลของทนายตั้ม และระบุว่าจะปล่อยให้เธอติดตามประเด็นเกี่ยวกับทนายความชื่อดังต่อไป ส่วนตนจะหันไปจัดการเรื่องอื่นต่อมาวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ทนายตั้มจัดแถลงข่าวชี้แจงข้อกล่าวหาที่กำลังเป็นประเด็นในขณะนั้น ออยศรีเดินทางไปยังสถานที่แถลงข่าวด้วย แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรับฟังภายหลังออยศรีให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับทรัพย์สิน เส้นทางการเงิน และการดำเนินงานของมูลนิธิที่ทนายตั้มเกี่ยวข้อง ขณะที่ทนายตั้มปฏิเสธข้อกล่าวหาและชี้แจงประเด็นที่ถูกตั้งคำถามจากอดีตผู้สนับสนุนที่เคยช่วยติดตามข้อมูลคดีหวย 30 ล้านบาท ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงกลายเป็นข้อพิพาทที่มีการฟ้องร้องกันหลายคดีในเวลาต่อมาFB/ออยศรีและผองเผือกย้อนคดีความ ออยศรี กับทนายตั้ม ศาลตัดสินอย่างไรบ้างวันที่ 23 ตุลาคม 2567 โบว์ศรี อดีตสมาชิกกลุ่มสามศรี เดินทางไปขอโทษทนายตั้มที่สำนักงานกฎหมาย หลังจากทั้งสองฝ่ายมีข้อพิพาทกันในชั้นศาลโบว์ศรีให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้เธอได้รับข้อมูลเกี่ยวกับทนายตั้มผ่านสมาชิกคนอื่นในกลุ่มเป็นหลัก โดยไม่ได้พูดคุยกับทนายตั้มโดยตรง เมื่อมีโอกาสตรวจสอบพยานหลักฐานระหว่างการดำเนินคดี จึงพบว่าข้อมูลบางส่วนที่เคยรับทราบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และตัดสินใจถอนตัวจากการทำงานกับเพจด้านทนายตั้มระบุว่า เดิมทีสมาชิกกลุ่มสามศรีเป็นผู้สนับสนุนตนเอง แต่ภายหลังเพจที่เคยใช้สนับสนุนกลับเผยแพร่ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ตนและครอบครัว จึงตัดสินใจใช้สิทธิทางกฎหมายต่อมาวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1574/2566 ซึ่งบริษัท ษิทรา ลอว์เฟิร์ม และทนายตั้ม เป็นโจทก์ฟ้องออยศรีกับแอดมินเพจรวม 3 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาคดีนี้มีที่มาจากการเผยแพร่ข้อความวิจารณ์ความสามารถในการทำงานของทนายตั้ม รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการคิดค่าปรึกษาคดีด้วยการจับเวลา โดยศาลพิจารณาว่าจำเลยไม่สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาสำคัญตามที่เผยแพร่ได้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ปรับคนละ 30,000 บาท ก่อนลดโทษให้หนึ่งในสาม เนื่องจากคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีคงโทษจำคุกคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 20,000 บาท และให้รอการลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี พร้อมสั่งให้ลบข้อความที่เป็นคดี เผยแพร่คำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์และเพจเฟซบุ๊ก รวมถึงชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์รวม 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาการรอการลงโทษหมายความว่า จำเลยยังไม่ต้องรับโทษจำคุกในเรือนจำ หากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดหลังฟังคำพิพากษา ออยศรีโพสต์ข้อความผ่านเพจว่า เคารพคำตัดสินของศาลชั้นต้น แต่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไปอย่างไรก็ตาม คดีที่ทนายตั้มฟ้องออยศรีไม่ได้มีผลออกมาในลักษณะเดียวกันทั้งหมดวันที่ 22 มกราคม 2568 ศาลอาญามีคำพิพากษาอีกคดีหนึ่ง หมายเลขดำ อ.1938/2566 ซึ่งทนายตั้มเป็นโจทก์ฟ้องออยศรีกับพวกรวม 3 คน กรณีเผยแพร่ข้อความวิพากษ์วิจารณ์คลิปการพูดคุยกับครูปรีชาในคดีหวย 30 ล้านบาทศาลพิจารณาว่า ทนายตั้มเป็นบุคคลสาธารณะ ส่วนเหตุการณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มีคลิปปรากฏอยู่จริงและเป็นประเด็นข่าว การแสดงความคิดเห็นของจำเลยจึงอยู่ในขอบเขตการติชมโดยสุจริตศาลพิพากษายกฟ้องออยศรีกับพวกทั้งหมดในคดีนี้สำหรับข้อพิพาทกับบุคคลอื่น วันที่ 18 มิถุนายน 2569 The Thaiger รายงานคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีระหว่างออยศรีกับ รองศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อความที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ภายหลังการพิจารณาคดี อ.อ๊อด และออยศรีต่างโพสต์รายงานผลคำพิพากษาผ่านเฟซบุ๊ก แต่ให้รายละเอียดจำนวนโทษและค่าปรับไม่ตรงกันอ.อ๊อด ระบุว่า ศาลพิพากษาจำคุกออยศรี 1 ปี 1 เดือน โดยให้รอการลงโทษและปรับ 180,000 บาท ขณะที่ออยศรีชี้แจงว่า ศาลพิพากษาว่ามีความผิดบางกรรม ส่วนข้อกล่าวหาอื่นถูกยกฟ้อง และระบุจำนวนค่าปรับแตกต่างออกไป พร้อมประกาศว่าจะใช้สิทธิอุทธรณ์ทั้งนี้ ผลคำพิพากษาที่มีรายงานในคดีต่าง ๆ เป็นผลตามวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา โดยยังไม่มีข้อมูลยืนยันสถานะล่าสุดในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาครบทุกคดีFB/ออยศรีและผองเผือกออยศรี ร้องตรวจสอบเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ปมเงิน 1,000 บาทล่าสุด ชื่อของออยศรีกลับมาอยู่ในความสนใจจากกรณี เงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี หลังมีการเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ และมีข้อสงสัยว่าเงินบริจาคบางส่วนอาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ประเด็นเริ่มได้รับความสนใจเมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า เงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิถูกโอนไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการพูลวิลลาในจังหวัดภูเก็ตของ ก๊อต อธิป อนันทวรรณ สามีของบุ๋ม ปนัดดาวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ออยศรีเดินทางพร้อมทนายความและตัวแทนผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องเรียนให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคและเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดีออยศรีเปิดเผยว่า เธอเคยโอนเงินบริจาคจำนวน 1,000 บาท เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเข้าใจว่าเป็นการบริจาคเข้ามูลนิธิ แต่ภายหลังเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับชื่อบัญชีที่รับเงินและการนำเงินบริจาคไปใช้นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการรับบริจาค โดยระบุว่าพบข้อมูลบัญชีรวม 3 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีชื่อมูลนิธิ 1 บัญชี และบัญชีที่มีชื่อบุ๋ม ปนัดดา อีก 2 บัญชี พร้อมตั้งคำถามว่าใครมีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายและเงินถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ก่อนหน้านี้ ฝ่ายกฎหมายของมูลนิธิองค์กรทำดีออกเอกสารชี้แจงเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับบัญชีรับบริจาคที่เปิดเผยต่อสาธารณะ 2 บัญชี โดยระบุว่า บัญชีที่มีชื่อบุ๋มเปิดใช้มาตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนมูลนิธิ และคณะกรรมการเคยมีมติรับรองการใช้บัญชีสำหรับกิจกรรมขององค์กรส่วนประเด็นเงินที่โอนไปยังผู้รับเหมาก่อสร้าง บุ๋ม ปนัดดา ชี้แจงว่า เข้าใจว่าเงินที่จ่ายมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างและปรับปรุงอาคารของมูลนิธิในจังหวัดปทุมธานี โดยยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องที่ผู้รับเหมาโอนเงินบางส่วนต่อไปยังบัญชีของสามีขณะที่ผู้รับเหมาซึ่งถูกกล่าวถึงในข่าว ชี้แจงว่าไม่ได้รับจ้างก่อสร้างอาคารมูลนิธิที่จังหวัดปทุมธานี แต่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการพูลวิลลาในจังหวัดภูเก็ต และยอมรับว่ามีเงินบางส่วนโอนผ่านบัญชีของตน ก่อนโอนต่อไปยังบัญชีของก๊อต อธิป ตามคำสั่งที่ได้รับต่อมาวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ออยศรีเดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. พร้อมนำเอกสารหลักฐานการบริจาคและข้อมูลที่เกี่ยวข้องมามอบให้เจ้าหน้าที่ออยศรียืนยันว่า ไม่เคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกับบุ๋ม ปนัดดา และไม่ได้ร้องเรียนเพราะต้องการสร้างกระแส โดยมองว่าผู้บริจาคมีสิทธิขอให้ตรวจสอบการใช้เงิน ไม่ว่าจะบริจาคจำนวนมากหรือน้อยเธออธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ตนจะบริจาคเพียง 1,000 บาท แต่หากบริจาคเพียง 5 บาท ก็ยังถือว่าเป็นเงินบริจาคที่ผู้รับควรนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้สำหรับข้อร้องเรียนเรื่องเส้นทางเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยข้อกล่าวหาและข้อมูลธุรกรรมที่ถูกเผยแพร่ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดตามกฎหมายดราม่า ออยศรี ปะทะ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม เกิดอะไรขึ้นหลังออยศรีเข้าร้องเรียนให้ตรวจสอบเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ชื่อของเธอถูกพูดถึงระหว่างการไลฟ์สดของ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม จนกลายเป็นข้อขัดแย้งที่มีการตอบโต้กันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต้นเรื่องเกิดขึ้นระหว่างที่ อ.เบียร์ กำลังไลฟ์สดขณะนั่งอยู่ในรถ มีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้อาจารย์เบียร์ระวังออยศรี ก่อนมีการอธิบายว่าเธอเป็นผู้ที่เดินทางไปร้องเรียนกรณีเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดีเมื่อทราบว่าออยศรีเคยบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท อ.เบียร์ แสดงความคิดเห็นเชิงประชดประชันถึงการนำเงินจำนวนนี้มาเป็นเหตุในการร้องเรียน ก่อนกล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนทุกคนมีสิทธิร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบการใช้เงินบริจาค หากมีข้อสงสัยก็ควรเปิดโอกาสให้ตรวจสอบอย่างไรก็ตาม คำพูดเรื่องเงิน 1,000 บาททำให้ออยศรีไม่พอใจ เพราะมองว่าจำนวนเงินบริจาคไม่ควรถูกนำมาใช้ลดความสำคัญของสิทธิในการตรวจสอบองค์กรที่รับเงินจากประชาชนFB/ออยศรีและผองเผือกระหว่างที่ประเด็นกำลังได้รับความสนใจ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านไลฟ์สด โดยระบุว่าไม่ควรประเมินออยศรีต่ำเกินไป พร้อมยืนยันว่าผู้บริจาคมีสิทธิเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เงินได้ทนายเดชายังตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่งออยศรีหันไปตรวจสอบการดำเนินงานของ อ.เบียร์ ขึ้นมาบ้าง จะเกิดอะไรขึ้นต่อมาออยศรีออกมาไลฟ์สดตอบโต้ พร้อมเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีบุคคลโทรศัพท์มาหาตนเอง โดยอ้างว่า อ.เบียร์ ต้องการให้เข้าร่วมไลฟ์สด แต่เมื่อเข้าร่วมกลับได้รับคำตอบจาก อ.เบียร์ ว่าไม่ได้เป็นคนเรียกมา ก่อนเกิดการโต้เถียงและใช้ถ้อยคำรุนแรงระหว่างกันออยศรียอมรับว่าไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลที่โทรศัพท์มาติดต่อได้รับมอบหมายจาก อ.เบียร์ จริงหรือไม่ หรือเป็นผู้ติดตามที่นำชื่อไปแอบอ้าง พร้อมเรียกร้องให้อีกฝ่ายช่วยตักเตือนผู้ติดตามที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนอกจากนี้ ยังวิจารณ์คำพูดของ อ.เบียร์ ที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาค 1,000 บาท โดยมองว่าการรับเงินบริจาคจากประชาชนไม่ควรมีการดูแคลนจำนวนเงิน ไม่ว่าจะบริจาคมากหรือน้อยด้าน อ.เบียร์ ออกมาไลฟ์สดตอบโต้ โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้ง และไม่ยอมรับการถูกต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมระบุว่าไม่เคยเรียกร้องให้ออยศรีหรือบุคคลใดต้องมาเคารพนับถือตนเองระหว่างการไลฟ์ อ.เบียร์ ยังพูดถึงประเด็นการตรวจสอบมูลนิธิ โดยประกาศว่าไม่กังวลหากออยศรีต้องการเข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรที่ตนเกี่ยวข้อง พร้อมเปิดทางให้นัดวันเวลาและพาผู้เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมตรวจสอบได้อ.เบียร์ ระบุว่า ออยศรีสามารถเชิญผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักการเมือง หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาร่วมตรวจสอบได้ โดยยืนยันว่าไม่มีเหตุผลต้องหวาดกลัว เพราะตนไม่ได้กระทำความผิดจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ความขัดแย้งระหว่างออยศรีกับ อ.เบียร์ ยังคงเป็นการโต้ตอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยยังไม่มีรายงานยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายได้นัดหมายเข้าพบกันตามคำท้าทาย หรือมีการยื่นเรื่องตรวจสอบมูลนิธิของ อ.เบียร์ จากข้อขัดแย้งครั้งนี้อย่างเป็นทางการอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสรุปดราม่า ออยศรี ปะทะ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ปมบริจาคพันบาท ท้าตรวจมูลนิธิย้อนโพสต์ บุ๋ม ปนัดดา เปิดรับบริจาคสร้างบังเกอร์ ช่วงไทย-กัมพูชาตึงเครียดบุ๋ม ปนัดดา เข้าพบตำรวจ ก่อนนัด 12 พ.ย. มอบสัญญาซื้อขายที่ดินนครนายกแหล่งข้อมูลอ้างอิงFB/ออยศรีและผองเผือกผู้จัดการออนไลน์
ประวัติ ออยศรี คือใคร จากผู้สนับสนุนทนายตั้ม สู่ดราม่า อ.เบียร์ คนตื่นธรรม
by
Tags: