พบแล้วบ้านของ “พระอลงกต” เพื่อนบ้านพากันเรียก “พระจอร์จ”

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หาบ้าน “พระอลงกต” ในจังหวัดขอนแก่นจนพบ สอบถามเพื่อนบ้านเรียกกันว่า “พระจอร์จ” เผยกลับมาเยี่ยมเป็นประจำทุกปีปมชื่อของ “พระอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่ชื่อว่า “อลงกต พูลมุข” ซึ่งไปคล้ายกับ “นายอลงกต พลมุข” อดีตข้าราชการกรมชลประทานที่เสียชีวิต ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยหลายเรื่องก่อนที่กรมการปกครองจะชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วหลวงพ่อลงกตเดิมชื่อ “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว” ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ล่าสุดผู้สื่อข่าวหาบ้านพระอลงกตในจังหวัดขอนแก่นพบแล้ว สอบถามชาวบ้านเรียกกันว่า “พระจอร์จ”ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลว่า ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ฉบับปี พ.ศ. 2526 ระบุเป็นบ้านใน ม.4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากการตรวจสอบพบเป็นบ้านพักข้าราชการสำนักงานทางหลวงที่ 7 ขอนแก่น กรมทางหลวง และยังมีบ้านพักส่วนตัวอีกหลัง ซึ่งอยู่ในซอยอำพล ม.4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ปัจจุบันเป็นบ้านร้าง ไม่มีคนอยู่อาศัยชาวบ้านที่มีบ้านพักใกล้ ๆ เล่าว่า ทุกคนจะเรียกพระอลงกตว่า “พระจอร์จ” เป็นที่รักของคนในชุมชน โดยมีพี่สาว 1 คน ซึ่งต่อมาครอบครัวพระจอร์จเกษียณ ก็พากันย้ายออกไปอยู่ที่อื่น บ้านพักปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครอยู่ ส่วนบ้านพักส่วนตัว จะมีก็แต่พระจอร์จที่กลับมาพักทุกปี เพราะแวะมาบอกบุญ ช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่นี่นอกจากนี้ ช่วงที่พระจอร์จเรียนที่โรงเรียนแก่นนคร ยังเป็นนักกีฬาฟุตบอลด้วย เป็นคนใจดี ยิ้มเก่ง ชาวบ้านบอกว่า ทุกคนจะไม่รู้ว่า ชื่อ-นามสกุลจริงของพระจอร์จชื่ออะไร เพิ่งมาทราบจากข่าว ยอมรับว่า พอเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจ และสงสารพระจอร์จ ไม่อยากจะเชื่อหากว่า มีการสวมชื่อจริง ๆชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ บอกว่า “พูดตามตรงนะ ท่านใจดี เห็นเด็กไม่ได้ เห็นเด็กแล้วช่วยเหลือ แต่ไม่รู้เรื่องมันเป็นยังไง ผมเคยเห็นแต่ท่านมา มาทำบุญวันเกิดนี่แหละ ท่านเกิดที่นี่ก็มาทุกปี มาทุกปี น่าจะทุกปี ก็คือมาทำบุญโรงเรียนด้วย จะมามอบทุนให้เด็ก”เขาเสริมว่า “ผมยังตกใจเลย เห็นข่าว จริง ๆ นะ ถ้าตามความคิดเรา พูดยากเนอะ คนมันเยอะ มันพูดหลายปาก แต่ถ้าเอาตรง ๆ นะ ถ้าไม่มีข่าว ผมก็ไม่เชื่อ”ด้านประธานชุมชนบะขามเล่าว่า ตนเองเป็นประธานชุมชนตั้งแต่ปี 2543 สมัยนั้น พระอลงกตบวชเป็นพระแล้ว ซึ่งข้อมูลที่ตนเองทราบเป็นข้อมูลที่ทราบในฐานะของประธานชุมชนได้สำรวจสำมะโนประชากร เดิมที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อเฉย พ่อของพระอลงกต ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ชื่อนี้ แต่ตนเองก็จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร เพราะนานแล้ว นามสกุลของพ่อเฉย ก็จำไม่ได้เช่นกันบ้านหลังนี้จะมีพ่อเฉย และภรรยาอาศัย แต่ต่อมาทั้งคู่เสียชีวิต ก็มีพี่เขยกับพี่สาวอาศัยอยู่ โดยพ่อเฉยและพี่เขยของพระอลงกตทำงานที่สำนักงานทางหลวง มีการทำประตูสามารถเข้าออกไปยังสำนักงาน ซึ่งใกล้กับบ้านพักข้าราชการได้สะดวก และปกติครอบครัวนี้จะใช้ประตูที่ติดกับรั้วสำนักงานทางหลวง จะไม่ค่อยออกประตูเข้าชุมชนบะขามส่วนพระอลงกตสมัยเป็นวัยรุ่น ก็จะไม่ค่อยอยู่ที่บ้าน กลับมาเป็นครั้งคราว หลังจากพ่อเฉยเสียชีวิตก็หายไป ทราบคร่าว ๆ ว่าไปบวช กระทั่งมาเห็นอีกทีเป็นเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุแล้ว ซึ่งตนยังเคยได้ไปดูงานที่วัด พร้อมกับชาวชุมชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น 30-40 คน ยังเห็นพี่สาวของพระอลงกตทำหน้าที่ในครัวดูแลเรื่องอาหารของวัดอยู่เลยทั้งนี้ พระอลงกตเพิ่งจะมาบ้านช่วงหลังสงกรานต์ในเดือน พ.ค. โดยก่อนจะมา พี่สาวจะให้แม่ครัวมาทำอาหารที่บ้านเพื่อเตรียมถวาย และเลี้ยงชาวบ้าน มีการเชิญผู้สูงอายุมาร่วมรดน้ำผู้สูงอายุ และมอบเงินให้รายละ 1,000 บาทเป็นการทำบุญวันเกิด แต่คนในชุมชนจะไม่ค่อยได้ไปร่วม มีเพียงฝั่งทางญาติ ๆ และคนในย่านบ้านพักสำนักงานทางหลวงที่จะได้ประธานชุมชนบอกว่า “แต่เดิมลูกเขยลูกสาวเขาอยู่ เขาก็เกษียณหลายปี เขาก็คงไปบ้านเขา ถามว่าถึง 10 ปีไหมที่เขาไม่อยู่ ไม่ถึงหรอก แต่ก่อนจะไป ๆ มา ๆ นะ พี่สาวเขาก็เคยไปทำแม่ครัวดูแลคนป่วยอยู่ ส่วนปีนี้เขามาทำบุญหรือยัง ทำแล้วนะ หลังสงกรานต์ ไม่อยู่แต่ก็มาทำบุญที่นี่อยู่ทุกปี”ประธานชุมชนบะขามยังบอกด้วยว่า พอเห็นข่าวส่วนตัวไม่ได้ตกใจ คิดอยู่ว่าสักวัน จะต้องออกมาในลักษณะนี้ เพราะเงินมันเยอะ ไม่อยากจะพูดว่า เห็นเงินเยอะแล้วเกิดกิเลส พระก็คนคนหนึ่ง ซึ่งกิเลสไม่ได้อยู่ที่พระ แต่โยมเป็นคนนำกิเลสไปให้ จากแรกตั้งใจจริง พอเงินเยอะ ก็ทำให้เผลอได้ และเรื่องความศรัทธา ส่วนตัวตอนนี้ยังศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำบุญตักบาตตามปกติ แต่จะเลือกว่าจะทำที่ไหนจึงจะสบายใจขณะที่ “อาจารย์อ๊อด” รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการด้านเคมีอินทรีย์ และผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลถึงประวัติของหลวงพ่ออลงกต หรือเดิมชื่อ เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว พบเคยเป็นนักศึกษาเกษตรบ้านกร่าง พิษณุโลก ปวช. (3ปี) 2521-2523 (รุ่น 15) แต่ในปี 2522 หลวงพ่อฯ ให้ข้อมูลว่าตัวเองออกบวช แต่จากข้อมูลในใบสุทธิบอกว่าบวชปี 2529 ซึ่งไม่ตรงกันอาจารย์อ๊อดตั้งข้อสังเกตเรื่องไทม์ไลน์ประวัติของหลวงพ่ออลงกตว่า หลังจากเรียนจบในปี 2523 แล้วมาบวช 2529 ข้อมูลช่วงระหว่างปีนี้ 6 ปี หายไปไหนอาจารย์อ๊อดยังให้ข้อมูลว่า ลูกชายทั้ง 3 คนของ นายเสริมวิทย์ พลมุข พ่อของ นายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการกรมชลประทานที่เสียชีวิต เคยเรียนที่โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พระอลงกตเคยเรียน จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่พระอลงกตจะรู้จักกับทั้ง 3 คนหรือใครใน 3 คนนี้ และอาจจะสนิทสนมกัน ถึงขั้นรู้ข้อมูลส่วนตัวของกันและกันหรือไม่อย่างไรก็ตาม หลายภาคส่วนก็ได้มีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ทั้งกรมการปกครอง ต้องย้อนไปตั้งแต่เกิด จนหยุดใช้บัตร และกลับมาทำบัตรใหม่ สำนักพุทธฯ และมหาเถระ ต้องตรวจสอบใบสุทธิพระ กรมที่ดิน ต้องตรวจสอบเอกสารเลข 13 หลักที่พระนำไปใช้โอนและรับโอนที่ดิน ทุกธนาคารที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบเอกสารที่ใช้เปิดบัญชี รวมถึงกองทะเบียนประวัติอาชญากรต้องตรวจข้อมูลย้อนหลังเมื่อ 39 ปีที่แล้ว ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อน ปี 2529 หรือไม่ล่าสุด เพจ Drama-addict ยังแชร์คลิปที่ระบุเหตุการณ์เมื่อปี 2552 เป็นภาพหลวงพ่ออลงกตไปนั่งให้สัมภาษณ์ที่ออสเตรเลียโดยท่านเล่าว่า จบปริญญาตรี ม.เกษตรฯ มาเรียนปริญญาโทที่ ANU นาน 3 ปี ได้เรียนรู้วัฒนธรรมวิถีชีวิตคนออสเตรเลีย พอกลับไทยไปทำงาน 2 ปี ก็บวช จนได้เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าว่าทุกสิ่งเป็นสิ่งปรุงแต่งข่าวที่เกี่ยวข้องอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พบแล้วบ้านของ “พระอลงกต” เพื่อนบ้านพากันเรียก “พระจอร์จ”ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com


Posted

in

by

Tags: