“สุชาติ” ง้าง “ผ่าตัดใหญ่” ป.ป.ช. ล้างบางพวกเกียร์ว่าง-เด็กการเมือง! ** วันชี้ชะตา“อิ๊งค์” จะไปต่อ หรือพอแค่นี้!

ข่าวปนคน คนปนข่าว++ "สุชาติ" ง้าง “ผ่าตัดใหญ่” ป.ป.ช. ล้างบางพวกเกียร์ว่าง-เด็กการเมือง!สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังจะเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ “สุชาติ ตระกูลเกษมสุข” ประธานป.ป.ช. คนปัจจุบัน เตรียมเปิดศึก “ผ่าตัดองค์กร” เพื่อล้างปัญหา"เน่าใน" ที่หมักหมมมาหลายยุคสมัยต้นเหตุไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากกรณีการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใส (ITA) ประจำปี 2568 ที่สังคมวิพากษ์หนักจน ป.ป.ช.กลายเป็นเป้าโจมตีว่า “หมดศรัทธา” ทำให้สุชาติ ออกคำสั่งตรง–รื้อระบบประเมินใหม่ทั้งหมด และกำลังพิจารณา “ปรับโครงสร้างภายในครั้งใหญ่”ว่ากันว่า การปรับครั้งนี้มี“สองชั้น”หนึ่งนั้นกอบกู้ภาพลักษณ์ ป.ป.ช. ให้กลับมาเป็นองค์กรอิสระ โปร่งใส สมศักดิ์ศรี เป็นที่พึ่งของประชาชนสองสลายเครือข่ายอำนาจที่ฝังรากลึกตั้งแต่ยุค "พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ" เครือข่าย "เด็กนักการเมือง" หรือ "สมุนผู้มีอำนาจ" ที่ถูกมองว่า เล่นพรรคเล่นพวก เกียร์ว่าง และรับใช้อำนาจการเมืองมากกว่ารักษาหลักการคนในป.ป.ช. รู้ดีว่า “กลุ่มคน” ที่โตมาจากยุค พล.ต.อ.วัชรพล ยังคงยึดตำแหน่งสำคัญ แม้ผู้นำองค์กรจะเปลี่ยนแล้ว แต่พฤติกรรมยังเหมือนเดิม แข็งข้อ -ขัดนโยบาย และพยายามปกป้องพวกพ้องไม่ให้ถูกแตะกรณีล่าสุด หลังเกิดเสียงวิจารณ์หนักเรื่อง ITA ประธานสุชาติ ส่งสัญญาณชัดให้เปลี่ยนตัว “รองเลขาธิการ” ที่กำกับงานนี้ แต่เรื่องกลับ “เงียบกริบ” ไม่มีความคืบหน้า จนวงในชี้เป้าว่า เรื่องนี้อยู่ในมือ “สาโรจน์ พึงรำพรรณ” เลขาธิการป.ป.ช. ซึ่งเป็น อดีตรองเลขาฯ ที่เติบโตมาในยุควัชรพลคำถาม คือ…สาโรจน์เลือก “ดอง” เพราะ ความเกรงใจเครือข่ายเก่า หรือเพราะเป็น “ตัวแทน” ที่ถูกฝากฝังเอาไว้ ?แม้ไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ความเงียบ กลับกลายเป็นชนวนให้เกิดการสงสัย และยังต่อเนื่องไปในการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาฯ ในเรื่องอื่นๆ รวมทั้งคดีสำคัญๆ ของป.ป.ช.คดีตัวอย่าง มาตรฐานสองแถวเช่น คดี "โจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร.ถูกกล่าวหายื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ หลักฐาน-พยานครบ แต่ถูกดองมาสองปี ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆตรงข้ามกับคดี"ต่อศักดิ์" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล อดีต ผบ.ตร. คู่ขัดแย้ง “โจ๊ก” เดินหน้าเร่งรัดตลอดหนึ่งปี วงในบอกตรงกันว่าเป็น “ธง” ที่ผู้ใหญ่สั่งให้ทำความแตกต่างนี้ สะท้อนปัญหาใหญ่ของป.ป.ช. คือ “มาตรฐาน” ทำให้องค์กรถูกสังคมตราหน้าว่า“เลือกปฏิบัติ” และ "รับใช้การเมือง" มากกว่ากฎหมายสิ่งที่ "สุชาติ" ต้องเผชิญคือ เครือข่ายเก่าที่ฝังรากลึกมานาน ตั้งแต่ยุค พล.ต.อ.วัชรพล–“ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คุมเกมป.ป.ช. และผลักดัน “เด็กในคาถา” ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ ขยับตรงไหนก็เจอเครือข่ายเดิมทั้งหมดนี่จึงไม่ใช่แค่การปรับโครงสร้าง แต่คือ“ศึกภายใน” ที่ต้องเลือก ว่าจะฟาดจริงจังล้างบางไปเลย หรือปล่อยเลยตามเลย… จะเป็นฟ้าผ่า หรือฝนโปรย ?ตอนนี้คนในและคนนอกองค์กรต่างจับตาว่า สุชาติ จะ “ผ่าตัด” ได้จริงหรือไม่? เพราะถ้าเพียงแค่เปลี่ยนโต๊ะทำงาน แต่ปล่อยให้เครือข่ายเก่ายังยึดอำนาจต่อไป ป.ป.ช. ก็หนีไม่พ้นการถูกตราหน้าว่า “องค์กรรับใช้การเมือง”ในทางกลับกัน หาก “สุชาติ” กล้าฟาดฟันจนเครือข่ายเก่าถูกสลาย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ "การคืนศรัทธา" ให้ป.ป.ช. กลับมาเป็น "องค์กรปราบโกง" ที่ใครๆ ต่างก็ต้องซูฮก !++ วันชี้ชะตา “อิ๊งค์” จะไปต่อ หรือพอแค่นี้!วันนี้ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ มีกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในคำร้องที่ประธานวุฒิสภา ส่งความเห็นของสว. 36 คน ขอให้ศาลฯ วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรี ของ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนา ระหว่าง “แพทองธาร” กับ “ฮุนเซน” โดยศาลจะออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยในเวลา15.00 น.ทั้งนี้ ศาลฯ ได้จัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับสื่อมวลชน ผู้เกี่ยวข้อง คู่กรณีที่จะมาเข้ารับฟังคำวินิจฉัย โดยมีการติดตั้งจอโทรทัศน์ เพื่อรับภาพและเสียง จากห้องพิจารณาคดี มายังพื้นที่ทำงานของสื่อมวลชน รวมทั้งมีการถ่ายทอดคำวินิจฉัย ผ่านช่องทาง youtube สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญด้วยด้านนายกฯ “แพทองธาร ชินวัตร” ได้มอบทีมทนายความ และ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนไปศาลฯ เพื่อเข้ารับฟังคำวินิจฉัย … ส่วนตัวนายกฯ จะเข้าทำเนียบฯ รอลุ้นหน้าจอ ร่วมกับบรรดารัฐมนตรี ที่นัดกันมาร่วมให้กำลังใจทางทำเนียบรัฐบาล ยังได้จัดเตรียมโพเดียม ไว้ที่บริเวณโถงกลางภายในตึกไทยคู่ฟ้า สำหรับนายกฯแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำวินิจฉัยในส่วนของ สส.พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องขอว่า หลังเสร็จการประชุมสภาในวันพฤหัสบดีที่28 ส.ค.แล้วอย่าเพิ่งกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ขอให้ไปรวมตัวกันที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เป็นกำลังใจให้ “หัวหน้าอิ๊งค์” ในวันนี้ด้วยส่วนเมื่อรู้ผลการวินิจฉัยแล้ว“หัวหน้าอิ๊งค์” จะไปพบสส.ที่พรรค หรือไม่ …อันนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์!!ถ้า “นายกฯอิ๊งค์” ถูกศาลฯสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั่นหมายถึง รัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย ซึ่งก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้น ถนนทุกสายจะมุ่งสู่“บ้านจันทร์ส่องหล้า” เพื่อจัดตั้งรัฐบาล และกำหนดตัวบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ซึ่ง“ทักษิณ ชินวัตร” บอกไว้แล้วว่า ถ้า “อิ๊งค์” ไม่รอด ก็ให้ “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯ คนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ขึ้นแทน“ชัยเกษม” เคยจะได้เป็นายกฯมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่“เศรษฐา ทวีสิน” พ้นจากนายกฯ และในวงหารือ “กินมาม่า” ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า นี่แหละที่บอกว่าจะให้ “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ… แต่สุดท้ายหวยล็อกไปออกที่ “แพทองธาร”ครั้งนี้ ถ้า“ชัยเกษม” ไม่ได้เป็นนายกฯ ก็แสดงว่าต้องมี “ดีลลับ” อะไรสักอย่าง ที่ทำให้เป้าหมายต้องเปลี่ยนไปต้องไม่ลืมว่า การเมืองยุค“ทักษิณ” กลับมากำกับเอง มักมี“ดีลลับ”กันอยู่ตลอดเวลา… อย่างการที่ “หลานอิ๊งค์” คุยกับ “อังเคิล ฮุนเซน” นี่ก็เป็นดีลลับ เจรจาแลกผลประโยชน์กัน เพียงแต่อีกฝ่ายดันเอามาเปิดโปง จนเป็นเรื่อง!!ถ้า “อิ๊งค์” รอด รัฐบาลก็เดินต่อไป แต่จะไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาพิพากวิจารณ์กันมาก เพราะจะต้องเจอปัญหาการเมือง เรื่องเสียงปริ่มน้ำ วุ่นวายอยู่กับการต่อรอง หาเสียงมาสนับสนุน จนไม่เป็นอันแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องที่สำคัญ กระแสความนิยม ความไว้วางใจ ทั้งของ “นายกฯอิ๊งค์” ของรัฐบาล รวมทั้งตัว “ทักษิณ” ตกต่ำลงอย่างมากชนิดที่ว่า ผลโพลล่าสุดคะแนนนิยมของ “อิ๊งค์” เหลือไม่ถึง10%ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นตัวกำหนด อย่างเช่น ยังต้องลุ้นว่า วันที่ 9 ก.ย.นี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการตัดสินกรณี ทักษิณ “ป่วยทิพย์” ที่ชั้น14 หาก “ทักษิณ”ไม่รอด ต้องกลับไปนับหนี่งใหม่ในคุก รัฐบาลอิ๊งค์ ก็ “โคม่า” เหมือนกันไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเรื่อง มาตรา 144 ที่เอาผิดทั้ง “ครม.เศรษฐา- ครม.อิ๊งค์”และผลอาจทำให้เกิดการ “เซ็ตซีโร่” ส.ส.กว่าครึ่ง ค่อนสภาฯอีกด้วย … อย่างนี้ก็ล่มเห็นๆช่วงระหว่างที่รอศาลฯตัดสิน ก็มีวาทกรรม ออกมาจากทั้งฝ่าย กองเชียร์ กองแช่ง อย่างเช่น … ถ้าอิงค์รอด ประเทศไทยก็รอดด้วย … ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็บอกว่า ถ้าอิ๊งค์รอด ประเทศไทยจะไม่รอด !!ขณะเดียวกัน ก็มีสองวลี ในสองยุคสมัย ที่ถูกพูดถึง “บกพร่องโดยสุจริต” กับ“บกพร่องโดยขาดประสบการณ์”กล่าวคือเมื่อ 9 สิงหาคม 2544 “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ตอนนั้นเพิ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ครึ่งปี ต้องขึ้นศาลรธน. ในคดีซุกหุ้น ทักษิณให้การต่อศาลฯ แก้ต่างว่าเป็น “ความบกพร่องโดยสุจริต” แล้วรอดมาได้ครั้งนี้ “แพทองธาร” ให้การต่อศาลฯ เพื่อแก้ต่างในคดีคลิปเสียง ว่าเป็นความ“บกพร่องโดยขาดประสบการณ์”ต้องติดตามว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ในพ.ศ.2568 จะยอมให้ “แพทองธาร” รอดหรือไม่ถ้ารอดรับรองว่า วลี “บกพร่องโดยขาดประสบการณ์” จะต้องฮิต ไม่แพ้ “บกพร่องโดยสุจริต”แน่นอนwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: