วันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อท 195/2568 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวิรัติ หรือ อดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง ในข้อหาเบียดบังเงินบริจาคเพื่อการศึกษาคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นายวิรัติดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และกำกับดูแลมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร (มจร.พิจิตร) โดยมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินจำนวน 3 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนามหาวิทยาลัย แต่กลับโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของนายวิรัติจากการสอบสวนพบว่า นายวิรัติไม่นำเงินดังกล่าวเข้าสู่บัญชีของมหาวิทยาลัยตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค อีกทั้งยังร่วมกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นกลุ่มของ น.ส.วิลาวัลย์ หรือ "สีกากอล์ฟ" เบียดบังเงินบริจาคทั้งหมดไปเป็นของตนเองพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์สินโดยทุจริต และมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยตลอดกระบวนการพิจารณาคดี ตั้งแต่ชั้นฝากขังจนถึงชั้นศาล ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทำให้นายวิรัติถูกคุมขังในเรือนจำมาอย่างต่อเนื่องล่าสุด ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษ จำคุก 12 ปี พร้อมสั่งให้ คืนหรือชดใช้เงินจำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่ มจร.พิจิตร ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีดังกล่าว
ศาลสั่งจำคุก อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร 12 ปี แฉพฤติการณ์โยง สีกากอล์ฟ
by
Tags: