ระวัง!! มีเพศสัมพันธ์ต่างชาติ ชายไทยวัย 37 ติด ‘ฝีดาษวานร’ หลังสัมพันธ์ผู้ติดเชื้อ HIV

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก "หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC" เปิดเผยกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์และโรคฝีดาษวานร (MPOX) สายพันธุ์ Clade 1b เพื่อเตือนภัยและให้ความรู้แก่ประชาชนนพ.มนูญ ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 มีผู้ป่วยชายไทย อายุ 37 ปี เข้ามารับการตรวจรักษา โดยเมื่อ 1 เดือนก่อนหน้า ผู้ป่วยมีประวัติการมีเพศสัมพันธ์กับชายชาวต่างชาติในต่างประเทศ ซึ่งคู่นอนรายดังกล่าวเป็นผู้ที่มีเชื้อ HIV (รับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องมา 15 ปีจนคุมเชื้อได้ดี) และเคยมีประวัติติดเชื้อซิฟิลิสภาพจาก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FCหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยเริ่มมีไข้ หนาวสั่น ปวดตัว และอ่อนเพลีย เป็นเวลา 3 วัน หลังจากไข้ลดลง เริ่มมีตุ่มหนองขนาดเล็กขึ้นกระจายตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ ใบหน้า หน้าอก หน้าท้อง หลัง สีข้าง มือ แขน ขา อวัยวะเพศ และรอบทวารหนัก (ไม่พบตุ่มหนองในดวงตาหรือในช่องปาก)การตรวจวินิจฉัยจากการตรวจร่างกาย แพทย์พบว่าผู้ป่วยไม่มีไข้แล้ว แต่มีอาการต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับพบตุ่มหนองเล็กๆ กระจายตามผิวหนังชัดเจน แพทย์จึงทำการเก็บตัวอย่างสารน้ำจากตุ่มหนองและผิวหนังส่วนบนเพื่อส่งตรวจหาสารพันธุกรรม (PCR) ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฝีดาษวานร (MPOX) สายพันธุ์ Clade 1bภาพจาก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FCแนวทางการรักษาและการกักตัวจากประวัติความเสี่ยงสูงดังกล่าว แพทย์ได้ดำเนินการรักษาตามแนวทางดังนี้:การให้ยา สั่งจ่ายยาต้านไวรัส Tecovirimat เพื่อรักษาโรคฝีดาษวานร โดยให้รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ผลการตอบสนอง ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาได้ดี ไม่มีอาการแพ้ยา และปัจจุบันพบว่าตุ่มหนองมีขนาดเล็กลงมาตรการควบคุมโรค เนื่องจากผู้ป่วยพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง แพทย์ได้แนะนำให้ กักตัวอย่างเคร่งครัดที่บ้านเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยต้องรอจนกว่าผิวหนังจะตกสะเก็ด สะเก็ดหลุดออกจนหมด และมีผิวหนังใหม่ขึ้นมาปกคลุมรอยโรคเดิมอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสฝีดาษวานรไปสู่สังคม


Posted

in

by

Tags: