ปลุกปีศาจต้องใช้คาร์ริค! 5 ประเด็น แมนยู ชนะ ลิเวอร์พูล ศึกแดงเดือด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงศักยภาพชั้นยอดเมื่อเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งชัยชนะในเกมนี้ทำให้ นี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อคืนนี้1. สิ่งที่ แมนยู รอคอยมานานทศวรรษ หนึ่งในสิ่งที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากเห็นมากๆ นั่นก็คือการเอาชนะ ลิเวอร์พูล แบบไปกลับ เพราะพวกเขาไม่ได้เห็นสิ่งนี้มานานนับตั้งแต่ปี 2016 หรือประมาณ 10 ปีแล้วสาวก "เร้ดส์ อาร์มี่" รู้สึกได้ถึงโอกาสที่พวกเขาจะได้สะใจในรอบทศวรรษเมื่อครึ่งแรกสกอร์นำคู่อริตลอดกาล 2-0 และยังมีโอกาสเพิ่มสกอร์ได้อีก อย่างไรก็ตามครึ่งหลังทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อ "หงส์แดง" ตีเสมอได้ 2-2อย่างไรก็ตาม ประตูของ ค็อบบี้ เมนู สร้างความสุขให้กับเหล่าสาวกแฟนผีโปรเจกต์ทั่วโลก เพราะการชนะ ลิเวอร์พูล ทั้งเกมเหย้าและเยือนมันไม่ได้เกิดขึ้นมานานถึง 10 ปี ฉะนั้นนี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จริงๆ2. ความผิดพลาดของนักเตะ-ดราม่าวีเออาร์หลังจากเห็นฟอร์มของ ลิเวอร์พูล ผสมกับสกอร์ที่ตามหลัง แมนยูไนเต็ด เชื่อว่าสาวก "เดอะ ค็อป" ทั้งพันธุ์แท้และเฉพาะกิจ คิดไปในทิศทางเดียวกันว่าเกมนี้ "หงส์แดง" รอดยาก และสกอร์อาจมีโอกาสไหล เนื่องจาก "ผีแดง" มีทีเด็ดเรื่องการเล่นสวนกลับอย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดของ อาหมัด ดิยัลโล่ กับ เซอเน่อ ลัมเมนส์ นำไปสู่การเสียสองประตูทำให้สกอร์เสมอกัน 2-2 ส่งผลให้สถานการณ์ทุกอย่างพลิกกลับมาเป็นฝั่ง "หงส์แดง" ที่สามารถสร้างเกมรุกกดดัน และมีลุ้นยิงประตูเพิ่มหลายครั้งกระนั้น "เดอะ เร้ดส์" ก็ดันมีจังหวะพลาดจาก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่สกัดบอลไม่ดีทั้งๆ ที่จังหวะนั้นหากมีสติ "แม็คก้า" น่าจะเคลียร์บอลได้เด็ดขาดกว่านี้ แต่เมื่อดันเล่นโฉ่งฉ่างก็กลายเป็นเตะไม่ดีไปเข้าทาง ค็อบบี้ เมนู ที่จัดการซัดประตูชัยนอกจากความผิดพลาดของนักเตะแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากๆ นั่นก็คือจังหวะที่ เบนยามิน เชชโก้ ทำประตูนำ 2-0 เพราะภาพช้าจากโทรทัศน์ดูเหมือนบอลจะไปโดนนิ้วมือของ สตาร์ชาวสโลวีเนีย แต่วีเออาร์ตรวจสอบแล้วยืนยันว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการแฮนด์บอลจึงไม่ริบประตูของเชชโก้3. บรูโน่ ไม่มีแอสซิสต์ในเกมแดงเดือดไฮไลต์ในเกมนี้ที่หลายคนสนใจก็คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะทำแอสซิสต์เพิ่มได้ไหม เพราะตอนนี้ กัปตันทีมชาวโปรตุกีส ต้องการอีกแค่แอสซิสต์เดียวก็จะขึ้นชั้นไปเทียบเท่ากับ เธียร์รี่ อองรี และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ทำได้คนละ 20 แอสซิสต์ต่อซีซั่นแฟร์นันด์ส ทำสถิติไปแล้ว 19 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ โดยฟอร์มของเขาถือว่าอยู่ในช่วงพีคสุดๆ และในเกม "แดงเดือด" เจ้าตัวก็เป็นหัวใจในการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม และเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์จริงๆ แล้ว เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส เกือบได้แอสซิสต์แล้ว จากจังหวะที่ผ่านบอลให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ที่ไขว้ขายิง แต่น่าเสียดายที่บอลดันไปชนเสา ไม่อย่างนั้นเกมนี้เขาน่าจะได้ 1 แอสซิสต์อย่างไรก็ตาม สามเกมที่เหลือหากเช็คจากฟอร์มของ แมนยูไนเต็ด ณ ตอนนี้ บอกเลยว่ามีความเป็นได้สูงที่ แฟร์นันด์ส จะทำแอสซิสต์เพิ่มมากกว่า 1 ครั้ง แต่เป็นไปได้ที่เขาจะจบซีซั่นในฐานะเจ้าของสถิติใหม่แอสซิสต์มากที่สุดในลีกต่อซีซั่นก็ได้ !!!4. เมนู ฉลองสัญญาใหม่สำหรับเด็กที่เติบโตมากับการแฟนบอล และก้าวขึ้นมาสู่อะคาเดมี่ของสโมสรที่รัก จากนั้นก็ได้รับโอกาสขึ้นไปเล่นชุดใหญ่ และตอนนี้กลายเป็นฮีโร่ของทีม มันไม่มีอะไรที่น่าประทับใจมากไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับ ค็อบบี้ เมนูจากนักเตะที่ดูเหมือนจะหมดอนาคตในยุคที่ รูเบน อโมริม กุมบังเหียน ถึงขนาดมีข่าวลือว่าต้องการย้ายทีม แต่หลังจากที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามาคุมทัพ สถานการณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป และตอนนี้เขากลายเป็นตัวหลักของทีมไปเรียบร้อยแล้วฟอร์มที่โดดเด่นนำไปสู่การได้รับสัญญาฉบับใหม่ และ เมนู ตอบแทนความไว้วางใจของ คาร์ริค ด้วยการผลิตฟอร์มที่โดดเด่นมากๆ ในการดวลกับ ลิเวอร์พูล พร้อมทั้งยิงประตูสุดสวยซึ่งเป็นประตูชัยในแมตช์นี้ขยายสัญญาฉบับใหม่, ยิงประตูชัย, นำทีมคว่ำลิเวอร์พูล พร้อมกับได้ตั๋วไปลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก นี่มันยิ่งกว่าฝันสำหรับ เมนู จริงๆ5. คาร์ริค ควรได้สัญญาถาวรหรือยัง ?นับตั้งแต่ที่ คาร์ริค เข้ามากุมบังเหียนช่วงกลางเดือนมกราคม เขาสร้างผลงานได้อย่างสุดยอดจากทีมที่วนเวียนอยู่อันดับ 6 หรืออันดับ 7 แต่สามารถขยับขึ้นไปยึดอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น และตอนนี้ก็การันตีโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างเป็นทางการแล้วสถิติตอนนี้ คาร์ริค คุม แมนยูไนเต็ด 14 เกม พร้อมคว้าชัยชนะ 10 แมตช์เสมอ 2 และแพ้ 2 เกมเท่านั้น ที่สำคัญเขาสามารถปราบทีมชั้นนำได้หมดทั้ง แมนซิตี้, อาร์เซน่อล, สเปอร์ส, เชลซี และเหยื่อรายล่าสุด ลิเวอร์พูลผลงานระดับมาสเตอร์พีซทำให้สาวก "เร้ดส์ อาร์มี่" มั่นใจอย่างแรงกล้าว่าขนาดคุมทีมแค่ 14 เกมยังชนะเป็นว่าเล่น แล้วถ้าคุมทัพทั้งฤดูกาล งานนี้มีโอกาสที่พวกเขาจะได้กลับมาเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังไม่ได้สัมผัสมานาน 13 ปีดังนั้นบอร์ดบริหารแมนยูไนเต็ด คงต้องคิดทบทวนเรื่องการมอบสัญญาถาวรให้กับ คาร์ริค ได้แล้ว เพราะผลงานที่แสดงให้เห็นมันเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าไม่มีใครเหมะที่จะกุมบังเหียน แมนยูไนเต็ด เท่ากับเขาอีกแล้ว"ปลุกปีศาจต้องใช้ปีศาจ" วลีเด็ดกำลังกลับมาเป็นไวรัลทั่วโลกโซเชียลแล้ว


Posted

in

by

Tags: