(28 ส.ค. 69) ที่โรงเรียนใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียน นายประสงค์ ปาลลา ประธานชมรม STRONG ต้านทุจริตจังหวัดกาฬสินธุ์ กรรมการสถานศึกษา พร้อมคณะศิษย์เก่า คณะครูและครูเกษียณ และนักเรียนชั้นมัธยมหลายระดับเกือบ 100 คน ได้ร่วมกันยืนชูป้ายตะโกนเรียกร้องด้วยข้อความ #SAVEต้นไม้ #คืนพื้นที่สีเขียว #เรารักต้นไม้ เป็นสัญลักษณ์และเป็นการแสดงพลังที่หน้าป้ายสวนเฉลิมพระเกียรติภายในโรงเรียน หลังจากพบว่าต้นไม้จำนวน 23 ต้น อายุร้อยปี ถูกตัดหายไป โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเจ็บช้ำให้กับคณะศิษย์เก่าและนักเรียน เพราะต้นไม้ทั้งหมดเคยมีพิธีบวชต้นไม้มาแล้วทั้งนี้ คณะศิษย์เก่าและนักเรียนได้พาไปดูต้นไม้ที่ถูกตัดเหลือแต่ตอไม้และขอนไม้ ประกอบไปด้วย ไม้สมอพิเภก ไม้มะฮอกกานี ไม้กระถินณรงค์ และไม้ยูคา ในจำนวนนี้มีไม้หวงห้ามประเภท ก ได้แก่ ไม้สมอพิเภกและไม้มะฮอกกานีที่มีอายุร้อยปี บางต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ฟุต ความเจ็บช้ำได้ทิ้งร่องรอยจีวรผ้าเหลืองที่หล่นอยู่บริเวณตอไม้สร้างความเวทนาโดย นายรัตนชัย ตัวแทนศิษย์เก่า เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ของสมาคมผู้ปกครองและครูและศิษย์เก่า เพื่อเรียกร้องให้เอาผิดต่อผู้กระทำการตัดต้นไม้ของโรงเรียน ในแถลงการณ์ระบุว่าการตัดต้นไม้เกิดจากข้ออ้างของผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้อนุญาตให้ตัดตกแต่งกิ่งต้นไม้ในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และหลังจากนั้นได้มีการนำกลุ่มชายฉกรรจ์และเครื่องมือตัดไม้เข้ามาตัดในช่วงวันหยุดยาว 7 วัน ก่อนเข้าพรรษา ในระหว่างนั้นมีการตัดไม้อายุร้อยปี แต่มีศิษย์เก่ามาพบเห็นจึงได้มีการยุติการตัด แต่เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีต้นไม้ถูกตัดไปทั้งหมด 23 ต้น และไม่ปรากฏว่าไม้ที่ถูกตัดไปทั้งหมดหายไปไหนแหล่งข่าวระบุว่าในช่วงการเข้าตัดไม้คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ปรากฏมีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่คาดว่าจะมาจากจังหวัดทางภาคเหนือเข้ามาตัดไม้ พร้อมกับมีการนำขึ้นรถทยอยขนออกไป ทั้งที่จริงการตัดไม้หากกระทำด้วยความถูกต้อง ไม้ที่ถูกตัดในพื้นที่โรงเรียนซึ่งถือเป็นไม้สาธารณะและอยู่ในการดูแลของธนารักษ์พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จะต้องมีการขออนุญาตเสียก่อนจึงจะสามารถตัดได้ รวมไปถึงการขออนุญาตผู้อำนวยการโรงเรียนก็ต้องทำหนังสือขออนุญาตไปที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับระเบียบข้อปฏิบัติในการตัดต้นไม้ที่ราชพัสดุ ซึ่งในขณะนี้คณะศิษย์เก่าที่มีหลากหลายอาชีพได้เข้ามาช่วยกันสืบหาความจริงและกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกับการกระทำนี้ให้ถึงที่สุดอย่างไรก็ตาม รายงานแจ้งว่าผู้สื่อข่าวได้ขอเข้าพบกับผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ได้รับแจ้งว่าผู้อำนวยการไม่อยู่ไปราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม แต่ได้พบกับรองผู้อำนวยการฯ ซึ่งให้คำตอบเพียงว่าไม่ทราบเรื่องปัญหาการตัดไม้เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และไม่ขอตอบ โดยการรักษาการก็เพื่อประคองจิตใจและให้ทางโรงเรียนสามารถดำเนินการเรียนการสอนไปได้ในช่วงนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้บริหารระดับสูงขณะที่ ที่ว่าการอำเภอกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญ ศิษย์เก่ารุ่น 10 และนายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครู ได้เข้าพบนายอัศนัย คีรี ปลัดอำเภออาวุโส และนางกัญญ์ภัสสร บริหาร ปลัดอำเภอผู้ดูแลศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย เพื่อเข้าร้องเรียนและร้องทุกข์ให้ศูนย์ดำรงธรรมเข้าไปตรวจสอบปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียน โดยเหตุเกิดในช่วงวันที่ 28 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าการตัดต้นไม้ครั้งนี้เป็นการกระทำของผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยพละการและไม่ได้รับอนุญาตจากธนารักษ์พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นต้นไม้หลายชนิดถึง 23 ต้น และบางต้นอายุร้อยปีนอกจากนี้ มีรายงานว่าคณะศิษย์เก่ายังได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย โดยได้แจ้งความต่อ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.กมลาไสย เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้อำนวยการพร้อมพวก ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และความผิดอื่นหากปรากฏหลักฐานในภายหลัง โดยพนักงานสอบสวนพร้อมที่จะสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ศิษย์เก่า-ชาวบ้านบุกโรงเรียน หลัง ผอ. สั่งตัดโค่น 23 ต้นไม้อายุร้อยปี
by
Tags: