‘ผบ.ตร.’ ฉุนเห็นลูกน้องไปยืนขออาหาร ฝ่านํ้าท่วมสั่งตรวจภาวะผู้นำ ‘ผกก.หาดใหญ่’

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผบ.ตร. ลงพื้นที่หาดใหญ่ ฝ่ากระแสน้ำ 4 ชั่วโมง ถึงแฟลตตำรวจ พร้อมสั่งตรวจ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวภายหลังมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา โดยขาดจากบังคับบัญชาทางตำแหน่งเดิมว่า ตนได้ลงพื้นที่ไปเห็นหน้างานเอง ต้องเรียนว่าไม่ได้มีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องของภาวะผู้นำและการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ในวันนั้นที่ตนเดินทางไปที่โรงพักหาดใหญ่ ระยะทาง 2 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมงแม้ในวันดังกล่าว จะมีคนบอกให้ตนเดินทางกลับแต่ตนบอกว่า "ไม่ได้ มาแล้วก็อยากเจอลูกน้อง" ในวันดังกล่าว ตนได้เตรียมอาหารไปด้วย 2 ลำเรือ และระหว่างทางก็เจอประชาชน ซึ่งก็ต้องแจกให้กับประชาชนระหว่างทางด้วย เพราะ "ประชาชนต้องมาก่อน" สุดท้ายเมื่อไปถึงแฟลตตำรวจ อาหารที่เตรียมมาก็ไม่เหลือเลยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อยากไปเห็นลูกน้องด้วยตา วันดังกล่าวตัวผู้กำกับไม่ได้อยู่ในพื้นที่กับลูกน้อง แต่อยู่ในพื้นที่ที่น้ำไม่ได้ท่วม ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา ท่านอาจจะทำงาน แต่ภาวะเช่นนี้ ถ้าเป็นตนก็จะอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชา เขาอยู่บนแฟลตติดน้ำ เราก็ต้องอยู่กับเขา เพราะตรงแฟลตน้ำท่วมสูงประมาณ 3 เมตร ตนได้แต่ตะโกนให้กำลังใจและสั่งการว่าคืนนี้ อาหารและน้ำต้องถึงตำรวจด้วย และให้ทำเพิ่มอีกเท่าตัว เพื่อระหว่างทางจะได้แจกจ่ายประชาชนด้วยในวันเดียวกันหลังจากที่เดินทางกลับแล้ว ก็ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนบริเวณโดยรอบได้รับอาหารและน้ำดื่มเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ตนได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ถ้าไม่ไปในวันนั้น ตำรวจจะได้กินข้าวหรือไม่ และคิดว่า เป็นผู้นำต้องมีความรับผิดชอบ ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ถ้าดูแลไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็น"เมื่อถามว่า ผกก.สภ.หาดใหญ่ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมจริงหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า กำลังให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตรวจสอบ เพราะการที่ตนลงไปเองทำให้เห็นได้ด้วยตา แต่อยู่หรือไม่อยู่กี่วันให้ตรวจสอบ ซึ่งได้รับรายงานด้วยวาจาเบื้องต้น ว่าไม่เห็นมาหลายวันแล้ว นี่เป็นเรื่องแค่วาจา แต่เราต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย เพราะถ้าจะตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบให้ปรากฏข้อเท็จจริง ว่าไม่อยู่เพราะอะไร และทำไมถึงไม่กลับมา ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพียงแต่ว่าถ้าพิสูจน์ทราบ ว่าเขาทำงานอยู่ ประสานงานอยู่ และดูแลลูกน้องบ้าง โทษก็ลดหลั่นกันไปตามข้อเท็จจริง แต่เพียงแค่ตนไปพบด้วยตนเอง และมองว่าถ้าแบบนี้ถือเป็นการขาดภาวะผู้นำ ก็ไม่สามารถดูแลผู้ได้บังคับบัญชาได้พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมตนไปถึงแล้วลูกน้องถึงได้กินข้าวตอนกลางคืน แล้วก่อนหน้านี้ทำไมพวกเขาถึงยืนขออาหาร และดีใจที่ตนไปพร้อมกับอาหาร มันหมายความว่าอย่างไร.


Posted

in

by

Tags: