สว.สายทหาร เผย ประชาชนไม่เห็นด้วยกับ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 69 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษก และเลขานุการคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ เปิดเผยถึงสาเหตุของการก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยการวางระเบิด วางเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปตท. และร้านสะดวกซื้อ ถึง 11 จุด ในค่ำคืนเดียว โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ระแคะระคายถึงความเคลื่อนไหวของ "กองกำลังติดอาวุธ" ของ "ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น" กว่า 50 คน ที่ปฏิบัติการในครั้งนี้ จนทำให้การป้องกันเหตุล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวแจ้งเตือนว่า อาจจะมีการก่อเหตุก่อนการเลือกตั้ง อบต.ด่วน! โจรใต้ป่วนหนัก ปูพรมลอบบึ้ม-เผา ปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง 3 จังหวัดสว.ไชยยงค์ กล่าวว่า การวางระเบิดปั๊มน้ำมัน เป็นการทำลายเศรษฐกิจของพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ที่ บีอาร์เอ็น ประกาศไว้ว่า จะทำลายเศรษฐกิจการลงทุนในพื้นที่ และที่ผ่านมา มีการวางระเบิดปั๊ม และร้านสะดวกซื้อ รวมทั้ง วางเพลิง วางระเบิด บริษัท ห้างร้าน โชว์รูม โกดัง และ เครื่องจักรกลของบริษัทก่อสร้างในพื้นที่มาโดยตลอด รวมทั้งการปล้นร้านทอง ในสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อ 4 เดือนก่อน"การเลือกการก่อเหตุ ในวันที่ 11 ที่เป็นวันที่มีการเลือกตั้ง อบต. เพราะ บีอาร์เอ็น ถือว่าการเลือกตั้งเป็นสัญลักษณ์การปกครองของไทย ที่ บีอาร์เอ็น ไม่เห็นด้วย รวมทั้งในการเลือกตั้ง อบต. ครั้งนี้ บีอาร์เอ็น ส่งแนวร่วมของ บีอาร์เอ็น ลงสมัครทั้ง ทีมผู้บริหาร และ ส.อบต. เพื่อยึดหมู่บ้าน ตำบล ในการสร้างฐานมวลชน หรือ หมู่บ้าน ตำบล เข้มแข็ง ซึ่งเป็นงานการเมืองของบีอาร์เอ็น เป็นการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย" สว.ไชยยงค์ กล่าวสว.ไชยยงค์ กล่าวต่อไปว่า ทำไม บีอาร์เอ็น เลือกเป้าหมายการก่อการร้าย ปั๊ม ปตท. ทั้งที่ในพื้นที่ 3 จังหวัด มีปั๊มแบรนด์อื่นๆ ไม่ว่า บางจาก, คาลเท็กซ์, พีที ตั้งอยู่ด้วย เหตุผลเพราะ กอ.รมน.ภาค 4 มีนโยบายในการให้ ปตท. เข้าไปตั้งปั๊มน้ำมันในพื้นที่ของกองทัพ ในค่ายต่างๆ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือการเลือก ปตท. เป็นเป้าหมายในการก่อการร้าย เพื่อทำลายเศรษฐกิจ และกลุ่มทุนใหญ่ ไม่ให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่นราธิวาสประกาศเคอร์ฟิว คุมเข้มความมั่นคง หลังเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิงหลายจุดการก่อการร้ายในพื้นที่ของ "จังหวัดชายแดนภาคใต้" เป็นเรื่องปกติในความรู้สึกของคนในพื้นที่ เพราะเกิดขึ้นมาแล้ว 21 ปี และย่างเข้าสู่ปีที่ 22 แล้ว การที่ ผบ.ฉก.นราธิวาส มีการประกาศเคอร์ฟิว ใน จ.นราธิวาส จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่เห็นด้วย เพราะนอกจากเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์แล้วยังสร้างความยุ่งยากในวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งต้องปฏิบัติศาสนกิจในกลางคืน เช่น การไปละหมาดในเวลากลางคืน และการกรีดยาง ซึ่งต้องกรีดในเวลากลางคืนเช่นกัน พื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่พื้นที่การสู้รบ อย่างชายแดนกัมพูชา แต่เป็นการก่อการร้ายแบบกองโจร ที่หลังมีการก่อเหตุ ยังไม่ถึงขั้นต้องมีเคอร์ฟิวสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องทำ แต่ไม่ทำ คือเรื่องการพัฒนาประสิทธิภาพของงานการข่าว การที่ บีอาร์เอ็น รวมพลกัน 50 กว่าคน และหากรวมแนวร่วมในพื้นที่ในการชี้เป้า ในการพาหนี หลังการก่อเหตุ ต้องใช้คนกว่า 100 คน ในการปฏิบัติการ แต่การข่าวของ กอ.รมน. ที่ทำหน้าที่การข่าว ไม่มีการระแคะระคายถึงการก่อเหตุ ทั้งที่เป็นการก่อเหตุในเวลาที่มีการเลือกตั้ง อบต. ซึ่ง กอ.รมน. ต้องระวังป้องกัน แต่เมื่อไม่มีงานการข่าว การป้องกัน จึงไม่มี นี่คือจุดอ่อน ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ส่วนการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ ก็คงจะไม่เป็นผลเหมือนทุกครั้ง เพราะ หลังการก่อเหตุ กลุ่มก่อการร้ายก็จะสลายตัวไปหลบซ่อนยังประเทศมาเลเซียเหมือนทุกครั้ง การประกาศเคอร์ฟิวจึงไม่ได้ช่วยให้จับคนร้ายได้ประเด็นสำคัญของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และของกองทัพภาคที่ 4 คือเรื่องการบริหารงบประมาณ ที่มีข่าวหนาหูจากเจ้าหน้าที่ของกองทัพ เรื่องการจัดสรรงบประมาณ และอำนาจหน้าที่ ที่มีการรวมอำนาจรวบงบประมาณจนทำให้คนทำงานในภาคสนาม ในส่วนหลัง ขาดแคลนงบประมาณ มีการใช้งบประมาณแบบ “เก็บ 70 และ ทำงาน 30" ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ของเจ้าหน้าที่ ว่า นี่คือ สาเหตุที่ทำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบ ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง โฆษก และเลขานุการกรรมาธิการทหาร ขอตั้งข้อสังเกต และขอให้ผู้บริหารพิจารณาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะส่งผลกระทบต่อการดับไฟใต้ และกับประชาชนในพื้นที่.
‘สว.สายทหาร’ ชี้ทำไมระเบิดเฉพาะปั๊ม ปตท. ชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับ ‘เคอร์ฟิว’
by
Tags: