สหรัฐฯ เตรียมสร้างหุ่นยนต์ 50,000 ตัว เล็งใช้ในกองทัพและงานอุตสาหกรรม

สตาร์ตอัปสัญชาติอเมริกัน Foundation วางแผนสร้างกองทัพหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จำนวน 50,000 ตัว ภายในปี 2027 เพื่อใช้ในงานป้องกันประเทศและงานอุตสาหกรรม ซีอีโอเปรย “ไม่ลังเลที่จะให้หุ่นยนต์พกอาวุธและต่อสู้ได้”Foundation บริษัทสตาร์ตอัปจากสหรัฐฯ เร่งผลักดันการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ “Phantom MK-1” เพื่อใช้งานในกองทัพและภาคอุตสาหกรรม โดยวางแผนที่จะผลิตมากถึง 50,000 ตัว ภายในสิ้นปี 2027 ตามการเปิดเผยของ แซนเคท พาเธ็ก (Sankaet Pathak) ซีอีโอของบริษัทหุ่นยนต์ Phantom MK-1 สูงประมาณ 175 เซนติเมตร และหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม รวมงานของกองทัพ โดยเฉพาะบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ลาดตระเวน การเก็บกู้ระเบิด และปฏิบัติการภาคพื้นดินที่มีความเสี่ยงสูงขณะที่การทำงานอาศัยกล้องเป็นหลัก ไม่ได้ใช้เซนเซอร์อย่าง LiDAR ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของบริษัท ที่ต้องการลดความซับซ้อนในการรวมข้อมูลและเพิ่มความน่าเชื่อถือหากต้องนำไปใช้ในสถานการณ์รุนแรงหุ่นยนต์พกอาวุธได้ ?แซนเคท พาเธ็ก เปิดเผยระหว่างการสัมภาษณ์กับ จอห์น โคเอตซิเออร์ (John Koetsier) ในพอดแคสต์รายการ Tech First ว่า Phantom MK-1 ของบริษัทได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม แต่เป้าหมายที่แท้จริงต้องการมอบให้เป็นเครื่องมือกับสำหรับกองทัพ โดยมันสามารถพกอาวุธได้ และเขาตอบคำถามแบบไม่ลังเลว่าจะให้ Phantom MK-1 ถือปืนอย่าง M4 Carbine ด้วยโดย แซนเคท ย้ำเจตนารมณ์ว่า ที่ต้องการให้หุ่นยนต์ติดตั้งอาวุธด้วย เพราะหุ่นยนต์ควรเป็นหน้าด่านเข้าไปในพื้นที่อันตราย ปกป้องทหารที่เป็นมนุษย์ที่จะตามเข้าไปภายหลังด้านเว็บไซต์ฟอร์บส์ (Forbes) เปิดเผยว่า บริษัท Foundation ตั้งเป้าที่จะใช้งานหุ่นยนต์ 40 ตัวในปีนี้ และขยายจำนวนเป็น 10,000 ตัวในปีหน้า (2026) และจะผลิตให้ได้ 50,000 ตัว ภายในปี 2027แผนการสุดทะเยอทะยานอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแผนการนี้จะมีความทะเยอทะยาน แต่ซีอีโอของบริษัท เปิดเผยว่า บริษัทมีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจำนวนมากที่ได้คัดเลือกมาจากบอสตัน ไดนามิกซ์ (Boston Dynamic) และสเปซ เอ็กซ์ (SpaceX) รวมถึงหัวหน้าฝ่ายการผลิตของบริษัท ก็เป็นอดีตผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตของ Tesla มาก่อนสำหรับโมเดลธุรกิจของ Foundation ไม่ต้องการขายหุ่นยนต์ Phantom MK-1 แต่ต้องการเปิดให้เช่าในราคา 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 ล้านบาทต่อปี เพราะต้องการลดความกังวลให้กับผู้รับบริการ ที่ไม่ต้องแบกรับค่าบำรุงรักษา ซึ่งในราคานี้ ถือว่าคุ้มค่ามาก เผื่อเทียบกับแรงงานคน เพราะหุ่นยนต์ทำงานได้เกือบ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ทั้งนี้ แซนเคท พาเธ็ก กล่าวว่า หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์สามารถลดการพึ่งพาการโจมตีทางอากาศหรืออาวุธหนัก ลงพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายต่อพลเรือน ในขณะเดียวกัน บริษัทก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมนุษย์ยังคงมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการควบคุมและการใช้อาวุธร้ายแรงข่าวที่เกี่ยวข้องสหรัฐฯ ขายอาวุธไต้หวันมูลค่า 11,000 ล้านเหรียญ รวมขีปนาวุธพิสัยกลางหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงบำบัด “Joy for All” โชว์พลังแคร์เทคระดับโลก ! สอดรับสังคมผู้สูงวัยสหรัฐฯ เตรียมขอตรวจประวัติการใช้โซเชียลมีเดียของนักท่องเที่ยว ย้อนหลัง 5 ปีสหรัฐฯ เผยท่าที "หนุนญี่ปุ่น" หลังวิจารณ์จีนล็อคเรดาร์เครื่องบินทหารญี่ปุ่น รัสเซีย-ยูเครน หลังคาครอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เจอโดรนถล่ม


Posted

in

by

Tags: