รวบคา ถนนพระราม 2 “ตำรวจเก๊” ชักปืนขู่เพื่อนร่วมทาง แฉประวัติ

รวบคา ถนนพระราม 2 รวบคา ถนนพระราม 2 "ตำรวจเก๊" ชักปืนขู่เพื่อนร่วมทาง ใช้ป้ายทะเบียนรถปลอม แฉประวัติกรรโชกทรัพย์-ยาเสพติดเพียบ เคยติดคุกมา 3 ปี ก่อนออกมาก่อเหตุซ้ำวันที่ 23 มี.ค.2569 ที่บริเวณหน้าอาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิลาลัย ผบก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าว รวบตำรวจเก๊ คาถนนพระราม 2 ชักปืนข่มขู่ เพื่อนร่วมทาง พบประวัติกรรโชกทรัพย์และยาเสพติดหลายคดีพ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก 2 บก.ทล. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.30 น. ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. รับการประสานงานจาก ตำรวจ ภ.จว.สมุทรสงคราม ให้ช่วยสกัดจับรถตู้ สีขาว ทะเบียน กทม. จากกรณีพบผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทาง ขณะขับรถบริเวณด่านชั่งพระราม 2 กิโลเมตร ที่ 53 ขาเข้ากรุงเทพมหานครตำรวจเก๊รวบคา ถนนพระราม 2 "ตำรวจเก๊" ชักปืนขู่เพื่อนร่วมทาง ใช้ป้ายทะเบียนรถปลอม แฉประวัติกรรโชกทรัพย์-ยาเสพติดเพียบ เคยติดคุกมา 3 ปี ก่อนออกมาก่อเหตุซ้ำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงวางกำลังหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัยและหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัดซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 2 กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. รถตรวจการณ์พบรถเป้าหมายและทำการเรียกตรวจค้นพบ นายประกายเพ็ชร (ขอสงวนามสกุล) อายุ 51 ปี ได้แสดงบัตรข้าราชการตำรวจระบุชื่อ ร.ต.ต.สมบูรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ตำแหน่งรองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมอ้างว่าเป็นบุคคลตามบัตร เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจเก๊แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในระบบ พบว่าเป็น "บัตรปลอม" จึงทำการจับกุมตัวพร้อมผู้ต้องหาที่โดยสารมาด้วยอีก 1 คนคือ นายอุทัย (ขอสงวนามสกุล) อายุ 43 ปี โดยนำรถและผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปตรวจสอบที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัยจากตรวจสอบภายในรถตู้คันดังกล่าว พบอาวุธปืน Sig Sauer P365 สีดำ ซึ่งปืนผิดมือ ขนาด 9 มม. พร้อมแม็กกาซีนบรรจุกระสุนพร้อมใช้ จำนวน 10 นัด และกระสุนจำนวน 15 นัดเก็บอยู่ในถุงซิปเปิดปิดได้,ตำรวจเก๊ปืนแบลงค์กัน RETAY MOD92 สีขาว ขนาด 3 มม. บรรจุกระสุนพร้อมใช้จำนวน 2 นัด อีก 1 กระบอก, ยาเสพติดให้โทษประเภท (เมทแอมเฟตามีน) ไอซ์ น้ำหนัก ชั่งรวมถุง ประมาณ 0.13 กรัม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสปิดเปิดได้ (ชั่งรวมถุง),ป้ายทะเบียนปลอม 3 ป้าย, เสื้อคลุม ติดอาร์ม ตำรวจไซเบอร์ด้านขาว ติดอาร์มโลโก้SUB-DMSION 2 หน้าอกด้านขวารูป สัญลักษณ์กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หน้าอกด้านซ้ายติด อักษร สอท.2 ด้านหลัง อักษร CYBER POLICE จำนวน 1 ตัว,เสื้อคลุมสีน้ำเงิน หน้าอกด้านขวามีอักษร สืบสวน หน้าอกด้านซ้ายรูปสัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว จำนวน 1 ตัว, เสื้อเกราะกันกระสุนสีดำ ด้านหน้ารูปสัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว ด้านหลังติดคำว่า POLICE จำนวน 1 ตัว,ป้ายแขวนคอ มีตัวหนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสืบสวน และภาษาอังกฤษ ROYAL THAI POLICE จำนวน 2 อัน, วิทยุแบบทำงานสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต POC ยี่ห้อ MYTETRA จำนวน 8 เครื่อง, โดรน ยี่ห้อ D JI พร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด, บัตร ATM จำนวน 5 ใบ, สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ จำนวน 2 เล่ม, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องจากการตรวจสอบป้ายทะเบียน กทม. พบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม ถูกสั่งทำขึ้นมาเพื่อสวมแทนทะเบียน ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองตามหมายเลขทะเบียนเป็นของบริษัทแห่งหนึ่งนายประกายเพ็ชร ให้การว่า ได้สั่งทำผ่านคนรู้จักชื่อ นายกุน ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อยู่บ้านแถวบางใหญ่ จ.นนทบุรี และนัดรับแถวรามคำแหง ในราคาคู่ละ 4,000 บาท และยังพบแผ่นป้ายทะเบียนอีก 2 ป้าย ซึ่งเชื่อได้ว่ามีการเตรียมความพร้อมที่จะทำการสับเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามเมื่อตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่า นายประกายเพ็ชร เคยก่อเหตุปลอมตัวเป็นตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ข่มขู่นักธุรกิจชาวจีนในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และถูกเจ้าหน้าที่ซ้อนแผนจับดำเนินคดีไปแล้วเมื่อปี 2562ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี ก่อนพ้นโทษออกมาก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้ โดยจะเลือกผู้เสียหายเป็นนักลงทุนชาวต่างชาติ ส่วนนายอุทัยมีประวัติคดียาเสพติด และคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนติดตัวด้วยเช่นกันเบื้องต้น นายประกายเพ็ชร ถูกแจ้งข้อหา “มีและใช้เอกสารราชการปลอม สวมทะเบียนรถ และบัตรข้าราชการตำรวจปลอม” และ “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม และ มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”ส่วนนายอุทัย ถูกเเจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม และ มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”ด้าน พล.ต.ต.พรศักดิ์ เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมของผู้ต้องหาจะรู้เทคนิคการทำงานของตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งส่วนนี้ได้สั่งให้ตำรวจเร่งขยายผลไปถึงบุคคลที่อาจจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการตำรวจหรือพลเรือน หากพบก็ดำเนินคดีโดยไม่ละเว้นอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบคา ถนนพระราม 2 "ตำรวจเก๊" ชักปืนขู่เพื่อนร่วมทาง แฉประวัติติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: