ถ้าใครที่เล่น TikTok น่าจะเคยเห็นคลิปของช่องครอบครัวของบิ๊กบอส ที่เป็นไรเดอร์สู้ชีวิตหาเช้ากินค่ำ ทำเอาหลายคนอยากเอาใจช่วย แต่ล่าสุด ก็ได้เกิดดราม่าเมื่อ ครอบครัวของบิ๊ก ออกมาแฉว่า บางคอนเทนต์นั้นมี สคริปต์ ซึ่งมีบริษัทหนึ่งอยู่เบื้องหลัง และชื่อของบริษัทนั้นก็ถูกชาวเน็ตขุดจนไปเชื่อมโยงกับช่องของ โอม พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่รับจ้างทำความสะอาด สรุปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น Positioning สรุปมาให้แล้วจากไรเดอร์ธรรมดา สู่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ก่อนอื่นไปรู้จักกับ 'บิ๊ก' ก่อน โดยบิ๊กเป็นไรเดอร์หาเช้ากินค่ำ มีรายได้วันละพันต้น ๆ แต่ด้วยความที่เขาชอบอัดคลิปเล่าชีวิตตัวเองลง TikTok ผ่านช่อง 'ครอบครัวบิ๊กบอส' จนวิวพุ่งหลักล้าน มีหลายคนติดตามให้กำลังใจ และบริจาคเงินช่วยเหลือบ้างนั่นทำให้มีบริษัทติดต่อมาขอ เซ็นสัญญา ร่วมทำคอนเทนต์ โดยจะให้ค่าจ้าง คลิปละ 1,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวก็มองว่าเป็นรายได้เสริมที่ดี ยังเป็นไรเดอร์ควบคู่กันไปได้ เลยตกลง ซึ่งทางบิ๊กก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าบริษัทชื่อ 'บริษัท สไตล์ป็อป มีเดีย จำกัด'โดยนับตั้งแต่คลิปที่มียอดคนดู 11 ล้านวิว ซึ่งเป็นคลิปที่ ภรรยานอนเล่นโทรศัพท์อยู่เฉย ๆ แต่สามี (บิ๊ก) ต้องทำงาน ทำให้ชาวเน็ตรุมคอมเมนต์โจมตี ทางครอบครัวย้ำว่าเป็นช่วงที่ บริษัทเข้ามาคิดคอนเทนต์ให้แล้วอย่างไรก็ตาม จากผลกระทบที่เกิด ทำให้ครอบครัวได้พูดคุยกับทางบริษัท จนได้เปลี่ยนเงื่อนไข จากจ่ายรายคลิปมาเป็นสัญญารายเดือนที่20,000 บาท พร้อมรับปากว่าจะช่วยเหลือทั้งค่าน้ำมัน ค่ากิน และยืนยันว่าจะไม่กระทบกับการทำงาน อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่ได้ให้ตัวสัญญามาให้ครอบครัวเก็บไว้ ช่วงแรกบริษัทยังช่วยเรื่องอุปกรณ์บ้าง ทั้งโทรศัพท์และขาตั้งกล้อง และมีการเข้ามาช่วยถ่ายคลิปด้วย แต่สิ่งที่รับปากไว้ก่อนหน้านั้นกลับค่อย ๆ หายไปทีละอย่าง ขณะที่ครอบครัวต้องหยุดวิ่งรับงานไรเดอร์ ซึ่งเป็นรายได้หลัก และทุ่มเวลาทั้งหมดถ่ายคอนเทนต์ตามออเดอร์แทน จนระบบเงินหมุนในบ้านเริ่มช็อตนอกจากนั้น ยังมีกฎอีกหลายข้อที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต เช่น ไม่สามารถรับของบริจาคได้ ห้ามออกมาตอบโต้ แม้จะมีดราม่าหรือคนด่าในคอมเมนต์ ห้ามบอกว่ามีสคริปต์ ห้ามชี้แจงความจริง และห้ามรับงานรีวิวโดยไม่ผ่านบริษัท แต่ถ้ามีงานจ้าง ทางครอบครัวระบุว่า ส่วนแบ่งจะถูกหักสูงถึง 80% เหลือให้ครอบครัวแค่ 20%จนกระทั่งวันที่ลูกชาย น้องบอส ป่วยมีไข้ แต่เงินในบ้านไม่พอพาไปหาหมอ ภรรยาแชทไปขอเบิกเงินล่วงหน้ากับบริษัท แต่กลับถูกปฏิเสธ ทำให้ครอบครัวตัดสินใจ ขอยกเลิกสัญญา โดยยอมทิ้งเงินเดือนงวดสุดท้ายอีก 20,000 บาท นั่นทำให้บริษัทก็ได้ล็อคระบบหลังบ้านของช่อง TikTok ครอบครัวบิ๊กบอส และตั้งเป็น Privateด้วยเหตุนี้เอง ทางครอบครัวจึงตัดสินใจเปิดช่องชื่อ ช่องใหม่ขอแฉ ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมด โดยมีหลักฐานเป็น กระดาษเป็นสคริปต์ ที่มีตัวอักษรภาษาจีน กำกับอยู่จากบิ๊กไรเดอร์ สู่โอมพ่อเลี้ยงเดี่ยวจากดราม่าดังกล่าวก็ได้ถูกโยงมาถึงช่อง'ลุงหมีนั่นแหละ' ที่มีผู้ติดตามกว่า 9 แสนราย ซึ่งเป็นช่องของ 'โอม' พ่อเลี้ยงเดี่ยววัย 25 ปี ที่ดูแลลูกสาว น้องเนญ่า อีกช่องที่ทำคอนเทนต์แนว'สู้ชีวิต' โดยโอมเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่การเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อทำแซนวิชขายก่อนจะต่อยอดมาถึงงาน 'รับทำความสะอาดบ้าน' โดยสิ่งที่ทำให้ช่องของโอมโดดเด่นและได้รับความนิยมคือ โอมไม่ได้ทำตัวให้น่าสงสาร แต่เป็นคนยิ้มสู้ ทำให้หลายคนดูหลายคนบอกว่าดูแล้วใจฟู อยากอุดหนุน และอยากดูต่อจากการรับจ้างทำความสะอาดบ้าน โอมก็ได้ต่อยอดไปสู่การออก'สินค้าของตัวเอง' ก็คือ 'ผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาด' ชื่อว่า 'Beary Clean' โดยวางขายอยู่บน Shopee และนี่คือจุดพลาด เพราะชาวเน็ตได้ขุดจนเจอว่าหน้าร้านบน Shopee มีเลขทะเบียนนิติบุคคล 0105567141857 แปะอยู่ชัดเจน ซึ่งเลขดันไปตรงกับ บริษัท สไตล์ป็อป มีเดีย จำกัด ที่เซ็นสัญญาทำคอนเทนต์กับบิ๊กนั่นเอง โดยข้อมูลในเว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทร่วมทุน ไทย 51% จีน 49%จนนำไปสู่คำถามว่าช่องลุงหมีนั่นแหละ มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท สไตล์ป็อป มีเดีย หรือไม่ และที่ผ่านมา คอนเทนต์ของช่องเป็นเรื่องจริง หรือทำตามสคริปของบริษัทกันแน่นอกจากนี้ ชาวเน็ตก็เริ่มจับผิดอีกหลายประเด็น เช่น คลิปที่อ้างว่าไปทำความสะอาดห้องของนายแบบ ที่งานยุ่งจนไม่มีเวลาเก็บกวาด แถมมีคราบสีน้ำตาลบนกำแพงระเบียง ที่ชาวเน็ตมองว่า 'ผิดธรรมชาติ' จนโอมต้องเข้ามาตอบกลับและยอมรับว่า "มีการเติมคราบเพื่อทดสอบน้ำยาจริง ๆ โดยได้ขออนุญาตเจ้าของห้องแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งในคลิปให้ชัดเจน" นั่นยิ่งทำให้ชาวเน็ตมองว่าเป็นการ ตั้งใจบิดเบือนข้อมูลเพื่อการค้า ทำคอนเทนต์ป้ายคราบปลอมขึ้นมาแล้วแกล้งขัดออกง่าย ๆ เพื่อขายน้ำยาของบริษัทตัวเองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีดราม่าดังกล่าวเกิดขึ้น บริษัท สไตล์ป๊อป มีเดีย ยังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวใด ๆ และได้ตั้งค่าบัญชี TikTok เป็น Private ส่วนช่อง ลุงหมีนั่นแหละ ของ โอม ยังคงเปิดสาธารณะ แต่ยังไม่มีการออกมาชี้แจงใด ๆก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีคำชี้แจงจากบริษัทสไตล์ป๊อป มีเดียและจากโอมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ช่องที่ทำคอนเทนต์แนวสู้ชีวิต มีช่องไหนที่จริง หรือช่องไหนที่มีสคริปต์ หรือบริษัทอยู่เบื้องหลังอีกบ้าง เพราะต้องยอมรับว่า ความสู้ชีวิตเป็นคอนเทนต์ที่เข้าถึงจิตใจคนไทยได้ง่ายที่สุด
สรุปดราม่า ‘คลิปจัดฉาก’ ไรเดอร์สู้ชีวิต สู่การขุด ‘ทุนจีน’ เบื้องหลังสคริปต์ปั้นดราม่าให้เป็นสินค้า
by
Tags: