แฟ้มภาพ ชาวอิสราเอลในพื้นที่เกาะพะงันที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย7 กันยายน 2569 – เพจเฟซบุ๊ก กวีเหลวไหลแท้ ซึ่งประกาศสนับสนุนรัฐบาลอนุทิน ได้แสดงความคิดเห็นกรณีปัญหาชาวอิสราเอลในประเทศไทย ซึ่งกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดสถานการณ์ทวีความรุนแรงจนนำไปสู่มาตรการเนรเทศชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกวีเหลวไหลฯ โพสต์ข้อความดังนี้ แรงงานไทยจำนวน 60,000 คนในอิสราเอลส่งเงินกลับประเทศปีละประมาณ 35,000 ล้านบาท จากรายได้ต่อเดือนต่อคนประมาณ 50,000 – 100,000 บาท ส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตร ก่อสร้าง รายได้สูงขนาดนี้หาได้ยากในประเทศ พวกเขาจึงอดทนสู้ อดทนเสี่ยงชีวิตอยู่ต่อ แม้สงครามอิหร่านจะน่ากลัวแค่ไหนก็ตามชาวอิสราเอลมาเที่ยวในประเทศไทยปีละประมาณ 280,000 – 420,000 โดยใช้จ่ายรวมกันประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 83,000 บาทต่อทริป/คนไทยมีรายได้จากประเทศอิสราเอลสองข้อนี้รวมกันปีละ 65,000 ล้านบาท ด้วยต้นทุนน้อยกว่าส่งออกสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ยังมีมูลค่าจากการค้าขายสินค้าอื่นๆอีกจำนวนมากการแสดงอาการรังเกียจชาวอิสเอลเหมารวมด้วยมาตรการเฉพาะเจาะจงต่อพวกเขา ย่อมนำมาสู่การใช้มาตรการโต้กลับ นั่นจะทำให้แรงงานไทยตกงาน รายได้จากการท่องเที่ยวหดหายไป รวมทั้งผลกระทบอื่นๆ เช่น ประเทศไทยไม่ใช่สถานที่ควรเที่ยวอีกต่อไปในสายตาประเทศที่เป็นพันธมิตรกับพวกเขารัฐบาลออกระเบียบการเนรเทศต่อปัจเจกบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์คือสิ่งถูกต้อง เพราะใช้ได้กับคนต่างด้าวทุกประเทศในภาพรวมปัญหาสะสมที่ผ่านมาเช่น การตั้งชุมชน การใช้นอมินีครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หากผิดกฎหมายไทยก็บังคับใช้เป็นรายๆ เป็นกรณีไป โดยการออกคำสั่งให้ข้าราชการหรือหน่วยงานรับผิดชอบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดโดยไม่ละเว้น แต่ไม่ควรลงถนนเพื่อขับไล่พวกเขาโดยตรงเพียงชาติเดียวตอนหนังจีนเรื่อง Lost in Thailand ที่เป็นกระแสให้คนจีนแห่กันมาเที่ยวบ้านเรามากมายเมื่อสิบกว่าปีก่อน มีการดูถูกพฤติกรรมบางอย่างของคนจีน กระทั่งพวกเขาขุ่นเคือง หยุดเที่ยวเมืองไทยเสียดื้อๆ ผู้อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวรับรู้ดีว่าเสียหายขนาดไหนไม่ใช่ไม่รักชาติ แต่นี่เป็นข้อมูลอีกด้านที่เป็นความจริง ลองพิจารณากันครับ
มาแล้ว! ‘กวีเหลวไหล’ เบิกเนตรคนไทย ‘เกลียดยิว’ มีผลเสียหลายข้อทั้งสูญรายได้ท่องเที่ยว แรงงานถูกส่งกลับ
by
Tags: