รพ.รัฐแถลงด่วน! ยอมรับฉีดยาผิดให้ทารกวัย 1 เดือน ขอน้อมรับความผิดพลาด

หวิดโศก พยาบาลฉีดยาแก้แพ้ผิดให้ทารก 1 เดือน เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ด้านโรงพยาบาลตั้งโต๊ะแถลง น้อมรับความผิดพลาด เหตุระบุตัวตนผู้ป่วยคลาดเคลื่อนเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องราวของเด็กทารก ที่รักษาตัวด้วยอาการป่วยอยู่ในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี และเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด คุณหมอมาแจ้งกับพ่อและแม่เด็กว่าฉีดยาผิดโดยในโพสต์ระบุว่า "ถ้าสมมุติว่าลูกเราไม่สบาย แล้วเราพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วอยู่ดีๆ มีหมอมาบอกกับเราว่า ขอโทษนะคะ พอดีฉีดยาผิดให้ลูกคุณไป ซึ่งยาที่ฉีดให้ลูกเรานั้นคือ ยาสำหรับผู้ใหญ่ ไม่สามารถฉีดให้เด็กได้ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต แต่ลูกผมอายุเดือนเดียว ซึ่งมันเกินขนาดที่เด็กจะรับได้ อาจจะทำให้เด็กมีอาการหายใจช้าลง หรือ หลับจนเรียกไม่รู้สึก แรงสุดคือ ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ คือ แรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หมอพูดกับคุณแบบนี้ ถ้าเป็นลูกคุณ คุณจะทำยังไง ลองแสดงความคิดเห็นหน่อย #แต่ผมนะตอนนี้ขอแค่ให้ผ่านคืนนี้ไปได้ให้ลูกปลอดภัย แล้วเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังว่าเรื่องราวเป็นยังไง"หลังจากที่มีการโพสต์เรื่องราวนี้ออกไป ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลกันเป็นอย่างมากผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบพ่อและแม่ของเด็กรายดังกล่าว โดยนายเบ๊ญ อายุ 28 ปี พ่อของเด็ก เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 เมษายน ขณะให้นมลูกน้อยวัยหนึ่งเดือน อยู่ที่เตียงผู้ป่วย เนื่องจากลูกมีอาการป่วยปอดติดเชื้อ ขณะนั้นได้มีพยาบาลขอฉีดยาเข้าถุงน้ำเกลือ หลังจากนั้นไม่นานพยาบาลก็เดินกลับมาเพื่อรีเช็กยาที่ฉีดไป และไปตามคุณหมอมา ก่อนที่คุณหมอแจ้งว่า ได้ฉีดยาผิดให้กับเด็กไป มีปริมาณที่มีผลข้างเคียงและอันตรายกับทารกอย่างมาก ในเบื้องต้นต้องอยู่ในการเฝ้าระวังใกล้ชิดกับแพทย์ ตลอด 24 ชั่วโมงพ่อของเด็ก ได้พูดเสริมว่า ได้รับการติดต่อว่าจะมีบุคลากรของทางโรงพยาบาล เข้ามาพูดคุย และเยียวยาในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย ฝากทางสื่อ ช่วยติดตามเรื่องดังกล่าวและขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตนด้วยกระทั่ง วันนี้ (2 เม.ย.) ทางโรงพยาบาลดังกล่าวได้แถลงประเด็นที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความบกพร่องในกระบวนการระบุตัวตนผู้ป่วยและการสื่อสารระหว่างบุคลากร ส่วนยาที่เด็กทารกได้รับนั้นเป็นยาแก้แพ้ Chlorpheniramine ซึ่งเตรียมไว้ให้กับผู้ป่วยเด็กวัย 9 เดือน อีกราย อย่างไรก็ตามทางทีมกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ติดตามอาการและเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากได้รับยาผิดอย่างใกล้ชิดที่สุด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ป่วย ป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยทีมกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญประเมินอาการไม่พบว่าเกิดความเสียหายแก่ร่างกายผู้ป่วยและฤทธิ์ของยาแก้แพ้ดังกล่าวก็ได้หมดลงตามระยะเวลาที่ออกฤทธิ์ของยาแล้ว ทางโรงพยาบาลขอน้อมรับความผิดพลาดและคำตำหนิจากครอบครัวทุกประการและขอความมั่นใจจะดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี


Posted

in

by

Tags: