พนักงานหรือ AI ผิด? ร้านค้าใน UK สั่งระงับระบบสแกนหน้า หลังเข้าใจผิดคิดว่าลูกค้าเป็นโจร

ร้านค้าเซนส์เบอรีส์ ระงับการใช้ระบบสแกนใบหน้าด้วย AI ในสาขาหนึ่ง หลังจากลูกค้ารายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย และถูกไล่ออกจากร้านเชนส์บรีส์ (Sainsbury’s) ร้านค้าในเครือซูเปอร์มาร์เก็ตและธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร ได้นำระบบกันขโมยแบบสแกนหน้ามาใช้ในร้านค้า แต่กลับพบปัญหา จนต้องระงับการใช้งานในสาขาแห่งหนึ่งชั่วคราวรายละเอียดเหตุการณ์เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ขณะที่ แมทท์ อาร์โนลด์ (Matt Arnold) ผู้จัดงานแสดงตลกแห่งหนึ่ง กำลังเข้าไปซื้อของในร้านเชนส์บรีส์ สาขาอีสต์ดัลวิช (East Dulwich) โดยใช้บริการของเครื่องคิดเงินแบบบริการตนเอง (Self-service till)โดยในระหว่างที่เขากำลังสแกนสินค้าพร้อมกับใช้บัตรสะสมแต้ม และกำลังรอให้พนักงานอนุมัติการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่นั้น ปรากฏว่ากลับถูกพนักงานสองคนปฏิเสธการให้บริการ แล้วอ้างถึงเหตุการณ์ "ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์" ว่าระบบ AI และกล้องสามารถตรวจจับ พร้อมแจ้งเตือนว่าเขาเป็นคนขโมยของในร้าน (shoplifter) จึงได้ขอเชิญเขาออกไปอาร์โนลด์เล่าว่า เขารู้สึกอับอายมาก และระหว่างที่กำลังเดินออกจากร้าน เขาก็สังเกตเห็นจอภาพกล้องวงจรปิดด้านบน ได้แจ้งเตือนเป็นวงกลมสีแดงล้อมรอบใบหน้าตัวเขาเองจึงได้ขอให้พนักงานเก็บรายการสินค้าไว้ในรถเข็น และรอให้เพื่อนอีกคนมาจ่ายเงินให้ เพื่อแสดงออกว่า เขาไม่ใช่ขโมย เขาคือลูกค้าที่ตั้งใจมาซื้อของจริง ๆ และยังใช้บัตรสะสมแต้มด้วย อย่างไรก็ตามอาร์โนลด์ให้ความเห็นกับสื่อ เดอะ การ์เดียน (The Guardian) ว่า พนักงานดูไม่ได้หยุดคิดว่าพฤติกรรมนี้ของเขาคือความตั้งใจของคนที่มาซื้อของ แต่กลับทำตามคำสั่งที่ระบบแจ้งเตือนไปตามนั้นSainsbury’s อ้าง เป็น “ความผิดพลาดของมนุษย์”จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โฆษกของเชนส์บรีส์ได้ออกมาชี้แจงว่า พวกเขาได้ติดต่ออาร์โนลด์เพื่อขอโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ระงับการใช้งานเทคโนโลยี เฟซวอทช์ (Facewatch) หรือระบบที่ใช้ AI ในการตรวจจับและสแกนหน้าบุคคลในร้านค้าชั่วคราว ในระหว่างการสอบสวนทั้งนี้โฆษกระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจาก "ความผิดพลาดของมนุษย์" ไม่ใช่ความล้มเหลวของเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า โดยลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าระบบมีความแม่นยำถึง 99.98% และทุกการจับคู่ข้อมูล จะได้รับการตรวจสอบโดยผู้จัดการที่ได้รับการฝึกอบรมแล้วส่วนทางฝั่งของบริษัท เฟซวอทช์ (Facewatch) เจ้าของเทคโนโลยีนี้ ก็ออกมาชี้แจงเช่นกันว่า เทคโนโลยีของพวกเขาไม่ได้ผิดพลาด โดยอ้างว่าในกรณีนี้ได้มีการส่งการแจ้งเตือนที่ถูกต้องไปยังร้านค้าแล้ว แต่เกิดความผิดพลาดจากมนุษย์ในการจัดการในร้านโดยตามการรายงานของสำนักข่าว BBC บริษัทออกมาอธิบายว่าเทคโนโลยีนี้มีความแม่นยำถึง 99.98% และผ่านการทดสอบจริงโดยใช้การตรวจสอบด้วยอัลกอริทึมคู่ (Dual-Algorithm Check) รวมถึงนักวิเคราะห์ที่เป็นมนุษย์ ส่วนตัวเลขอีก 0.02% ที่เหลือนั้นเป็น “พื้นที่ไว้ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมโดยมนุษย์” เพื่อกรองข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ก่อนที่จะส่งการแจ้งเตือนวางระบบเพื่อกันขโมยและปกป้องพนักงานปัจจุบัน เครือซูเปอร์มาร์เก็ตเชนส์บรีส์ ได้ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อระบุตัวผู้ขโมยของและอาชญากรอื่น ๆ ในหลายสาขา โดยกล่าวว่าเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานจากการถูกล่วงละเมิดอย่างไรก็ตาม การใช้งานจริงของระบบนี้ กลับยังเจอปัญหาคล้ายกรณีของอาร์โนลด์อยู่ โดยเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ เดอะ สแตนดาร์ด ยูเค (The Standard UK) รายงานว่า เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว มีลูกค้าอีกรายหนึ่งชื่อ วอร์เรน ราจาห์ (Warren Rajah) ที่ถูกไล่ออกจากร้านของเชนส์บรีส์ สาขาย่านเอเลแฟนต์แอนด์คาสเซิล หลังจากถูกซอฟต์แวร์ระบุตัวว่าเป็นคนร้าย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนร้ายตัวจริง ซึ่งกำลังยืนอยู่ในร้านตอนนั้นเช่นกันคำทิ้งท้ายจากลูกค้าส่วนในกรณีของอาโนลด์ แม้ทางบริษัทจะได้มีการชดเชยด้วยบัตรกำนัลมูลค่าประมาณ 6,700 บาท แต่เขาก็ได้ทิ้งท้ายด้วยการเตือนว่าเทคโนโลยีการเฝ้าระวังในร้านค้าปลีก อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกอับอาย และระบบอาจทำให้พนักงานรู้สึกถูกบังคับให้ปฏิบัติตามการแจ้งเตือนอัตโนมัติ โดยไม่ได้ใช้ตรรกะของตัวเองข่าวที่เกี่ยวข้องทำไมบริษัท AI แห่กว้านซื้อ หนังสือเก่านับล้านเล่ม ?“ข้างที่ต้องเลือก ?” สหรัฐฯ กดดันพันธมิตร เลือกข้างศึก AI กับจีนผู้เชี่ยวชาญเตือน! “คลิป AI ผลไม้ขยะ” ปลูกฝังความรุนแรง เสี่ยงบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งในเด็กสหรัฐฯ ใช้ AI วิเคราะห์เสียงใต้น้ำ ล่าเรือดำน้ำ RIMPAC 2026Anthropic ติดลายน้ำ AI Claude รับกฎหมาย EU ฝัง C2PA ทุกผลงาน


Posted

in

by

Tags: