สตาร์ตอัปสหรัฐฯ คิดค้นเครื่องผลิตน้ำมันจากอากาศ ไม่ต้องง้อเชื้อเพลิงฟอสซิล

Aircela สตาร์ทอัพจากนิวยอร์กเปิดตัวเครื่องผลิตน้ำมันจิ๋วขนาดเท่าตู้เย็น ที่ดึงก๊าซคาร์บอนมาสังเคราะห์เป็นเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง เติมรถยนต์คันเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องง้อเชื้อเพลิงฟอสซิลในปัจจุบันที่โลกกำลังมองหาทางเลือกใหม่ของพลังงานสะอาด แอร์เซล่า (Aircela) บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีภูมิอากาศ (Climate Tech) จากสหรัฐฯ จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องผลิตน้ำมันเบนซินจากอากาศที่สามารถติดตั้งได้ในระดับครัวเรือน เพื่อมอบทางเลือกใหม่ในการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-neutral) ให้กับผู้คนทั่วโลกจุดเริ่มต้นของ AircelaAircela ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ณ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นำโดย เอริก ดาห์ลเกรน (Eric Dahlgren) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ มีอา ดาห์ลเกรน (Mia Dahlgren) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่แทนที่น้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบเดิม เพื่อให้ผู้คนจำนวนมากในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงพลังงานที่สะอาดและยั่งยืนได้นวัตกรรมที่เปลี่ยนนิยามของเชื้อเพลิงAircela พัฒนาเครื่องจักรแบบโมดูล (Modular) ที่มีขนาดกะทัดรัด ซึ่งมีความโดดเด่นคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ผลิตน้ำมันเบนซินที่ไร้ฟอสซิล (Fossil-free) โดยการดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากชั้นบรรยากาศมาหมุนเวียนใช้ใหม่ใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์เดิมได้ทันที: น้ำมันที่ผลิตได้เป็นน้ำมันเบนซินเกรดมาตรฐาน (Motor-grade gasoline) ที่เข้ากันได้กับเครื่องยนต์และโครงสร้างพื้นฐานเดิม 100% โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ปราศจากสารเจือปน: เชื้อเพลิงที่สังเคราะห์ขึ้นจะไม่มีส่วนผสมของเอทานอล, กำมะถัน หรือโลหะหนักกระบวนการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ระบบของ Aircela ใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยตรงจากอากาศ (Direct Air Capture: DAC) ร่วมกับกระบวนการทางเคมีที่แม่นยำ แบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักดังนี้การดักจับ CO2: ใช้พัดลมดูดอากาศผ่านสารละลาย (Liquid Sorbent) ที่มีส่วนประกอบของ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) เพื่อดึง CO2 ออกจากอากาศการผลิตไฮโดรเจน: ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในการแยกโมเลกุลของน้ำ (Electrolysis) เพื่อสร้างไฮโดรเจนสะอาดในที่ตั้งการสังเคราะห์น้ำมัน: นำ CO2 และไฮโดรเจนมาผสมกันจนเป็นเมทานอล จากนั้นจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนเมทานอลให้เป็นน้ำมันเบนซิน (Methanol-to-Gasoline: MTG) เพื่อให้พร้อมใช้งานโดยเครื่องแต่ละยูนิตถูกออกแบบมาให้ดักจับ CO2 ได้ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อวัน และสามารถผลิตน้ำมันเบนซินได้ประมาณ 1 แกลลอนต่อวัน หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงไอเดียดี แต่ยังมีข้อจำกัดอย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากจาลอปนิก (Jalopnik) สื่อชั้นนำด้านยานยนต์และเทคโนโลยี ตั้งข้อสังเกตว่าเทคโนโลยีนี้ยังมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะด้านประสิทธิภาพที่ยังทำได้ไม่ถึง 50% เนื่องจากกระบวนการผลิตต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมาก มากกว่าพลังงานที่ได้รับจากน้ำมันที่ผลิตได้ถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตที่จำกัดเพียง 1 แกลลอนต่อวัน อาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ ยกเว้นกลุ่มผู้ใช้เฉพาะทาง เช่น ฟาร์มในพื้นที่ห่างไกลหรือเครื่องบินขนาดเล็กการวางจำหน่ายในอนาคตปัจจุบัน Aircela อยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบในสภาพแวดล้อมจริงร่วมกับพันธมิตรกลุ่มแรก (Beta Partners) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพก่อนขยายผลสู่ระดับสากล โดยตั้งเป้าเริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในจำนวนจำกัดในบางพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปี 2026 สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนใน Waitlist เพื่อรับข้อมูลอัปเดตและสิทธิ์ในการเข้าถึงเครื่องก่อนใครผ่านทางเว็บไซต์ทางการข่าวที่เกี่ยวข้องยุโรปย้ำจุดยืน “พลังงานสีเขียว” ลดพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ไม่สนคำวิจารณ์จาก “ทรัมป์”จีนก้าวล้ำ “พลังงานสะอาด” ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากคาร์บอนได้จริง เป็นเครื่องแรกของโลก ตัดหน้าสหรัฐฯจีนสร้าง “ปาฏิหาริย์สีเขียว” ปฏิวัติพลังงานสะอาดครั้งใหญ่ มุ่งสู่คาร์บอนเป็นศูนย์ปี 2603เมื่อพลังงานหมุนเวียน แซงหน้าพลังงานถ่านหิน นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกทรัมป์สั่งตัดงบพลังงานสะอาด กระทบรัฐเดโมแครตทั่วสหรัฐฯ ชี้ “ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ”


Posted

in

by

Tags: