วิกฤตพลังงาน AI สหรัฐฯ สั่งประมูลไฟฟ้าฉุกเฉิน บีบเอกชนทำสัญญาระยะยาวเลิกพึ่งไฟฟ้ารัฐบาลวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 47 เดินหน้าเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ให้รับผิดชอบต้นทุนด้านพลังงานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้ไฟฟ้าในระดับมหาศาล เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระดังกล่าวตกไปอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งประเด็นดังกล่าวถูกยกระดับอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อ คริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และ ดั๊ก เบอร์กัม (Doug Burgum) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของ ไมโครซอฟต์ (Microsoft) ได้เข้าพบผู้ว่าการรัฐในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก เพื่อผลักดันให้ พีเจเอ็ม อินเตอร์คอนเนคชัน (PJM Interconnection) หนึ่งในผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เร่งจัด “การประมูลฉุกเฉิน” เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพื้นฐาน รองรับความต้องการที่พุ่งสูงจากโครงการศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึงราว 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐศูนย์ข้อมูลหนาแน่นที่สุดของประเทศ กินไฟระดับกิกะวัตต์พื้นที่ให้บริการของ PJM ถือเป็นศูนย์กลางศูนย์ข้อมูลที่หนาแน่นที่สุดในสหรัฐฯ โดยศูนย์ข้อมูลรุ่นใหม่จำนวนมากต้องการไฟฟ้ามากกว่า 100 เมกะวัตต์ต่อแห่ง ขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น โอเพนเอไอ (OpenAI) และเมตา (Meta) กำลังมองหาโครงสร้างพื้นฐานระดับ หลายกิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากำลังผลิตของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั้งโรงการขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้จุดชนวนความกังวลทางการเมืองทันที เนื่องจากประชาชนในหลายรัฐเริ่มเผชิญความเสี่ยงค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากธุรกิจศูนย์ข้อมูล ส่งผลให้นักการเมืองจากทั้งสองพรรคเริ่มตั้งคำถามต่อโครงสร้างต้นทุนพลังงานเมื่อเดือนที่แล้ว วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คน ได้เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการว่าเหตุใดผู้บริโภคจึงต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่ผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลยืนยันว่าไม่ได้ผลักภาระต้นทุนไปยังประชาชนทรัมป์ประกาศชัดไม่ให้คนอเมริกันจ่ายค่าไฟแทนศูนย์ข้อมูลความไม่พอใจดังกล่าวสะท้อนถึงทำเนียบขาวโดยตรง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า “ผมไม่ต้องการให้ชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเพราะศูนย์ข้อมูล”โครงการริเริ่มของฝ่ายบริหารทรัมป์ที่เปิดตัวเมื่อวันศุกร์ มีเป้าหมายสร้าง ความมั่นคงของกำลังการผลิตไฟฟ้าพื้นฐาน (baseload power) โดยให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบต้นทุน ผ่านสัญญาระยะยาว 15 ปี สำหรับการก่อสร้างหรือค้ำประกันแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ แทนการพึ่งพาระบบสาธารณูปโภคที่ประชาชนร่วมจ่ายปิดโรงไฟฟ้า 17 กิกะวัตต์ จุดชนวนความเสี่ยงพลังงานกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (Department of Energy หรือ DoE) ให้เหตุผลสนับสนุนว่า การจัดประมูลฉุกเฉินมีความจำเป็น หลังจาก PJM ปิดหรือเตรียมปิดโรงไฟฟ้ารวมกำลังการผลิตกว่า 17 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2020–2025 โดยส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าพลังไอน้ำที่ใช้ถ่านหิน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานพื้นฐานที่ทรัมป์แสดงจุดยืนสนับสนุนมาโดยตลอดเอกสารข้อเท็จจริงจาก Energy.gov ระบุว่า“การฟื้นฟูอุตสาหกรรมของอเมริกาและการแข่งขันด้าน AI จะต้องการแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้และทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สหรัฐฯ ไม่สามารถเดินหน้าบนเส้นทางลดกำลังการผลิตพลังงานพื้นฐานอย่างที่ผู้นำในอดีตเคยทำได้อีกต่อไป”PJM ขยับรับลูก เตรียมเร่งจัดหาพลังงานสำรองเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากรัฐบาลกลาง คณะกรรมการบริหารของ PJM ได้ออกมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สั่งการให้ฝ่ายบริหาร “พัฒนาข้อเสนอเพื่อเร่งดำเนินการ” ในการจัดหาแหล่งพลังงานสำรองเพิ่มเติม เพื่อเสริมการประมูลกำลังการผลิตล่าสุดขององค์กรในขณะเดียวกัน แนวคิดให้ศูนย์ข้อมูลจัดหาพลังงานเองก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ผู้ให้บริการบางรายเริ่มนำโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติกลับมาใช้งาน หรือใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบพกพาเป็นมาตรการชั่วคราว ในระยะยาว บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์ได้ลงทุนในสตาร์ทอัพนิวเคลียร์ เช่น อ็อกโล (Oklo) และ เอ็กซ์-เอเนอร์จี (X-Energy) เพื่อหวังพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR)ไมโครซอฟต์รับผิดชอบต้นทุนเอง แต่ปัญหายังไม่จบไมโครซอฟต์ยืนยันผ่านบล็อกเมื่อวันอังคารว่า บริษัทพร้อม “ออกค่าใช้จ่ายเอง” เพื่อไม่ให้ลูกค้าสาธารณูปโภคในท้องถิ่นต้องแบกรับภาระค่าไฟจากศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังเผชิญข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานอย่างหนัก เครื่องกำเนิดไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ แม้จะเป็นทางออกที่เร็วที่สุด แต่กลับมีอุปกรณ์ขาดแคลน และคิวสั่งซื้อยาวไปจนถึง ปี 2030ส่วนเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แม้ถูกมองว่าเป็นคำตอบระยะยาว แต่แม้ในกรณีมองโลกในแง่ดีที่สุด ก็ยังไม่คาดว่าจะเห็นเครื่องปฏิกรณ์ SMR เชิงพาณิชย์เครื่องแรกเริ่มเดินเครื่องได้ก่อน ปลายทศวรรษนี้ในระยะสั้น ไมโครซอฟต์ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ได้เปรียบ หลังเข้ามาสนับสนุนการนำ เครื่องปฏิกรณ์หน่วยที่ 1 ของโรงไฟฟ้าทรีไมล์ไอส์แลนด์ (Three Mile Island) กลับมาใช้งานอีกครั้ง ซึ่งเป็นเครื่องเดียวกับที่ “ไม่ใช่” เครื่องที่เกิดเหตุหลอมละลายบางส่วนในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และมีกำหนดกลับมาเดินเครื่องในช่วงปลายปีหน้าท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นโยบายบิ๊กเทคต้องจ่ายเองของทรัมป์ กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการพลังงานสหรัฐฯ ที่อาจกำหนดทิศทางทั้งค่าไฟฟ้า ความมั่นคงด้านพลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในทศวรรษหน้าข่าวที่เกี่ยวข้องเจาะลึกวิสัยทัศน์ เจนเซน หวง (Jensen Huang) บนเวที World Economic Forum 2026 ซีอีโอ “Microsoft” ชี้ ! “AI” ต้องสร้างผลลัพธ์จับต้องได้ แลกกับพลังงานมหาศาล แมทธิว แมคคอนาเฮย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภาพและเสียงของตนเองเพื่อป้องกัน AIกลุ่มสิทธิสตรีผนึกกำลังจี้ "Apple"-"Google" ถอด X และ Grok เซ่นปม AI ทำภาพอนาจารรวมเด็ด 5 นวัตกรรมเพื่อการแพทย์ จากแขนกลถึง AI ช่วยวินิจฉัยโรค
วิกฤตพลังงาน AI สหรัฐฯ สั่งประมูลไฟฟ้าฉุกเฉิน บีบเอกชนทำสัญญาระยะยาวเลิกพึ่งไฟฟ้ารัฐบาล
by
Tags: