ศิธา ย้ำ คำว่าเป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนรายบุคคลได้เลยผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าคำว่า “เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย”ของ อ.วิษณุ เครืองาม น่าจะตรงกับ ZKPหรือ Zero Knowledge Proofที่ผมเขียนแจงไว้ในโพสต์ก่อนคือ ต้องไม่มีความรู้ใดในโลก ที่จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึง ผู้ลงคะแนนเป็นรายบุคคลได้ ถึงจะเรียกว่า “ลับ”โดยเฉพาะการตีความ ในกฎหมายสูงสุดของประเทศ ยิ่งต้องเคร่งครัดกับถ้อยคำ “ลับ” เป็นอย่างยิ่งยิ่งบรรทัดฐานเดิม ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การจัดให้คนกาบัตรฯ หันก้นออกจากคูหาเพียงบางหน่วย เป็นการกาบัตรที่ “ไม่ลับ” ทำให้การเลือกตั้งปี 49 เป็นโมฆะทั้งหมด ต้องเรียกว่า วินิจฉัยแบบ โคตระอภิมหา “เคร่งครัด”ถ้าครั้งนี้ บาร์โค๊ดสามารถเช็คกลับไปยังต้นขั้วใบต่อใบได้ด้วย Unique Running Number ซึ่งทำให้รู้100%ทุกใบ ว่าใครเป็นคนกาบัตรลองนำมาเปรียบเทียบกัน ในเมื่อ ปี49ศาลตัดสินว่า การกาบัตรหันก้นออกจากคูหา ถือว่า “ไม่ลับ”ถ้า ปี68 บอกบาร์โค้ดที่ตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้กาบัตรได้ 100% ทุกใบถึอว่า “ลับ”เราจะหามาตรฐาน ที่จะกำหนดบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญได้จากไหนเหาะเกิน “ลงกา” ไปรอบโลก 3รอบยังหาที่ “ลงกากะบาท” แบบลับตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เลยคับ…จารย์ย์ย์#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWSิ
ศิธา ย้อนคำพูด! ถ้าศาลฯ ตัดสินว่า ลับ เหาะเกินลงกาไปรอบโลก 3 รอบ ยังหาที่ลงกากะบาท ไม่ได้
by
Tags: