ศึกกงสีหมื่นล้านตระกูลดัง “เตชะไพบูลย์” เดือด! “บิลลี่”ลูกชายคนกลางแฉยับ ปมพินัยกรรมพิศวง ห่วงแม่วัย 93 ปีชะตากรรมเดียวกับพ่อ

เดือดปรอทแตก เมื่อเกิดศึกสายเลือดตระกูลดัง "เตชะไพบูลย์" ปะทุขึ้นมาหลัง วิลาศ หรือ "บิลลี่" เตชะไพบูลย์ ลูกชายคนกลางทายาท "อุธรณ์ และ โนรี" เตชะไพบูลย์ ออกมาร้องกับสื่อถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดการทรัพย์สินกงสี การทำพินัยกรรม และความปลอดภัยของมารดาวัย93 ปีที่กำลังเผชิญภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังงานนี้บอกเลยว่ามีแต่เรื่องชวนตาค้าง!จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในชั้นศาลเกิดขึ้นหลังจากที่อุธรณ์ผู้พ่อถึงแก่กรรม โดยเดิมทีในปี 2561 ได้มีการจัดทำพินัยกรรมระบุแบ่งทรัพย์สินให้บุตรทั้ง 3 คน ได้แก่ ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ พี่สาวคนโต, วิลาศ เตชะไพบูลย์ บุตรชายคนกลาง และ วิลิต เตชะไพบูลย์ น้องชายคนเล็กต่อมากลับปรากฏพินัยกรรมอีกฉบับลงวันที่ 11 มีนาคม 2563 ซึ่งมีเนื้อหาตัดสิทธิ์วิลาศ และระบุยกทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ปิยะมานและวิลิตเพียง 2 คน!พินัยกรรมฉบับหลังนี้อ้างว่าจัดทำขึ้น ณ ห้องพิจารณาคดีของศาลในระหว่างกระบวนการไต่สวนคำร้องขอเป็นผู้อนุบาลคุณโนรีผู้เป็นแม่ฝ่ายวิลาศ และทีมทนายความจึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เพื่อขอเพิกถอนพินัยกรรมฉบับนี้ ด้วยพบข้อพิรุธสำคัญว่า ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลในวันนัดสืบพยานดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าอุธรณ์ บิดาเดินทางมาศาล อีกทั้งพยานในพินัยกรรมซึ่งเป็นทนายความก็ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีตลอดทั้งวัน การลงลายมือชื่อจึงไม่ถูกต้องตามแบบของกฎหมาย ส่งผลให้คดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกในปัจจุบันถูกศาลสั่งจำหน่ายไว้ชั่วคราวเพื่อรอผลการวินิจฉัยคดีเพิกถอนพินัยกรรมพูดถึงทรัพย์สินกงสีที่เป็นเหตุพิพาทของพี่น้อง "เตชะไพบูลย์" บอกเลยว่าเห็นตัวเลขแล้วต้องอ้าปากค้าง เพราะมูลค่ารวมแตะหลัก 10,000 ล้านบาทเน้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินแปลงทองย่านหนองงูเห่าขนาดมหึมามูลค่าทะยานกว่า 3,000 ล้านบาทอาณาจักรโรงแรมและตึกสูง อันได้แก่ โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ รวมที่ดินกว่า 600 ไร่ และ ตึกรีเจ้นท์ เฮ้าส์ ถนนราชดำริที่ดินกรุแตกทั้งบางปะกงและเชียงราย แถมยังมีปมจัดตั้งบริษัท ยู แอนด์ เอ็น แอสเสท จำกัด เมื่อปี 2560 เพื่อกวาดที่ดินกงสีเข้าพอร์ต แต่พีคสุดคือช็อตที่เล่าลือกันว่า มีการพา "โนรี" มารดาไปทำนิติกรรมโอนที่ดินทั้งๆ ที่นั่งอยู่ในรถแถมเอกสารเซ็นกันแค่ชื่อห้วน ๆ ไร้นามสกุล ในขณะที่แม่ไม่ได้มีสภาพพร้อมจะทำนิติกรรมใดๆ งานนี้บอกคำเดียวว่ามีเงื่อนงำ!ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองแต่มีอีกมุมที่ทำเอา "วิลาศ" นั่งไม่ติดคือการรักษาพยาบาลคุณแม่วัย 93 ปี ที่มีทั้งการจ่ายยาสายจิตเวชอย่าง Seroquel, Abilify ควบยาระงับประสาท Ativan หลายขนาน จนหวั่นใจว่าแม่จะเจอภาวะ "สมองเสื่อมเทียมจากยา" แถมกระทบไตจนเสี่ยงน้ำท่วมปอดซ้ำรอยพ่อผู้ล่วงลับที่เคยเผชิญชะตากรรมเตียงโรงพยาบาลจนวาระสุดท้ายงานนี้วิลาศลูกชายคนกลางเลยสวมบทบอดี้การ์ด ผลักดันฟอกไตสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งจนความจำแม่ฟื้นตัวดีขึ้นมาได้ไคลแม็กซ์ความเดือดปรอทแตกขั้นสุด เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ปิยะมานและวิลิตเป็นผู้อนุบาลแม่ร่วมกัน ฝ่ายวิลาศต้องสู้ยิบตาส่งเรื่องอุทธรณ์ตามกฎหมาย แต่แล้วหนังชีวิตก็ฉายแสง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ฝ่ายพี่สาว-น้องชายยกทีมพร้อมตำรวจบุกโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ตอนที่แม่กำลังฟอกไตอยู่เพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้ดูแล แม้จะมีหนังสือคัดค้านแปะหรา แต่ตกดึกกลับมีรถส่วนบุคคลมารับตัวแม่ออกจากโรงพยาบาลไปอย่างไร้ร่องรอย ติดต่อไม่ได้จนถึงทุกวันนี้!สำหรับวิลาศ หรือ บิลลี่ ถือว่า ดีกรีไม่ธรรมดา จบตรีด้าน Organizational Behavior and Management จากมหาวิทยาลัยบราวน์ สหรัฐอเมริกา เคยลุยงานบริหารโรงแรมรีเจ้นท์และบล.ไทยโอเวอร์ซี ทรัสต์ ก่อนผันตัวทางยาวไปสายโภชนาการสุขภาพและนโยบายสาธารณะเจ้าตัวออกตัวแรง ๆ เลยว่า ตัวเองมีฐานะมั่นคงและได้มรดกจากคุณป้า ซึ่งก็คือ คุณหญิงกานดา เตชะไพบูลย์มาตั้งนานแล้ว ไม่ได้หิวกระหายทรัพย์สินกงสีแม้แต่น้อยสิ่งเดียวที่ต้องการคือสวัสดิภาพ ความปลอดภัย และความถูกต้องในการรักษาพยาบาลของคุณแม่วัย 93 ปีเท่านั้นงานนี้บอกเลยว่าศึกตระกูล "เตชะไพบูลย์" สายนี้จะคงไม่ได้จบลงง่ายๆ เป็นมหากาพย์อย่างแน่นอน.website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: