พบแล้ว! ศพรถไฟทับ คนขับขบวนด่วน ยืนยันจงใจกระโดดขวาง

พบแล้ว! ศพรถไฟทับ ในป่าหญ้าข้างทางรถไฟริมคลองเชียงราก คนขับขบวนด่วน ยืนยันจงใจกระโดดขวางพ.ต.ท.ศิโรจน์ แนบเนียน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในป่าหญ้าข้างทางรถไฟริมคลองเชียงราก หมู่ 18 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.มนตรี คงอาจ สวป.สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตซุกซ่อนอยู่ในป่าหญ้าระหว่างรางรถไฟข้างคลองเชียงราก สภาพศพนอนคว่ำหน้า ขาขวาขาด ไม่พบเอกสารทางราชการติดตัว สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน เบื้องต้นพบว่าเป็นเพศชายอายุประมาณ 30-40 ปีจากการสอบถาม สิบตรีฉัตรชัย จาดฤทธิ์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง (นามเรียกขาน จุฬา 008) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุรถไฟชนคนโดยพบเพียงชิ้นส่วนขาข้างขวา เสื้อสีน้ำเงิน และเศษมันสมองตกอยู่บนรางรถไฟข้ามคลองเชียงราก แต่ไม่พบชิ้นส่วนลำตัวและอวัยวะอื่นๆ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นต่อมา ตนได้ประสานไปยังนายสถานีรถไฟเชียงราก เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่การรถไฟประสานนำเครื่องตัดหญ้ามาถางป่าหญ้าบริเวณด้านล่าง เนื่องจากคาดการณ์ว่าร่างผู้เสียชีวิตน่าจะกระเด็นตกลงไป จนกระทั่งพบศพในสภาพนอนคว่ำหน้าและขาขวาขาดดังกล่าว ทั้งนี้ ขบวนรถไฟที่เกิดเหตุคือ ขบวนรถด่วนที่ 52 (เชียงใหม่ – กรุงเทพอภิวัฒน์) หัวรถจักรดีเซล 5219 โดยพนักงานขับรถไฟให้การว่า เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุได้ชะลอความเร็วแล้ว แต่ผู้เสียชีวิตได้กระโดดเข้ามาขวางให้รถไฟชนทางด้าน พ.ต.ท.ศิโรจน์ แนบเนียน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อระบุตัวตนและติดต่อญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไปติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.thTwitter : https://twitter.com/innnewsYoutube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INNTikTok : https://www.tiktok.com/@inn_newsLINE Official Account : @innnews


Posted

in

by

Tags: