ภาพไฮไลต์ครอบครัวเผยพิรุธ สาวไทยเชื้อสายม้ง หายตัวปริศนาที่ลาว หลังไปเที่ยวกับอดีตสามี ขณะที่ฝ่ายชายบินกลับสหรัฐฯ แล้ว พบเคยสั่งเสีย หากเป็นอะไรไป คนร้ายมีเพียงคนเดียวจากกรณีการหายตัวไปของ น.ส.ทัศนีย์ แซ่ลี อายุ 45 ปี สาวไทยเชื้อสายม้ง ชาว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ขณะเดินทางไปท่องเที่ยวกับอดีตสามีที่ประเทศลาว เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา กระทั่งขาดการติดต่อ จนญาติออกติดตามและแจ้งความแต่ไร้วี่แวว จึงนำเรื่องราวโพสต์ลงโซเชียลเพื่อตามหาความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบ นายวิญญู มงคลคีรีโรจน์ อายุ 27 ปี ลูกชายของ น.ส.ทัศนีย์ โดยนายวิญญู เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยว่า น.ส.ทัศนีย์ ซึ่งเป็นมารดาได้หย่าร้างกับบิดาของตนเอง ก่อนพบรักกับนายจอร์จ ชาวม้งสัญชาติอเมริกัน ที่ได้เดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์ของชาวม้ง ที่ตำบลเข็กน้อย เมื่อประมาณปี พ.ศ.2554 และได้ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีของชาวม้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2557 จากนั้นอยู่กินกันฉันสามีภรรยามีบุตรสาว ซึ่งเป็นน้องสาวของตน ปัจจุบันอายุ 13 ปี ซึ่งตน แม่ และน้องสาว อาศัยอยู่ที่บ้านในตำบลเข็กน้อย ส่วนนายจอร์จ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง จะเดินทางไปมา จากอเมริกาแวะเวียนมาพักที่บ้านเข็กน้อย ปีละ 2-3 ครั้ง ในแต่ละครั้งนั้นอาศัยอยู่ครั้งละ 1-3 เดือน ก็จะเดินทางกลับไปอเมริกา และเป็นแบบนี้ตลอดเรื่อยมาสำหรับนายจอร์จนั้นมีภรรยาอยู่ก่อนแล้วที่อเมริกา และมีบุตรด้วยกันหลายคน มารดาของตนนั้นเป็นภรรยาคนที่ 2 กระทั่งเมื่อราว 2 ปีก่อนนี้ นายจอร์จได้พาน้องสาวของตนไปอาศัยอยู่ที่อเมริกา เพื่ออนาคตการศึกษาที่ดีกว่า แต่พฤติกรรมของนายจอร์จที่ผ่านมา มักหึงหวงมารดา เพราะแม่หน้าตาสวย ทำให้ทะเลาะเบาะแว้ง และลงมือทำร้ายแม่บ่อยครั้ง หากตนเห็นก็จะห้ามปรามเสมอ กระทั่งราวสองปีก่อนทั้งคู่ได้ทะเลาะและเลิกลากัน แต่ก็ตัดไม่ขาดเพราะนายจอร์จก็เทียวไปเทียวมา งอนง้อลักษณะรัก ๆ เลิก ๆ เรื่อยมากระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2568 หลังจากที่มารดาและนายจอร์จพ่อเลี้ยงทะเลาะกันแล้ว นายจอร์จได้เผาทำลายบ้าน แต่ตนกลับมาเจอทันเวลาจึงรีบดับไฟ ทำให้ไม่เสียหายมาก มารดาจึงไปลงบันทึกประจำวัน แต่ไม่ประสงค์ดำเนินคดี นายจอร์จจึงรีบเดินทางกลับอเมริกาทันที จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ติดต่อส่งข้อความเสียง และติดต่อกันผ่านเฟซบุ๊กมีข้อความที่นายจอร์จขู่จะฆ่าคนในครอบครัวของตน ซึ่งเป็นใครก็ได้ 1 คน ทั้งตนและญาติพี่น้องต่างก็อยากให้มารดาเลิกให้เด็ดขาด เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่อาจด้วยเพราะความรักที่มารดามีต่อนายจอร์จ รวมถึงมีพยานรักด้วยกัน 1 คน จึงทำให้มารดาใจอ่อนทุกครั้งที่นายจอร์จมางอนง้อ นอกจากนี้ ยังมีการทวงสมบัติเป็นบ้านและที่ดินที่อาศัยอยู่ โดยนายจอร์จขู่ให้มารดาขายบ้านและที่ดิน เพื่อนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งมารดาเคยบอกว่า นายจอร์จพูดจาข่มขู่ว่าสักวันจะพาไปฆ่าทิ้งที่ประเทศลาว ให้หาศพไม่เจอเลย มารดาจึงบอกตนเองว่า ถ้าเป็นอะไรไปก็จะเป็นฝีมือของนายจอร์จเพียงคนเดียว และมารดาก็เคยไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เข็กน้อย แล้วว่าถ้าเป็นอะไรไปก็ไม่ต้องสืบหาคนร้ายที่ไหนเพราะคนร้ายคือนายจอร์จอย่างแน่นอนนายวิญญู เผยต่อว่า กระทั่งวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา มารดาได้โทรศัพท์บอกตนว่า ภรรยาหลวงของนายจอร์จเดินทางมาหาที่เข็กน้อย และชักชวนให้ไปเที่ยวประเทศลาวด้วยกัน ตนเองที่มาทำธุระที่บ้านบิดาผู้ให้กำเนิดที่จังหวัดพิษณุโลก จึงได้บอกว่าให้มารดาดูแลตัวเองดี ๆ และติดต่อกันตลอดเวลา เพราะเป็นห่วง ซึ่งมารดาจะอัปเดตความเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กตลอด กระทั่งประมาณวันที่ 30 ธันวาคม ได้เงียบหายไปติดต่อไม่ได้ เหตุการณ์ผ่านไปหลายวัน ตนและญาติเริ่มร้อนใจออกตามหาที่ด่านชายแดนจังหวัดหนองคาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ข้อมูลและให้ไปติดต่อกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของเพชรบูรณ์ จึงพบว่ามารดาเดินทางไปประเทศลาวจริง ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เขาค้อ เพื่อให้ช่วยออกติดตามหา และรับเอกสารทางราชการเพื่อไปติดต่อกับด่านที่จังหวัดหนองคาย กระทั่งได้เบาะแสเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพมารดาเดินทางออกไปประเทศลาวกับนายจอร์จเพียง 2 คน และมีเพียงนายจอร์จเดินทางกลับมาเพียงลำพังคนเดียววันที่ 30 ธันวาคม ก่อนเดินทางกลับอเมริกาในวันที่ 1 มกราคม เพราะวีซ่านายจอร์จหมดอายุวันที่ 3 มกราคมเมื่อทราบเบาะแสดังนั้นตนจึงรีบโทรศัพท์ติดต่อกับนายจอร์จ แต่ติดต่อไม่ได้ กระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานายจอร์จโทรศัพท์กลับมา ตนจึงสอบถามว่ามารดาอยู่ที่ไหน นายจอร์จบ่ายเบี่ยงบอกไม่ทราบ เพราะหลังจากท่องเที่ยวที่ประเทศลาวแล้ว ถึงกำหนดจะเดินทางกลับ ได้เกิดมีปากเสียงกันนิดหน่อย มารดาจึงบอกว่าจะขออยู่ต่อเพื่อท่องเที่ยวกับเพื่อนม้งชาวลาว นายจอร์จจึงเดินทางกลับคนเดียว ตนจึงถามถึงรายละเอียดไทม์ไลน์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศลาว แต่นายจอร์จอ้างว่า มารดาเป็นคนจัดทริป จึงไม่ทราบสถานที่และไม่ทราบแม้แต่ชื่อโรงแรมที่เข้าพัก ซึ่งเป็นข้อพิรุธอย่างมากกระทั่งเมื่อวานตนโทรศัพท์ไปหานายจอร์จอีก นายจอร์จบอกว่าได้จัดหาทนายความไว้แล้ว หากตนมีอะไรพูดคุยก็ให้หาทนายความมาพูดคุยกับทนายของนายจอร์จแทน หากจะคุยกันต่อให้คุยเรื่องจะช่วยกันตามหามารดาตนยังไงจะดีกว่า ตนรู้สึกเสียใจและทำใจระดับหนึ่งคิดว่ามารดาน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังมีความหวังลึก ๆ ว่ามารดาจะยังหลบอาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่ปกติแล้วถึงแม้มารดาจะไม่มีโทรศัพท์ ก็น่าจะหาวิธีการหยิบยืมเพื่อนเพื่อติดต่อมาหาตนอย่างแน่นอน ตนได้ไปทำพิธีตามความเชื่อของชาวม้งเพื่อค้นหาความจริง แต่ได้รับคำตอบที่ไม่อยากได้ยิน คือ มารดาเสียชีวิตไปแล้ว และอาจยากลำบากในการตามหาร่างของมารดานายวิญญู บอกด้วยว่า ตนมีมารดาเพียงคนเดียว ก็จะขอต่อสู้ติดตามไปเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับมารดา ถึงแม้จะไม่มีเงินทองไปต่อสู้ก็ตาม อยากวิงวอนสื่อมวลชนและผู้มีอำนาจช่วยหยิบยื่นความเป็นธรรมให้กับมารดาและตนเองด้วย ล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมาได้ตรวจข้อความการติดต่อของมารดา พบว่าได้ส่งข้อความสอบถามเส้นทางท่องเที่ยวกับเพื่อนชาวม้งลาว เพื่อจะไปเที่ยวเขื่อนแห่งหนึ่งในประเทศลาว ก่อนขาดการติดต่อและหายตัวไป ยายและป้าของตนพร้อมกันเดินทางไปตามหาที่เขื่อนในประเทศลาว แต่ยังไร้วี่แววใด ๆจากการ สอบถาม น.ส.สุดารัตน์ ลีพิภพสิทธิโภคิน อายุ 28 ปี หลานของ น.ส.ทัศนีย์ เล่าว่า ที่ผ่านมานายจอร์จมักหึงหวง ทะเลาะเบาะแว้ง มีปากเสียงและบางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือกับ น.ส.ทัศนีย์ แต่ น.ส.ทัศนีย์ เป็นคนไม่ค่อยยอมพูดหรือเล่าอะไรให้ใครฟัง และไม่ค่อยระบายความทุกข์ลงโซเชียล ตนได้ทราบข่าวและพูดคุยกับ น.ส.ทัศนีย์ บ้างเป็นครั้งคราว ราวเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา น.ส.ทัศนีย์ ได้ส่งข้อความคุยกันบอกว่า บ้านถูกนายจอร์จเผา แต่เสียหายไม่มาก ตนและญาติ ๆ ก็เป็นห่วงไม่อยากให้อยู่ด้วยกัน เพราะเกรงจะเกิดเหตุร้าย หลังทราบว่า น.ส.ทัศนีย์ หายตัวไปกับนายจอร์จ ก็ได้เดินทางไปร้องเรียนที่สถานทูตอเมริกา ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้คำตอบว่า ไม่มีหลักฐานเอาผิดนายจอร์จ จึงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ไม่สามารถดำเนินการอะไรให้ได้ ปกติม้งที่ประเทศลาวมีมากเป็นล้านคน หาก น.ส.ทัศนีย์ ตกทุกข์ได้ยากที่ประเทศลาว ก็คิดว่า น.ส.ทัศนีย์ จะต้องมีคนม้งลาวให้การช่วยเหลือแน่นอน ส่วนตัวคิดว่า น.ส.ทัศนีย์ เสียชีวิตไปแล้ว อยากขอผู้มีอำนาจช่วยติดตามความยุติธรรมให้น้าสาวของตนเองด้วย ให้เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้อย่างไรก็ตาม หากมีการชี้แจงจากฝั่งของ นายจอร์จ จะได้รายงานให้ทราบต่อไป.อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิรุธสาวหายตัวปริศนาที่ลาว อดีตสามีบินกลับสหรัฐฯ ลูกเผยเคยสั่งเสียไว้ข่าวที่เกี่ยวข้องหายปริศนา 4 วัน พบเจ้าหน้าที่ห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นศพอยู่ใกล้สันเขื่อนพบข้อมูลคนหาย ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ ปีเดียวกว่า 119 คน อายุน้อยสุด 15 ปีสาวใหญ่หายออกจากบ้าน พบเป็นศพถูกฆ่ารัดคอถ่วงน้ำจีนเตือนกัมพูชา คนจีนสูญหายเพราะสแกมเมอร์ กระทบความสัมพันธ์กวาดล้างโจรออนไลน์ รวบ 73 คน สูญ 1.4 พันล้าน ยึด 522 ล้านตามข่าวก่อนใครได้ที่- Website : www.thairath.co.th- LINE Official : Thairath
พิรุธสาวหายตัวปริศนาที่ลาว อดีตสามีบินกลับสหรัฐฯ ลูกเผยเคยสั่งเสียไว้
by
Tags: