เจาะลึกสมรภูมิความปลอดภัยยุค Agentic AI เมื่อมัลแวร์ปรับโค้ดอัตโนมัติ องค์กรต้องปรับเกมรับมือเชิงรุกด้วยความเร็วระดับ Machine Speedย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2023 หลายคนคงตื่นเต้นกับการได้พิมพ์คุยกับ ChatGPT ในฐานะ Conversational AI ที่ตอบได้สารพัดเรื่องเหมือนเพื่อนรอบรู้แต่ใครจะเชื่อว่าผ่านไปเพียงไม่กี่ปี โลกปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นแชตบอตช่างคุยอีกต่อไป เพราะเราได้ก้าวข้ามเข้าสู่ยุค Agentic AI หรือ Autonomous AI เป็นที่เรียบร้อยแล้วจาก แชตบอตช่างคุย สู่เอเจนต์ลงมือทำงานจริงจุดเปลี่ยนสำคัญของ Agentic AI คือ ความสามารถในการ คิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และลงมือทำแทนมนุษย์แบบอัตโนมัติ โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงฐานข้อมูลที่เคยเทรนมาในอดีต แต่สามารถหยิบจับเครื่องมือ เชื่อมต่อระบบภายนอก ท่องเว็บไซต์แบบ Real-time และเข้าถึงเพื่อแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลได้เองนายอวิรุทธ์ เลี้ยงศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบย์ คอมพิวติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ BAYCOMS ได้สะท้อนมุมมองในงานครบรอบ 30 ปี ไว้อย่างน่าสนใจว่า AI กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจแต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสามารถระดับ Autonomous ก็ทำให้รูปแบบภัยคุกคามทางไซเบอร์พลิกโฉมไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อ AI คิดและดำเนินการเองได้ ผู้ไม่หวังดีก็นำขีดความสามารถเดียวกันนี้ไปใช้เป็นอาวุธโจมตีด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์หลายเท่าตัวเมื่อมัลแวร์มีสมอง การกำเนิดของ Dynamic & Polymorphic Malwarในอดีต มัลแวร์มักมีรูปแบบโค้ดที่ค่อนข้างตายตัว ระบบความปลอดภัยจึงใช้ฐานข้อมูลในการตรวจจับ แต่ในยุค Agentic AI คนร้ายสามารถสั่งให้ AI พัฒนามัลแวร์ขึ้นมาใหม่ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือการสร้าง Dynamic / Polymorphic Malwareมัลแวร์ประเภทนี้สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างและรูปแบบโค้ดของตัวเองได้แบบอัตโนมัติทุกครั้งที่ลงบนเครื่องเป้าหมาย ทำให้ไม่มีความซ้ำเดิม ส่งผลให้โปรแกรม Antivirus แบบดั้งเดิมแทบจะหมดความหมาย โดยตรวจจับได้ไม่ถึง 10% และในแต่ละวัน มีตัวอย่างมัลแวร์และแรนซัมแวร์ใหม่ ๆ ถูกส่งเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางอย่าง AV-TEST สูงถึงกว่า 450,000 ตัวอย่างต่อวันยิ่งไปกว่านั้น การโจมตียังพัฒนาเป็นรูปแบบอัตโนมัติเต็มตัวผ่านโมเดล Ransomware as a Service (RaaS) ที่มีทั้งระบบคิดเงิน เรียกค่าไถ่ และเจาะระบบแบบครบวงจร โดยผู้โจมตีอาจไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญระดับสูง เพียงแค่ปล่อยให้ระบบอัตโนมัติวิ่งสแกนหาช่องโหว่และเจาะเข้าระบบได้ทันทีตั้งรับระดับ Machine Speed เมื่อคนเพียงอย่างเดียวสปีดไม่ทันเมื่อผู้โจมตีใช้ AI วิ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วระดับวินาที หรือระดับ Machine Speed การที่องค์กรจะตั้งรับด้วยการรอให้เจ้าหน้าที่ SOC นั่งจ้องหน้าจอ เพื่อรอแจ้งเตือนแล้วค่อยมาคลิกวิเคราะห์ ย่อมสายเกินการณ์ไปแล้ว เพราะบางระบบอาจถูกบุกรุกไปก่อนที่มนุษย์จะทันได้กดเปิดรายงานด้วยซ้ำทางออกเดียวคือ องค์กรจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการป้องกันแบบตั้งรับ ไปสู่การรับมือเชิงรุก และนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกัน AI ด้วยกันเอง ผ่านการผสานเทคโนโลยีอย่าง AI Automated CSOC และ Smart XDR รวมถึงสถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Guardian Agent ที่คอยสื่อสารและตรวจสอบการทำงานระหว่าง AI Agent ภายในระบบอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจะรวดเร็วแค่ไหน แต่คำถามที่ว่า AI จะมาแทนที่ทีม Cybersecurity ได้ 100% หรือไม่? ทาง นายศุภชัย บุริสตระกูล ผู้ก่อตั้ง ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มฯ BAYCOMS ได้ให้มุมมองจากประสบการณ์กว่า 30 ปีว่า งานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้มีความซับซ้อนที่ต้องอาศัย Mentality เรื่องความเสี่ยงและข้อกำหนดความปลอดภัยไซเบอร์ประกอบด้วย 3 เสาหลักเสมอคือ People, Process และ Technology แม้ AI จะเข้ามาช่วยทำงาน Routine ซ้ำ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ วิจารณญาณมนุษย์ ยังเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุดในการยืนยันความถูกต้อง และการตัดสินใจเชิงธุรกิจ สิ่งที่ทีมไซเบอร์ต้องทำจึงไม่ใช่การกลัวตกงาน แต่เป็นการ Reskill เพื่อยกระดับไปควบคุมและกำกับดูแลภาพรวมให้ทันกับเทคโนโลยีความปลอดภัยคือผลลัพธ์ของการออกแบบการก้าวจาก Conversational สู่ Agentic AI ได้เปลี่ยนสมรภูมิไซเบอร์ให้กลายเป็นการประลองความเร็วระหว่างระบบอัตโนมัติสองฝั่ง องค์กรที่ยังพึ่งพาเพียงการตั้งรับแบบเดิมย่อมตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายดายดังที่ผู้บริหารของ BAYCOMS ได้ย้ำไว้ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่แค่การซื้อซอฟต์แวร์กล่องมาติดตั้งแล้วจบ แต่เป็น Ongoing Process ที่เกิดจากการคิด ออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างถี่ถ้วน และการสนับสนุนแนวคิด อธิปไตยทางดิจิทัลเพื่อให้ประเทศและองค์กรสามารถควบคุม พึ่งพาเทคโนโลยีไซเบอร์ของตนเองได้อย่างยั่งยืนในยุคที่เครื่องจักรเริ่มคิดและตัดสินใจได้เองที่มางานแถลงข่าว Baycoms⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวันกดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th
ปรับตัวได้ มัลแวร์ติดสมอง AI เปลี่ยนโค้ดได้อัตโนมัติ
by
Tags: