“สคส.”แจ้งค่ายมือถือชี้แจง “พีดีพีเอ”กรณีนักเรียนสแกนใบหน้าแลกซิม

กำชับ เอกชน ภาคธุรกิจ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องจัดให้มีมาตรการในการกำกับดูแลพนักงานบุคลากร หรือตัวแทนให้รับทราบ และถือปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท และกฎหมายพีดีพีเอพันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบพฤติการณ์หลอกนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม “แจกซิมฟรี” ก่อนนำข้อมูลไปลงทะเบียนเป็นซิมผีส่งต่อเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ ซิมโทรศัพท์ 2,160 ซิม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวแทนจำหน่ายและการโฆษณาขายซิม นั้น ทาง สคส. ได้เร่งติดตามและกำกับดูแลบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างเคร่งครัดต่อไป“บริษัทผู้ให้บริการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องจัดให้มีมาตรการในการกำกับดูแลพนักงานบุคลากร หรือตัวแทนของตนให้รับทราบ และถือปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนผู้รับบริการอย่างเคร่งครัด และเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วจะต้องมีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันนั้นอีก”พันตำรวจเอก สุรพงศ์ กล่าวต่อว่า ทาง สคส. จะกำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมาย พีดีพีเอ อย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน ตามที่กฎหมาย พีดีพีเอ กำหนดต่อไป ขณะเดียวกันในส่วนของโรงเรียนก็ควรมีการตรวจสอบบุคคลภายนอกที่มาทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนอย่างละเอียดก่อนที่จะอนุญาตให้ดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสแกนใบหน้าเป็นข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กนักเรียนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ควรจะต้องมีความระมัดระวัง ในการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย


Posted

in

by

Tags: