เว็บไซต์ Defense Intelligence Agency รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศ ABC News เผยว่าอิหร่านได้นำภาพถ่ายดาวเทียมที่ผ่านการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI จากบริษัทจีนอย่าง MizarVision มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการโจมตีฐานทัพของสหรัฐในตะวันออกกลางวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ Defense Intelligence Agency รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศ ABC News เผยว่าอิหร่านได้นำภาพถ่ายดาวเทียมที่ผ่านการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI จากบริษัทจีนอย่าง MizarVision มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการโจมตีฐานทัพของสหรัฐในตะวันออกกลางยกระดับความแม่นยำในการโจมตีโดยข้อมูลจาก Defense Intelligence Agencyy (DIA) หน่วยงานข่าวกรองทางทหารของสหรัฐอเมริกา ภายใต้กระทรวงกลาโหม ระบุว่า ทางกองทัพของอิหร่านได้นำเอาปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ามาใช้ วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อระบุสถานที่เป้าหมายสำคัญ เช่น เครื่องบิน ระบบเรดาร์ คลังเชื้อเพลิง และการเคลื่อนกำลังของทหาร ได้เร็วในระดับนาที ความสามารถนี้ช่วยย่นระยะเวลาของ Kill Chain หรือ “กระบวนการตั้งแต่การค้นหาเป้าหมายไปจนถึงการโจมตี” ให้เร็วขึ้น ทำให้การใช้ขีปนาวุธและโดรนมีความแม่นยำมากขึ้น จากเดิมที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์โดยมนุษย์และใช้เวลานานหลายชั่วโมงสิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าสนใจ คือเทคโนโลยี AI ดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่ในหน่วยงานข่าวกรองระดับชาติอีกต่อไป แต่เปิดให้เข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ได้ โดยบริษัท MizarVision ให้บริการภาพดาวเทียมความละเอียดสูงที่มาพร้อมการติดแท็กข้อมูลด้วย AI ซึ่งสามารถระบุโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและจุดยุทธศาสตร์ได้อย่างละเอียดสิ่งนี้ทำให้ประเทศที่ไม่ได้มีศักยภาพด้านการข่าวกรองระดับสูง สามารถใช้เครื่องมือเชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางทหารได้อย่างรวดเร็ว อิหร่านจึงสามารถลดการพึ่งพาการลาดตระเวนของตนเอง และหันมาใช้ข้อมูลที่พร้อมใช้งาน ในการวางแผนโจมตีแทนการทำสงครามสมัยใหม่ปัญญาประดิษฐ์ AI ดังกล่าวใช้เทคนิค Machine Learning เพื่อเรียนรู้ “กลยุทธทางทหาร” ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของอุปกรณ์ ความร้อน หรือบริบทของพื้นที่ ทำให้สามารถจำแนกเป้าหมายได้โดยอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมโยงกับข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ที่นำไปใช้ในระบบสั่งการได้ทันทีแนวคิดนี้สอดคล้องกับการทำสงครามแบบเครือข่าย (Network-centric Warfare) ซึ่งการตัดสินใจขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ถูกวิเคราะห์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ยิ่งข้อมูลถูกประมวลผลได้เร็วเท่าไร ประสิทธิภาพของการโจมตีก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นนอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าบริษัทจีน MizarVision ยังได้ใช้ AI ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียม เรือ และเที่ยวบิน เพื่อสร้างภาพรวมของการเคลื่อนกำลังของสหรัฐในภูมิภาค เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมารวมและวิเคราะห์ร่วมกัน ก็สามารถแปลงเป็นข่าวกรองเชิงปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพเดิมที กองทัพสหรัฐมีความได้เปรียบด้านข่าวกรองและความแม่นยำในการโจมตี แต่การเข้าถึง AI เชิงพาณิชย์ของฝ่ายตรงข้ามกำลังลดช่องว่างนี้ลง เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐมองว่านี่เป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะต่อกำลังพลและฐานทัพในพื้นที่ตะวันออกกลางมาตรการป้องกันแบบเดิม เช่น การพรางตัวหรือการควบคุมการปล่อยสัญญาณ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจาก AI สามารถวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม คาดการณ์สิ่งที่จะทำ และระบุตำแหน่งเป้าหมายสำคัญได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนในขณะเดียวกัน โมเดลเทคโนโลยีแบบ Dual-use (เทคโนโลยีที่ใช้ได้ทั้งพลเรือน และทางทหาร) ของจีนเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนสร้างผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ได้โดยไม่ต้องมีบทบาททางทหารโดยตรง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างภาคพลเรือนและการทหารเริ่มเลือนลางลงแหล่งที่มา:.mizarvisionข่าวที่เกี่ยวข้องอเมริกาใช้คน-อาวุธ-เครื่องบิน-เทคโนโลยีมหาศาล เพื่อนักบินที่ตกในอิหร่านคนเดียว !? ทรัมป์ไม่สนเจรจาอิหร่าน อิหร่านโต้ข้อตกลงสุดโต่งเกินไป การเดินเรือฮอร์มุซชะงักผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจเจ็บสาหัส แต่ยังมีสติครบถ้วน เข้าประชุมทางเสียงได้ทุ่นระเบิดไร้พิกัดในฮอร์มุซ? ยังหาตำแหน่งไม่ได้ IRGC ขู่จัดการเรือรบ เว้นพลเรือนเปิดทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ-มิตรอายัด มีอะไรบ้าง? จะได้คืนไหม ?
สื่อต่างประเทศรายงาน อิหร่านใช้ AI พัฒนาโดยจีน โจมตีเป้าหมายฐานทัพสหรัฐ
by
Tags: