ลูกสาวเหยื่อ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. รายการโหนกระแสนำเสนอเรื่องราวของนายเสือ ดุสิต ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายนายกุ้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีนางสาวจีด้า ลูกสาวของผู้บาดเจ็บ นายเอ ลูกน้องและเพื่อนของผู้บาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ นายลี่ เพื่อนสนิทของผู้บาดเจ็บ และทนายความร่วมพูดคุยถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในคืนวันที่ 17 คาบเกี่ยวเช้ามืดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี วันเกิดเหตุนายกุ้งพร้อมด้วยเพื่อนและลูกน้องรวม 5 คน นั่งรับประทานอาหารและพูดคุยธุรกิจกับเจ้าของร้านหลังเวลาปิดทำการ กระทั่งเวลาประมาณเกือบ 04.00 น. มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งรู้จักกับนายกุ้งเดินเข้ามาทักทายที่โต๊ะ โดยหญิงสาวแทรกตัวเข้ามาตรงกลางโซฟาระหว่างนายกุ้งและพนักงานต้อนรับของร้านพร้อมโน้มตัวลงมาพูดคุยด้วยขณะนั้นนายเสือ ดุสิต เดินเข้ามาพบเห็นเหตุการณ์และแสดงความไม่พอใจ โดยอ้างว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นแฟนของตน แม้นายกุ้งพยายามชี้แจงว่าไม่มีอะไรและเป็นเพียงคนรู้จักกัน แต่นายเสือดึงตัวหญิงสาวออกไปเคลียร์ปัญหาและมีปากเสียงกันในห้องน้ำชาย ซึ่งนายเอที่อยู่ในห้องน้ำบังเอิญได้ยินเหตุการณ์ หลังจากนั้นสถานการณ์ดูเหมือนจะสงบลง กระทั่งนายกุ้งลุกออกจากโต๊ะเพียงลำพังเพื่อไปสูบบุหรี่ที่โซนด้านนอกร้าน กลุ่มของนายเสือประมาณ 3-4 คนเดินตามออกไปและรุมทำร้ายนายกุ้ง นายเอและเพื่อนทราบเรื่องเมื่อพนักงานของร้านวิ่งมาแจ้งเหตุ จึงรีบตามออกไปดูและพบว่านายกุ้งได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว กลุ่มของนายเสือยังแสดงท่าทีคุกคามกลุ่มของนายเอที่ตามออกไป โดยท้าทายให้ไปแจ้งตำรวจและอ้างว่าไม่เกรงกลัวใครในจังหวัดนนทบุรีระหว่างการทำร้ายร่างกาย ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเสียงนายเสือตะโกนด่าทออย่างต่อเนื่องโดยกล่าวหาว่านายกุ้งไปจับก้นแฟนสาวของตน อย่างไรก็ตามนายเอซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในเหตุการณ์ระบุว่า โอกาสที่นายกุ้งจะจับก้นหญิงสาวคนนั้นเป็นไปได้ยากมาก เนื่องจากนายกุ้งนั่งอยู่ตรงกลางโซฟา และหญิงสาวเดินเข้ามาแทรกตรงกลาง อีกทั้งมือของนายกุ้งวางพาดอยู่บนพนักพิงโซฟา ทางด้านทนายความให้ความเห็นทางกฎหมายว่า หากไม่ได้มีการจับก้นจริงตามที่กล่าวอ้าง การที่หญิงสาวนำเรื่องไปบอกนายเสือจนเป็นเหตุให้นายเสือเกิดบันดาลโทสะและไปทำร้ายร่างกายผู้อื่น หญิงสาวคนนั้นอาจมีความผิดในฐานะตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยหลังเกิดเหตุ กลุ่มเพื่อนของนายกุ้งให้ทางร้านเรียกแท็กซี่เพื่อนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยด่วน โดยต้องพาออกทางหลังร้านเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ก่อเหตุ อาการของนายกุ้งอยู่ในขั้นวิกฤติ ต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียู โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดฉีกขาด ตับและไตได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ในช่วงแรกที่เข้ารับการรักษา นายกุ้งมีภาวะหัวใจหยุดเต้นไปนานถึง 10 นาที ทำให้แพทย์ต้องทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต และยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาด้านการดำเนินคดี ครอบครัวของผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พร้อมนำใบรับรองแพทย์เบื้องต้นที่ระบุถึงอาการกระดูกหักและเลือดออกในปอดไปมอบเป็นหลักฐาน แต่คดีไม่มีความคืบหน้า วันที่ 19 กุมภาพันธ์ มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ใหญ่ในจังหวัดนนทบุรีติดต่อมาหาครอบครัวผู้เสียหายเพื่อขอไกล่เกลี่ยคดี โดยเสนอเงื่อนไขว่าหากยอมไกล่เกลี่ย ตำรวจจะจัดการคดีไปในรูปแบบหนึ่ง แต่หากไม่ยอมจะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการเต็มที่ ซึ่งทางครอบครัวและทนายความปฏิเสธการไกล่เกลี่ยดังกล่าว เมื่อเห็นว่าคดีล่าช้า ครอบครัวจึงนำเรื่องนี้ไปโพสต์เรียกร้องความเป็นธรรมบนโซเชียลมีเดียและส่งเรื่องให้สื่อมวลชนหลังจากเรื่องราวตกเป็นข่าว พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีโทรศัพท์มาหาครอบครัวผู้เสียหายในลักษณะต่อว่าที่นำเรื่องไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวทำให้ตำรวจได้รับความเดือดร้อนและทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีเร่งด่วนที่สร้างความยุ่งยากในการทำงาน เวลาต่อมานายเสือเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับผิดว่าทำเกินกว่าเหตุเนื่องจากความหึงหวงและขาดสติ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้พูดประโยคที่ท้าทายว่าไม่กลัวใครในจังหวัดนนทบุรี รวมถึงกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียหายทนายความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อหาที่ควรแจ้งต่อนายเสือ โดยมองว่าพฤติการณ์การก่อเหตุที่เข้ามารุมทำร้ายโดยเล็งเป้าหมายไปที่จุดสำคัญของร่างกาย เช่น ศีรษะ หน้าอก ลำคอ จนทำให้ผู้บาดเจ็บซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ และอวัยวะภายในเสียหายอย่างหนัก ควรเข้าข่ายความผิดฐานพยายามฆ่า ทนายความฝากข้อเสนอแนะถึงพนักงานสอบสวนให้พิจารณาตั้งข้อหาพยายามฆ่าไว้ก่อน เพราะตามหลักกฎหมาย ศาลไม่สามารถพิพากษาลงโทษจำเลยเกินกว่าข้อหาที่โจทก์ฟ้องได้ หากตำรวจฟ้องเพียงข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัส แต่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลพบว่าเป็นพยายามฆ่า ศาลก็ลงโทษฐานพยายามฆ่าไม่ได้ ในทางกลับกันหากฟ้องในข้อหาพยายามฆ่า แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเพียงการทำร้ายร่างกาย ศาลยังมีอำนาจปรับลดโทษลงมาได้ ซึ่งเป็นหลักการที่ว่าขอเกินศาลลงโทษต่ำได้ แต่ขอต่ำศาลลงโทษสูงไม่ได้รายการต่อสายโทรศัพท์สัมภาษณ์ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี ผู้กำกับการระบุว่าขณะนี้นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลแล้ว โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายสาหัส เมื่อทนายความตั้งคำถามว่าจะสามารถแจ้งข้อหาพยายามฆ่าได้หรือไม่ ผู้กำกับการชี้แจงว่าในมุมมองของพนักงานสอบสวนขณะนี้ยังคงเป็นคดีทำร้ายร่างกายสาหัส การจะดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายที่หนักขึ้นได้ ตำรวจจำเป็นต้องรอเอกสารใบชันสูตรบาดแผลฉบับสมบูรณ์จากแพทย์ผู้ทำการรักษาเสียก่อน ใบรับรองแพทย์เบื้องต้นที่นำมาแสดงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนเพื่อส่งฟ้องศาลได้ผู้กำกับการอธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่สังคมมองว่าตำรวจทำงานล่าช้าว่า คดีประเภทนี้หากตำรวจรีบสรุปสำนวนส่งฟ้องไปก่อน แล้วภายหลังผู้บาดเจ็บมีอาการทรุดหนักลงหรือเสียชีวิต ตำรวจจะไม่สามารถฟ้องซ้ำในความผิดที่หนักกว่าเดิมได้เนื่องจากข้อกฎหมายห้ามฟ้องซ้ำ ดังนั้นการที่แพทย์นิติเวชจะออกใบชันสูตรบาดแผลฉบับสมบูรณ์ได้ แพทย์ต้องรอให้กระบวนการรักษาเสร็จสิ้นและอาการของผู้ป่วยอยู่ในสภาวะคงที่เสียก่อน หากผู้ป่วยยังอยู่ในขั้นวิกฤติ แพทย์จะไม่ลงความเห็นเด็ดขาด ซึ่งกระบวนการนี้อาจใช้เวลาประมาณ 30 วัน ตำรวจไม่สามารถไปเร่งรัดกระบวนการทางการแพทย์ได้ แม้ทนายความพยายามตั้งคำถามว่ามีวิธีการอื่นที่รวดเร็วกว่านี้ในการสรุปสำนวนหรือไม่ ผู้กำกับการยืนยันว่าต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางการแพทย์และรูปคดีนี้ได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัสไปก่อนตามพยานหลักฐานเบื้องต้นสำหรับประเด็นที่ร้อยเวรเจ้าของคดีโทรศัพท์ไปต่อว่าลูกสาวผู้บาดเจ็บเรื่องการโพสต์โซเชียลมีเดีย ผู้กำกับการระบุว่ายังไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน แต่หากมีการกระทำดังกล่าวจริง จะดำเนินการตรวจสอบและทำหนังสือตำหนิรวมถึงลงโทษทางวินัยตามขั้นตอน ส่วนประเด็นที่สถานบันเทิงเกิดเหตุเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดจนถึงเวลาเกือบ 04.00 น. ผู้กำกับการซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่งได้ 2 เดือน ชี้แจงว่าจากการสอบถามเจ้าของร้านเบื้องต้น เจ้าของร้านอ้างว่าร้านปิดให้บริการแล้ว แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวยังคงนั่งพูดคุยธุระกันอยู่ อย่างไรก็ตามตำรวจฝ่ายสืบสวนจะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปช่วงท้ายของรายการ นางสาวจีด้า ลูกสาวของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำสัมภาษณ์ของผู้กำกับการที่ระบุว่ากระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยระบุว่าเมื่อวานนี้ร้อยเวรคนดังกล่าวโทรศัพท์มาหาเพื่อเรียกให้ไปสอบปากคำเพิ่มเติมในเช้าวันนี้เวลา 08.00 น. ระหว่างการสนทนา ร้อยเวรยังคงต่อว่าเรื่องการโพสต์โซเชียลมีเดียที่ทำให้คดีมีความยุ่งยากและทำให้ตำรวจต้องทำงานหนักขึ้นในการออกหมายจับ เมื่อแจ้งว่าไม่สะดวกไปพบในเวลาดังกล่าวเนื่องจากติดธุระ ร้อยเวรก็ซักไซ้จี้ถามถึงสถานที่และธุระที่จะไปทำอย่างหนัก ทนายความจึงท้วงติงว่าพนักงานสอบสวนไม่ควรเรียกนางสาวจีด้าไปสอบปากคำในลักษณะนี้ เนื่องจากไม่ใช่ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ การเรียกตัวไปสอบควรมุ่งเน้นไปที่พยานแวดล้อมอื่นเพื่อให้สำนวนคดีมีความแน่นหนามากกว่า และพนักงานสอบสวนยังมีวิธีการอื่นในการอำนวยความสะดวกหรือสอบปากคำเป็นลายลักษณ์อักษรได้ขอบคุณ โหนกระแส
ลูกสาวเหยื่อ “เสือ ดุสิต”แฉ ถูกร้อยเวรโทรฯด่าเหตุโพสต์โซเชียลทำตำรวจเหนื่อย ยันพ่อไม่ได้ลวนลาม
by
Tags: