ผู้เชี่ยวชาญโร่เตือนสติ!ชี้’กัมพูชา’กำลังทำลายตัวเอง จากการบอยคอตต์สินค้าไทย

นักสังเกตการณ์ชาวเขมร ออกมาชี้ว่าการคว่ำบาตรการค้าระหว่างกัมพูชาและไทยที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ขณะนี้ ส่อเป็นนโยบายแพ้ทั้งคู่ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้ง 2 ชาติในระยะยาว ตามรายงานของแคมโบเดียเดลี เมื่อวันอังคาร(4พ.ย.) อย่างไรก็ตามในคำอธิบายของเชี่ยวชาญรายนี้ พูดถึงความยากลำบากที่ฝ่ายกัมพูชาต้องเผชิญเป็นส่วนใหญ่Meas Nee นักวิจัยด้านพัฒนาสังคม เขียนข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่าการณรงค์สาธารณะโดยประชาชนชาวกัมพูชา ที่เรียกร้องให้บอยคอตต์สินค้าไทย เป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนความผิดหวัง แต่มันก่อความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากมันมีขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกัมพูชายังคงเปราะบางและต้องพึ่งพิงการนำเข้าแคมโบเดียเดลีรายงานว่า ตามหลังคำแถลงบอยคอตต์ พวกผู้บริโภคกัมพูชาส่วนใหญ่แล้วหยุดซื้อสินค้าจากไทย จำนวนมากหันไปนำเข้าจากเวียดนามแทน อย่างไรก็ตาม Meas Nee เตือนว่าการตัดสินใจที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกและความภาคภูมิใจจนเลยเถิดเป็นตัวนำ ก่อนที่ประเทศจะมีความพร้อมทางเศรษฐกิจ อาจลงเอยด้วยการทำลายล้างตนเองเขาชี้แนะว่าความเข้มแข็งของกัมพูชาไม่ได้เกิดจากการบอยคอตต์ แต่มาจากการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริง" ประเทศต้องไม่ใช่แค่ทำการผลิตให้เพียงพอสำหรับการบริโภคของตนเอง แต่ยังต้องสร้างสินค้าเพื่อการส่งออก นั่นคือหนทางเดียวที่จะค้ำยันเศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคผู้เชี่ยวชาญรายนี้บอกต่อว่าถ้ากัมพูชาต้องการได้รับการปฏิบัติในฐานะคู่หูทางยุทธศาสตร์โดยประเทศอื่นๆ กัมพูชาจะต้องยืนหยัดด้วยตนเองก่อน เขาชี้แนะว่าทางออกที่ดีที่สุดคือส่งเสริมความรู้แก่ผู้บริโภค และปล่อยให้ประชาชนเป็นคนเลือกว่าจะสนับสนุนสินค้าใด แทนที่จะกำหนดการบอยคอตต์ที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐรายงานของแคมโบเดียเดลี ระบุว่าความตึงเครียดทางการค้าเริ่มต้นขึ้น ตามหลังข้อพิพาทตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยปะทุขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม และทวีความร้อนแรงขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน จนกระทั่งนำไปสู่ความขัดแย้งติดอาวุธ 5 วัน ในช่วงปลายเดือนกรกฏาคม พลเมืองกัมพูชาตอบโต้ด้วยการเริ่มบอยคอตต์สินค้าไทยทั้งหมด ส่วนไทยก็แถลงแบนสินค้ากัมพูชาเป็นการตอบโต้เช่นกันในวันที่ 16 กรกฏาคม 2025 กรมศุลกากรและสรรพสามิตแห่งกัมพูชา สั่งแบนนำเข้าผัก ผลไม้ เชื้อเพลิงและก๊าซ จากไทย ขณะที่ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภาประกาศระงับนำเข้าในสิ่งที่เขาเรียกว่า "สินค้าทางยุทธศาสตร์" จากไทย ในนั้นรวมถึงไฟฟ้า, บริการอินเตอร์เน็ต, เชื้อเพลิง, ก๊าซ และกระทั่้งละครไทยรายงายที่เผยแพร่โดยกรมศุลกากรและสรรพสามิตในวันที่ 10 ตุลาคม พบว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2025 การค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและไทย ลดลงเหลือ 2,900 ล้านดอลลาร์(ราว 94,000 ล้านบาท) หรือลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัยของปีก่อนกัมพูชาส่งออกสินค้ามาไทย ลดลง 10.7% เหลือราวๆ 576 ล้านดอลลาร์ ส่วน ไทย ส่งออกไปยังกัมพูชา ลดลง 7.6% เหลือราวๆ 2,330 ล้านดอลลาร์อย่างไรก็ตาม แคมโบเดียเดลี อ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ว่าการค้าข้ามชายแดนระหว่าง 2 ชาติ ดำดิ่งลงถึง 99.9% ในเดือนกันยายน ในขณะที่ด่านชายแดนยังคงปิดตายเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน(ที่มา:แคมโบเดียเดลี)website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: