รุนแรงมาก!! เปิดภาพ เกิดเหตุพลุระเบิดสนั่น บ้านพังกว่า 7 หลัง

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ร.ต.ต.อาทิตย์ บุญเครอะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุพลุระเบิด บริเวณบ้านไร่ตีนน้ำ หมู่2 ตำบลต้นมะม่วง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ร.ต.ต.อาทิตย์ บุญเครอะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุพลุระเบิด บริเวณบ้านไร่ตีนน้ำ หมู่2 ตำบลต้นมะม่วง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย กว่า 7 หลังคาเรือนจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.โชคชัย เนียลเซ็น ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี ร.ต.กนกศักดิ์ มุทธากาญจน์ นายกเทศมนตรีตำบลต้นมะม่วงทราบแล้วรุดไปตรวจสอบโดยก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พลเมืองดีและหน่วยกู้ชีพของเทศบาลตำบลต้นมะม่วง ได้เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย โดยเคลื่อนย้ายตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรีทราบชื่อต่อมาคือ นายสงกรานต์ หรือกำนันหมึก อายุ 68 ปี เป็นอดีตกำนันตำบลต้นมะม่วง และนางนันทภัทร อายุ 42 ปี สามีภรรยา โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีบาดแผลถลอกทั่วไปตามร่างกายนอกจากนี้ในที่เกิดเหตุ ยังพบว่ามีบ้านเรือนประชาชน จำนวนกว่า 7 หลังคาเรือน ถูกแรงระเบิด ได้รับความเสียหาย หลังคาพัง ฝ้าเพดาลหลุดเป็นแถบ กระจกประตูและหน้าต่างแตก และยังมีรถเก๋งและรถกระบะได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดอีก จำนวน 2 คัน เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ รอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ บ้านหลังดังกล่าวมี นายสงกรานต์ และนางนันทภัทร 2 สามีภรรยา ผู้ได้รับบาดเจ็บ กำลังพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นพลุที่วางไว้บริเวณโรงจอดรถ ซึ่งเป็นดินดำ ได้เกิดระเบิดขึ้นดังสนั่น ไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร โดยแรงระเบิด ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในละแวกใกล้เคียงพังได้รับความเสียหาย กว่า 7 หลังคาเรือนนอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า บ้านหลังดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากอำเภอเมืองเพชรบุรี ให้ประกอบกิจการทำพลุดอกไม้ไฟ อย่างถูกต้อง ซึ่งดำเนินกิจการมากว่า 40 ปีแล้ว แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุ โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งกับพยานหลักฐาน เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี เข้าดำเนินการตรวจสอบหารายละเอียดหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


Posted

in

by

Tags: