สิ่งสะท้อนภาพใหญ่ ลิเวอร์พูล จากผลบุกเจ๊า อาร์เซน่อล

เพราะ อาร์เซน่อล คือทีมที่อันตรายที่สุดในลีกจากลูกนิ่ง ทั้งการใช้ร่างกาย ความแข็งแกร่ง และการซ้อมรูปแบบการโจมตีมาอย่างเป็นระบบ ก่อนเกม แฟนบอล ลิเวอร์พูล จำนวนมากจึงต่างกังวลตรงกันว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 90 นาที คือ ลิเวอร์พูล เอาอยู่ไม่มีจังหวะที่แนวรับหลุดตำแหน่ง ไม่มีความตื่นตระหนกในกรอบเขตโทษ และไม่มีการเสียสมาธิในช่วงเวลาที่บอลถูกโยนเข้ามาอย่างต่อเนื่องความเข้มข้นเกมรับถูกควบคุมไว้ได้ตลอดทั้งเกมจนความพยายามใช้พละกำลังของนักเตะ อาร์เซน่อล ในเขตโทษไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ภาพรวมของการรับมือลูกตั้งเตะเกมนี้ เปรียบเหมือนเขื่อนที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแรงไม่ใช่แค่กำแพงกันน้ำ แต่เป็นโครงสร้างที่สามารถ ควบคุมแรงดัน และเปลี่ยนพลังของคู่แข่งให้กลายเป็นจังหวะตั้งเกมของตัวเองนี่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มักไม่ถูกพูดถึง ซึ่งมันคือรากฐานของผลเสมอที่ล้ำค่าเกมรับที่ทำให้ อาร์เซน่อล เล่นไม่ถนัด ตัวเลขยืนยันสิ่งที่ตาเห็นค่า xG อาร์เซน่อล : 0.57ยิงตรงกรอบ : 4 ครั้งโอกาสทอง : 1 ครั้งสิ่งที่ทำให้ อาร์เซน่อล เป็นแบบนั้น มาจากการที่ ลิเวอร์พูล จัดระเบียบเกมได้ดีเกินคาด25 นาทีแรก ลิเวอร์พูล แทบไม่เป็นตัวของตัวเอง การใช้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เป็นฟอลส์ ไนน์ทำให้ทีมขาดทางเลือกในการหนีเพรสก็จริงแต่เมื่อเกมคลี่คลาย เวียร์ตซ์ ถอยต่ำ เชื่อมเกมกับ โดมินิค โซโบซไล ก็ช่วยให้แดนกลางกลับมามีชีวิตแม้ xG จะต่ำเพียง 0.36 ต่ำที่สุดของฤดูกาล แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการควบคุมเกม ซึ่งสำคัญกว่าตัวเลขในการเจอทีมอย่าง อาร์เซน่อล…ครึ่งหลังกลายเป็นภาพที่สวนทางกับแนวทางที่เคยเล่นมาของทีมเจ้าถิ่นลิเวอร์พูล ครองบอล กดดัน และทำให้ อาร์เซน่อล ต้องถอยไปรักษาสกอร์ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "defensive monsters" (สัตว์ร้ายเกมรับ) ของยุโรป ต้องเล่นเกมที่ตัวเองไม่ถนัดแม้เกมรุกจะสร้างโอกาสยิงเข้ากรอบไม่ได้เลย แต่มันก็มีเหตุผลที่พอเข้าใจได้ เมื่อตัวจบสกอร์ในสนามของ ลิเวอร์พูล ไม่มีเลยไม่ว่าจะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อูโก้ เอกิติเก้ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัคหากเกมนี้ต้องเลือกชื่อเดียวเป็นสัญลักษณ์ของเกมรับ ลิเวอร์พูล ชื่อนั้นคือ มิลอส เคอร์เคซการรับมือกับ บูกาโย่ ซาก้า และ โนนี่ มาดูเอเก้ ไม่ใช่งานที่ใครจะทำได้ง่าย ๆแบ็กฮังกาเรียน ชนะการดวล 6 จาก 9 แท็กเกิลสำเร็จ 100% (4/4) ปิดพื้นที่ริมเส้นอย่างมีวินัยแม้จะยังมีคำถามเรื่องการขึ้นเกมจากแดนหลัง แต่ในคืนที่ ลิเวอร์พูล ต้องการความแน่นอนมากกว่าความหวือหวาเคอร์เคซ คือคำตอบที่ชัดเจนเมื่อไม่มี ซาลาห์, เอกิติเก้ และ อิซัค ความเร็วจึงเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดเจเรมี่ ฟริมปง ถูกเลือกมาเป็นปีกขวาเพราะความจำเป็นเขาคือทางหนีเพรสและเป็นคนที่ช่วยปลดปล่อยแรงกดดันให้ทีมบอลสุดท้ายถึงจะยังไม่ดี แต่เกมที่ ลิเวอร์พูล แทบไม่มีศูนย์หน้าธรรมชาติ การมีคนที่กล้าพาบอลออกจากอันตรายคือคุณค่าที่มองข้ามไม่ได้…ผล 0–0 นัดนี้ สะท้อนภาพใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ผ่าน 3 ประเด็นหลัก1. การรักษามาตรฐานเพื่อเป้าหมายขั้นต่ำอันดับ 4 ของตารางยังอยู่ในมือ และการลุ้นตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังอยู่ในเส้นทางที่ควบคุมได้ พร้อมสถิติไม่แพ้ใคร 10 นัดติดต่อกัน2. การหยุดเลือดและวินัยเกมรับนี่คือทีมที่กำลังหยุดช่วงตกต่ำ สร้างสมดุล และเริ่มรับมือกับทีมลุ้นแชมป์ได้ด้วยโครงสร้างที่ชัดเจน3. การยอมรับความจริงลิเวอร์พูล ชุดนี้ยังไม่ใช่ทีมที่สมบูรณ์ ยังไม่ใช่ Champagne football ซึ่งหมายถึงมีรูปแบบการเล่นที่ยอดเยี่ยม สวยงาม และสมบูรณ์แบบที่สุดตอนนี้พวกเป็นทีมที่รู้จักเอาตัวรอด เหมือนบ้านที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงอาจยังไม่สวย เฟอร์นิเจอร์ยังไม่ครบ สีสันหลังคาไม่น่าดึงดูดแต่สิ่งที่เห็นชัดในคืนที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม คือการลงเสาเข็มให้บ้านหลังนี้แข็งแรงเพราะถ้าฐานไม่แน่น ต่อให้ตกแต่งสวยแค่ไหน บ้านก็ไม่มีวันยืนท่ามกลางพายุได้หนึ่งคะแนนจากเกมนี้ คือสัญญาณว่า ลิเวอร์พูล กำลังสร้างบางสิ่งที่มั่นคงขึ้นมาอีกครั้งและหวังว่าจะเติบโตขึ้นไปทุกวัน ๆ อย่าทรุดลงมาอีก…HOSSALONSO


Posted

in

by

Tags: