ลิเวอร์พูล กำลังขาดสิ่งนี้ และ ริโอ เอ็นกูโมฮา ก็แสดงให้เห็นว่ามันคืออะไร

บางครั้งฟุตบอลก็ต้องการเพียงสิ่งเล็ก ๆ เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกของทั้งสนาม และบางครั้งที่ว่านั้นคือ นักเตะคนหนึ่งที่กล้าเลี้ยงบอลใส่คู่แข่งเกมเอฟเอ คัพ ที่ ลิเวอร์พูล ถอนแค้นเอาคืน วูล์ฟส์ 3-1ริโอ เอ็นกูโมฮา คือชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เขากลายเป็นผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างมากที่สุดในสนามสิ่งแรกที่ทำให้ เอ็นกูโมฮา คือเรื่องความรู้สึกของเกมทุกครั้งที่เขาได้บอล แนวรับ วูล์ฟส์ ถอยทันที เพราะพวกเขารู้ว่าจะต้องเจอกับสิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบที่สุดการดวลตัวต่อตัว เอ็นกูโมฮา เลี้ยงบอลสำเร็จ 3 จาก 4 ครั้งตัวเลขอาจดูธรรมดา แต่บริบทของมันสำคัญมากการเลี้ยงบอลของเขาไม่ได้เกิดตรงพื้นที่ว่าง มันเกิดในพื้นที่ที่ วูล์ฟส์ ตั้งรับลึกซึ่งหมายความว่า ทุกครั้งที่เขาชนะการดวล แนวรับทั้งแผงจะต้องขยับและทันทีที่แนวรับต้องขยับ ช่องว่างก็เกิดกองหลัง วูล์ฟส์ เกลียดที่ต้องเผชิญหน้ากับเขา เพราะเขาทำให้ระบบเกมรับเสียรูปอยู่ตลอดเวลา…สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่สิ่งที่ เอ็นกูโมฮา ทำ แต่คือสิ่งที่คนอื่น ๆ เลือกจะทำ รุ่นพี่ในทีมพยายามส่งบอลให้เขาตัวเลขสะท้อนเรื่องนี้ชัดมาก เอ็นกูโมฮา สัมผัสบอล 54 ครั้งขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งอยู่ในสนามเท่ากัน 69 นาที สัมผัสบอลเพียง 43 ครั้งมันเป็นสัญญาณที่ชัดเจน ลิเวอร์พูล กำลังพยายามใช้เขาเป็น กุญแจในการเจาะโลว์บล็อคเพราะในฟุตบอลยุคปัจจุบัน เมื่อเจอทีมตั้งรับลึก คุณต้องการนักเตะที่สามารถทำลายโครงสร้างเกมรับด้วยตัวเองและ เอ็นกูโมฮา คือคนเดียวที่ทำแบบนั้นได้ฟอร์มของเขาไม่ได้ดูดีแค่ในสายตา สถิติสนับสนุนทุกอย่างยิง 3 ครั้ง (เข้ากรอบ 1)สร้างโอกาส 1 ครั้งเลี้ยงบอลสำเร็จ 3 ครั้งชนะการดวลบนพื้น 6 จาก 9 ครั้งสำหรับผู้เล่นวัย 17 ปี นี่คือผลงานที่เกินกว่าคำว่าน่าประทับใจอีกสิ่งที่น่าชื่นชมมากคือ ทัศนคติพรีเมียร์ลีก นักเตะที่เลี้ยงบอลเก่งมักจะโดนเตะ และเขาเองก็โดนหลายครั้งแต่ทุกครั้งที่ถูกทำฟาวล์ เขาไม่ได้ลุกขึ้นมาบ่น ไม่ได้หันไปโวยผู้ตัดสินเขาลุกขึ้นทันทีแล้วเล่นต่อ นี่คือสัญญาณของความเป็นมืออาชีพและเป็นคุณสมบัติที่โค้ชทุกคนต้องการเห็น…เพื่อเข้าใจผลกระทบของ เอ็นกูโมฮา ต้องย้อนกลับไปดูเกมก่อนหน้าเกมลีกที่ ลิเวอร์พูล แพ้ วูล์ฟส์วันนั้น แนวรับ วูล์ฟส์ แทบไม่ต้องออกแรงมากบอลถูกส่งออกข้างอย่างช้า การเคลื่อนที่ของเกมรับแทบไม่ถูกทดสอบผลคือ วูล์ฟส์ สามารถตั้งโลว์บล็อคได้สบายและนาทีที่ 78 พวกเขายิงประตูจากโอกาสครั้งแรกของเกมแต่เกม เอฟเอ คัพ ต่างออกไปแม้โครงสร้างเกมจะคล้ายกัน แต่มีสองสิ่งที่เปลี่ยนประตูขึ้นนำ และ เอ็นกูโมฮาแอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยิงให้ ลิเวอร์พูล นำในนาที 51 และทันทีที่ วูล์ฟส์ เสียประตู เกมก็เปลี่ยนทีมที่ตั้งรับลึกต้องเปิดเกม และทันทีที่พวกเขาเปิดพื้นที่ลิเวอร์พูล ก็สามารถเล่นทรานซิชันได้ นี่คือความแตกต่างระหว่างสองเกมเกมหนึ่ง วูล์ฟส์ สามารถตั้งโลว์บล็อคได้จนจบอีกเกมหนึ่งพวกเขาถูกบังคับให้เสี่ยงอีกสิ่งที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนคือ Passing Zip หรือความเร็วและน้ำหนักของการส่งบอลเกมที่แพ้ บอลถูกส่งออกข้างช้าวูล์ฟส์ สามารถเคลื่อนที่ตามได้ง่าย และไม่เสียพลังงานมากแต่เกม เอฟเอ คัพ ลิเวอร์พูล เพิ่มความเร็วการส่งบอล และพยายามส่งบอลไปข้างหน้าให้ฟูลแบ็กเติมและเมื่อคุณต้องวิ่งตามบอลไปซ้ายขวา ความเหนื่อยล้าจะสะสมแม้จะยังไม่เกิดช่องทันที แต่สุดท้ายเกมจะเปิดเองสถิติพื้นฐานของทั้งสองเกมมีคล้ายกันเกมเอฟเอ คัพ ลิเวอร์พูลยิง 20 ครั้ง เข้ากรอบ 9 ค่า xG อยู่ที่ 1.8 ต่อ 0.44ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ต่างจากเกมลีกก่อนหน้าอย่างมากซึ่งสะท้อนความจริงข้อหนึ่ง ลิเวอร์พูล ตอนนี้ ยังไม่ใช่ทีมระดับที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้พวกเขายังต้องการจังหวะของเกม และรายละเอียดเล็ก ๆ เพื่อให้ผลการแข่งขันเข้าข้างฮีโร่อีกคนของทีมคือ โรเบิร์ตสัน เขาทำประตูและมีแอสซิสต์ปัจจุบัน มิลอส เคอร์เคซ ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในตำแหน่งแบ็กซ้ายซึ่งทำให้ ร็อบโบ้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการโรเตชั่นมีความเป็นไปได้สูงว่า นี่อาจเป็นช่วงเดือนสุดท้ายของเขากับ ลิเวอร์พูลอีกคนที่มีบทบาทสำคัญคือ เคอร์ติส โจนส์เกมนี้เขายิง 1 แอสซิสต์ 1 จ่ายบอลแม่นยำ 100% (51 จาก 51)มันคือการกลับมาของนักเตะที่ฟอร์มตกไปช่วงหนึ่ง แต่อนาคตของเขายังไม่ชัด และมีข่าวเชื่อมโยงกับ อินเตอร์ มิลานถ้านี่คือช่วงสุดท้ายของเขาที่ แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล ต้องหวังว่าเขาจะรักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้จนจบฤดูกาล…เกมนี้อาจถูกจดจำว่าเป็นชัยชนะ 3-1แต่ในเชิงความหมาย มันอาจเป็นเกมที่สำคัญกว่านั้นเพราะมันเตือนลิเวอร์พูลว่า บางครั้ง การแก้ปัญหาเกมรับที่แน่นหนา ไม่ได้ต้องการแท็กติกใหม่ ไม่ได้ต้องการระบบใหม่มันต้องการเพียงนักเตะที่กล้ารับบอลแล้วเลี้ยงใส่กองหลังเอ็นกูโมฮา อาจยังเป็นเพียงดาวรุ่ง แต่เขาก็แสดงให้เห็นบางอย่างที่ลิเวอร์พูลกำลังตามหาความกล้า ความเร็ว และความสามารถในการสร้างความแตกต่างบางทีนั่นอาจเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญที่สุดของเกมรุก ลิเวอร์พูล ในยุคต่อไปก็ได้-HOSSALONSO-


Posted

in

by

Tags: