“ยุทธิยง” แนวร่วมพันธมิตร เตรียมใจรับคำพิพากษาศาลฎีกา ลั่น ขอเพียงได้กลับบ้านอยู่กับครอบครัว

“ยุทธิยง” แนวร่วมพันธมิตร เตรียมใจรับคำพิพากษาศาลฎีกา ลั่น ขอเพียงได้กลับบ้านอยู่กับครอบครัววันที่ 19 ก.ย. 68 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที หนึ่งในแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้ารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โดยระบุว่า ตนได้เตรียมใจยอมรับกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพราะคดีนี้ยืดเยื้อมานานหลายปี พร้อมย้ำว่าได้ตั้งใจและยอมรับในคำตัดสิน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเมื่อถามถึงการต่อสู้ในชั้นฎีกา นายยุทธิยง กล่าวว่า ตนและทีมทนายความได้จัดทำคำชี้แจง รวมทั้งนำเสนอแนวทางการต่อสู้ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้รับทราบอย่างครบถ้วนตามความสัตย์จริงนายยุทธิยง ยังระบุว่า การต่อสู้ทางการเมืองของประชาชนมีความหลากหลาย และที่ผ่านมาได้มีประชาชนจำนวนมากตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนเข้ามามีส่วนร่วม แม้ตนไม่ใช่แกนนำโดยตรง แต่ในฐานะที่เป็นบุคคลซึ่งประชาชนรู้จัก จึงจำเป็นต้องทำหน้าที่สื่อสาร ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบสำคัญที่ต้องทำอย่างรอบคอบ ถูกต้องตามกฎหมาย และมุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมืองเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามองคำตัดสินในวันนี้จะสะท้อนภาพการเมืองอย่างไร นายยุทธิยง ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเชิงการเมือง โดยชี้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ตนถนัด แต่ยอมรับว่าทุกฝ่ายต่างเห็นพัฒนาการของบ้านเมืองและอำนาจทางการเมืองที่เปลี่ยนไปแล้วสำหรับผลกระทบจากคำพิพากษา นายยุทธิยง มองว่า ปัจจุบันมวลชนมีความสุขุม รอบคอบ และเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น จึงเชื่อว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มใด แม้ยังมีความผูกพันกันอยู่บ้าง แต่สังคมไทยก็ก้าวเข้าสู่ระดับคุณภาพที่สูงขึ้น ที่สำคัญคือเห็นสำนึกรักบ้านรักเมืองชัดเจนมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศในปัจจุบันทั้งนี้ เมื่อถามถึงความคาดหวัง นายยุทธิยง ยอมรับว่า เช่นเดียวกับทุกคน ย่อมอยากกลับบ้านและอยู่กับครอบครัว โดยเฉพาะลูก ๆ หากมีโอกาสก็อยากกลับไปทำงาน รวมถึงจัดรายการตามที่เคยทำมา เพราะถือเป็นสิ่งที่ทำด้วยความสุข พร้อมย้ำว่า การต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเรื่องปกติ และจะยังคงยึดมั่นดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป


Posted

in

by

Tags: