สาวเตือน อาการที่หลายคนมองข้าม จุดเริ่มต้น “มะเร็ง” ที่คาดไม่ถึง

กลายเป็นโพสต์ที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pronanong Kosol” ออกมาเล่าประสบการณ์ตรง หลังตรวจพบว่าเป็น "มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก" โดยเจ้าตัวเผยสัญญาณเตือนของโรคที่หลายคนมักมองข้าม พร้อมเตือนผู้หญิงอย่าชะล่าใจเจ้าของโพสต์ระบุว่า อาการก่อนที่ก้อยจะรู้ว่าเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก โดยก้อยเล่าว่า โพสต์นี้อาจยาว แต่อยากให้ทุกคนอ่านจนจบ เพราะโรคนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงอาการชัดเจนในทันที แต่ร่างกายจะค่อยๆ ส่งสัญญาณบางอย่างที่หลายคนมักมองข้ามอาการที่ก้อยพบบ่อยก่อนรู้ตัว ได้แก่เลือดออกผิดปกติ เช่น ไม่ใช่ประจำเดือนแต่มีเลือดออก หรือหมดประจำเดือนแล้วแต่ยังมีเลือด รวมถึงประจำเดือนมาแปลกไป มาถี่ขึ้น มากขึ้น หรือยาวนานกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีตกขาวผิดปกติ มีสี มีกลิ่น หรือปนเลือด ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ลักษณะปวดหน่วงเหมือนปวดประจำเดือนตลอดเวลา และอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายผิดปกติก้อยระบุว่า อาการเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายคนชะล่าใจ คิดว่าเป็นเพียงฮอร์โมนแปรปรวน ใกล้วัยหมดประจำเดือน หรือคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายได้เธอยังบอกอีกว่า ผู้หญิงหลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องเล็ก เช่น ประจำเดือนมาผิดปกติ เลือดออกกระปริดกระปรอย ตกขาวเปลี่ยนสีหรือมีกลิ่น หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม รวมถึงปวดท้องน้อยบ่อยๆ แล้วคิดว่าเดี๋ยวก็หาย ซึ่งเธอเองก็เคยคิดเช่นนั้นก้อยยอมรับว่าเคยผัดวันประกันพรุ่ง เพราะคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็หาย จนสุดท้ายเมื่อไปตรวจ ก็พบว่าเป็นมะเร็งแล้วเธอจึงฝากเตือนว่า หากร่างกายส่งสัญญาณผิดปกติ อย่าเมิน อย่ากลัวการตรวจ และอย่ารอให้สายเกินไป เพราะการตรวจเร็วจะช่วยให้รู้เร็วและมีโอกาสรักษาได้มากกว่า ไม่มีใครรู้จักร่างกายเราได้ดีเท่าตัวเราเอง หากรู้สึกผิดปกติอย่าฝืนหรืออดทนนอกจากนี้ยังเตือนว่า อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความอายเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะกลัวเจ็บ อายแพทย์ หรือกลัวผลตรวจ เพราะสุดท้ายอาจทำให้พลาดโอกาสในการรักษา พร้อมย้ำว่า“รู้ก่อน เจอก่อน รักษาทัน ดีกว่าเจอช้า”สุดท้าย ก้อยบอกว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ จะหันมาดูแลและฟังร่างกายตัวเองให้มากกว่านี้ และหวังว่าประสบการณ์ของเธอจะช่วยเตือนผู้หญิงคนอื่นๆ ให้หันมาใส่ใจตัวเอง อย่ารอให้มีอาการหนัก เพราะสัญญาณเล็กๆ อาจเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และการไปตรวจอาจช่วยชีวิตได้จริงขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Pronanong Kosol


Posted

in

by

Tags: