ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ตรวจพบหินรูปร่างคล้าย “เต่าบนดาวอังคาร”

ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ตรวจพบหินรูปร่างคล้าย วันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ยานสำรวจ เพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ขององค์การนาซา (NASA) ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อแสดงให้เห็นก้อนหินรูปร่างประหลาดที่คล้ายกับ "เต่า" โผล่พ้นกระดองบนพื้นผิวดาวอังคารโดยภาพดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดกระแสถกเถียงในวงการวิทยาศาสตร์และสังคมออนไลน์ หลายคนตั้งคำถามว่านี่คือหลักฐานใหม่ของสิ่งมีชีวิต หรือเพียงแค่ภาพลวงตาที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาการค้นพบครั้งใหม่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม หรือวันที่ 1,610 ของภารกิจยานเพอร์เซเวียแรนซ์ ซึ่งปฏิบัติการอยู่ในหลุมอุกกาบาตเจซีโร (Jezero Crater) ได้บันทึกภาพหินก้อนดังกล่าวไว้ ลักษณะของหินดูเหมือนหัวเต่าที่กำลังโผล่ออกมา แม้จะเป็นเพียงการตีความรูปร่างจากธรรมชาติ แต่ภาพนี้ก็ถูกแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวางภารกิจเพอร์เซเวียแรนซ์เพอร์เซเวียแรนซ์เป็นยานสำรวจหุ่นยนต์ขนาดเท่ารถยนต์ ปล่อยขึ้นสู่อวกาศในปี 2020 และลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 จุดมุ่งหมายหลักคือการค้นหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตโบราณ รวมถึงการเก็บตัวอย่างหินและดินเพื่อเตรียมนำกลับโลกในอนาคต จนถึงปัจจุบัน ยานได้เดินทางแล้วกว่า 23 ไมล์ หรือ 37 กิโลเมตรเครื่องมือที่ใช้ตรวจจับภาพ "หินเต่า" ถูกถ่ายโดยระบบ SHERLOC หรือ Scanning Habitable Environments with Raman & Luminescence for Organics and Chemicals ที่ติดตั้งบนแขนกลของยาน SHERLOC ใช้แสงอัลตราไวโอเลตตรวจสอบพื้นผิวหินอย่างละเอียด จากนั้นกล้อง WATSON หรือ Wide Angle Topographic Sensor for Operations and eNgineering ซึ่งจะบันทึกภาพความละเอียดสูง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นลักษณะของพื้นผิวและแร่ธาตุที่ชัดเจนยิ่งขึ้นความสำคัญของการค้นพบแม้ว่าหินรูปร่างคล้าย "เต่า" จะเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดจากการกัดเซาะและการสะสมตัวของหินตามธรรมชาติ แต่การศึกษาลักษณะเช่นนี้มีคุณค่ามากต่อการเข้าใจประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของดาวอังคาร ร่องรอยพื้นผิวและชั้นหินสามารถบอกได้ถึงการพัดพาของลม การเกิดเนินทราย หรือแม้แต่หลักฐานว่าครั้งหนึ่งดาวอังคารอาจเคยมีน้ำมุมมองนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านดาวเคราะห์ระบุว่า ภาพถ่ายลักษณะหินเหล่านี้ แม้จะชวนให้นึกถึงสิ่งมีชีวิต แต่ไม่ใช่หลักฐานการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร อย่างไรก็ตาม มันช่วยให้มนุษย์เข้าใจการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาวเคราะห์สีแดงได้มากขึ้นนักวิทยาศาสตร์ยังมองว่า ปรากฏการณ์ที่ผู้คนเห็นสิ่งมีชีวิตจากรูปร่างของหินนั้นเรียกว่า Pareidolia ซึ่งเป็นการที่สมองมนุษย์ตีความสิ่งที่ไม่คุ้นเคยให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่คุ้นเคย เช่น สัตว์หรือใบหน้า สิ่งเหล่านี้จึงสะท้อนว่าแม้ภาพถ่ายจากอวกาศจะเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยังเชื่อมโยงกับจินตนาการของมนุษย์อยู่เสมอข่าวที่เกี่ยวข้องยาน “InSight” เผยเนื้อใน “ดาวอังคาร” พบโครงสร้างแตกกระจายกว่าที่คิด ?นักวิจัยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ค้นพบสาเหตุยานสำรวจ Spirit ติดหล่มทรายบนดาวอังคารในปี 2009ข่าวดีสำหรับมนุษยชาติ ผลวิจัยชี้ธารน้ำแข็งดาวอังคารส่วนใหญ่คือ "น้ำแข็งบริสุทธิ์"การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่เผย ดาวอังคารเคยเปียกชื้นกว่าที่คิดโดยใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศใหม่เลื่อนปล่อยภารกิจ Ax-4 หลังพบการรั่วของออกซิเจนเหลว (LOx) ขณะตรวจสอบระบบ


Posted

in

by

Tags: