รร.นรต. สั่งเชือด “ผศ.พ.ต.อ.” สั่งไล่ออก ร่วมกับภรรยาแจ้งความเท็จ รีดเงินขู่แฉคลิปสวาท

กรณี "ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์" อดีตข้าราชการตำรวจตำแหน่ง อาจารย์ (สบ ๔) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและโรงเรียนนายร้อยตำรวจอย่างรุนแรงนั้นโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ชี้แจงข้อเท็จจริงถึงพฤติการณ์การกระทำความผิด การดำเนินการทางกฎหมาย และสถานภาพของอดีตข้าราชการตำรวจจรายดังกล่าว ดังนี้พฤติการณ์การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและการพ้นสภาพจากราชการโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อ ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์ จากพฤติการณ์การกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายและลงโทษสถานหนัก ดังนี้กรณีแรก การให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน ซึ่งตามแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2567 ผู้ถูกกล่าวหาและภรรยามีพฤติการณ์ร่วมกันแต่งเรื่องแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อกลั่นแกล้งผู้เสียหายให้ต้องรับโทษในความผิดฐานลักทรัพย์และบุกรุก การสอบสวนถึงที่สุดมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง และปรากฎอีกว่า ผู้ถูกกล่าวหาและภรรยาร่วมให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ เมือวันที่ 25 ตุลาคม 2567 กล่าวร้ายผู้เสียหายว่า มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้ถูกกล่าวหา การที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ตนมีพฤติกรรมชู้สาวกับหญิงอื่นที่มีสามี เป็นการกระทำผิดวินัยตำรวจอย่างร้ายแรงโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนฯ และพิจารณาได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่เคยทำประโยชน์ต่อราชการมาก่อน จึงมี คำสั่งโรงเรียนนายร้อยตำรวจลงโทษ "ปลดออก" จากราชการกรณีที่ 2 พฤติการณ์รีดเอาทรัพย์และการถูกดำเนินคดีอาญาจากพฤติการณ์ที่ผู้ถูกกล่าวหาและภรรยาร้องทุกข์กลั่นแกล้งผู้เสียหายว่า ลักทรัพย์และบุกรุก ผู้เสียหายต้องปกป้องสิทธิของตนด้วยการไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ให้ดำเนินคดีกับ ผู้ถูกกล่าวหาและภรรยา ในความผิดฐานร่วมกัมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จฯ ต่อมามีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนฯ ขึ้น จากการสอบสวนมีหลักฐานชี้ชัดว่า ผู้ถูกกล่าวหาและภรรยา มีมูลเหตุจงใจกระทำการต่าง เพื่อเรียกรับเงินจำนวน 3 ล้านบาท แลกกับการไม่เปิดเผยคลิปวิดีโอความสัมพันธ์ฉันชู้สาวระหว่างผู้ถูกกล่าวหากับผู้เสียหายพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ เชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มีคำสั่งลงโทษขั้นสูงสุดให้ "ไล่ออก"พฤติการณ์ คุกคาม-ข่มขู่-หมิ่นประมาทภรรยาของอดีตข้าราชการตำรวจเข้าพบและพูดจาข่มขู่ กดดันผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยหวังให้สามีไม่มีความผิด ปรากฎข้อเท็จจริงว่า อดีตข้าราชการตำรวจรายนี้และบุคคลใกล้ชิดได้มีพฤติการณ์กระทำการเพื่อหวังผลประวิงเวลา และกดดันกระบวนการยุติธรรมอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดังนี้การสร้างข่าวสารบิดเบือนเพื่อกดดันองค์กรและภรรยาของผู้ถูกกล่าวหาโพสต์ข้อความในFBที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มองว่ามีลักษณะข่มขู่หมายเอาชีวิตผู้อื่น โดยระบุว่า "มีคนจะเอาลูกตะกั่วให้พวกมึงแดก!!"สิทธิประโยชน์และการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายผลจากคำสั่งลงโทษ "ไล่ออก" จากราชการ ทำให้อดีตข้าราชการตำรวจผู้นี้หมดสิทธิในการรับบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการใดๆ จากทางราชการโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม บุคคลผู้นี้ยังคงมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งลงโทษต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งหากประสงค์จะโต้แย้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ สามารถนำเรื่องยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้ ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยจาก ก.พ.ค.ตร. ตามกระบวนการยุติธรรมทางปกครองโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ขอยืนยันการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเด็ดขาด หากพบข้าราชการตำรวจในสังกัดกระทำการประพฤติชั่วและสร้างความเสื่อมเสีย สถาบันฯ จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด โดยไม่มีการละเว้น เพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชนสืบไป


Posted

in

by

Tags: