ละครหลังข่าวยังไม่เศร้าเท่านี้! หดหู่ ด.ช.วัย 13 แม่ตายชีวิตเคว้ง พ่อไม่เหลียวแล ถูกแม่เลี้ยงทำร้าย ร่อนเร่อยู่ตามโรงพยาบาล ใช้ชีวิตลำพัง แถมป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถ้าไม่ถูกรถชนคงไม่มีรู้ความจริงวันที่ 27 ก.พ.69 เฟซบุ๊กเพจ "เจ๊ม้อย v+" โพสต์เรื่องราวสุดหดหู่ของเด็กชายวัย 13 ปี ที่ต้องออกมาใช้ชีวิตลำพัง แม่เสียชีวิต พ่อแท้ๆ กลับไม่สนใจ เพราะกลัวเมียใหม่ อายอยู่ตามโรงพยาบาล ค่ำไหนนอนนั่น แถมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถ้าไม่ถูกรถชนวันนั้น ก็คงไม่มีใครรู้ความจริงเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเด็กคนนี้ โดยระบุว่าเรื่องราวของ ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ อาสากู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง จ.นครศรีธรรมราช โพสต์เล่าเหตุการณ์ ที่ได้เข้าไปช่วยน้อง หลังที่ประสบอุบัติเหตุ แต่เมื่อถามหาญาติ กลับไม่มี เมื่อได้ทราบความจริง ถึงกับจุกในอกน้องบี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี มักอาศัยอยู่ตามโรงพยาบาล ค่ำไหนนอนนั่น หาเลี้ยงชีพไปวันๆ ใช้ชีวิตลำพังโดยตลอด น้องเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวด้วย เมื่อ 2-3 วันที่แล้วน้องบี โดนรถชนที่หน้าโรงพยาบาลมหาราช หลังจากนั้นมีการประกาศตามหาญาติ แต่ไม่เจอเมื่อสอบถามน้องบี ถึงพ่อแม่จึงได้ทราบความจริงที่หดหู่ น้องมีพี่น้อง 4 คน พ่อแต่งงานใหม่ ส่วนแม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ชีวิตลำบากที่สุด เมื่อทราบว่าคุณพ่อน้องยังอยู่ จึงได้ติดต่อให้มาที่โรงพยาบาลมหาราชทันที เพราะต้องการญาติ แต่คำตอบที่ได้คือ มาไม่ได้ เพราะลำบากมากทางกู้ภัยฯไม่รอ จึงตามหาพ่อถึงบ้านและทราบว่า คุณพ่อไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นแล้ว แต่ยังมีคนสามารถติดต่อพ่อได้ และได้คุยกับคุณพ่อ คำตอบที่หดหู่ใจคือ คุณพ่อของเด็กซึ่งไม่เอาเด็กปฏิเสธทุกอย่าง ไม่สนใจ ไม่ไยดี อีกทั้งกลัวก็ภรรยาใหม่บ่นและด่า ซึ่งบังคับให้ช่วยลบโพสต์ ไม่อยากจะทะเลาะกับภรรยาใหม่ ส่วนลูกในไส้คุณพ่อก็บอกว่าปล่อยไปเถอะ เดี๋ยวเด็กหาย ก็อยู่ที่โรงพยาบาลแบบนั้นแหละเด็กสามารถอยู่ได้ทางกู้ภัยฯ พยายามอธิบายว่าลูกต้องการพ่อ แต่ก็ดูเหมือนพ่อไม่ต้องการลูก บล็อกเบอร์กู้ภัยฯ ทันที กู้ภัยฯ ยังไม่ท้อ ตามหาป้า พี่สาวของแม่น้องบีอีกคนที่ยังอยู่ จึงติดต่อไปฝากน้องไว้ เมื่อดูสภาพบ้านก็แสนลำบาก มีอาชีพขายผักไปวันๆลักษณะบ้านเป็นบ้านเช่ามีไฟดวงเล็กๆ ที่คอยส่องสว่างให้พอได้ใช้ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีทีวีเพราะบ้านถูกตัดไฟ ยกหม้อไปนานแล้ว เพราะไม่มีเงินจ่าย ในบ้านยังมีคุณยายที่ติดเตียงต้องคอยดูแล กู้ภัยจึงฝากน้องให้อยู่กับป้า ทางด้านป้าไม่ปฏิเสธ พร้อมรีบพาน้องบีมาอยู่ด้วยโดยไม่ลังเลเมื่อน้องบีออกจากโรงพยาบาลจึงส่งตัวน้องให้กับป้า เพื่อช่วยดูแลกัน ตามยถากรรม วันต่อมากู้ภัยฯ ได้แวะไปดูน้องด้วยความเป็นห่วง จังหวะพอดีกับน้องบีเกิดอาการชัก กู้ภัยฯจึงรีบนำตัวน้องส่งโรงพยาบาลมหาราชอีกครั้งน้องบี เล่าชีวิตของตัวเองอย่างไร้เดียงสาว่า เมื่อแม่จากไป พ่อมีภรรยาใหม่ พี่น้อง 4 คน ก็แยกกันอยู่คนละที่ น้องคนสุดท้อง พ่อยกให้คนอื่น เคยไปอยู่กับพ่อ แต่แม่เลี้ยงชอบด่า และตี เตะ จนต้องออกมาอยู่ข้างนอก กู้ภัยฯ จึงถามคุณพ่อว่าเรื่อง จริงมั้ย พ่อตอบว่าจริง แต่แค่หยอกล่าสุด ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ โพสต์แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพ โดยระบุว่า ตอนนี้ยังไม่รับบริจาคอะไรให้น้องนะครับ ห้ามโอนไปหาใครเด็ดขาด เกี่ยวกับการช่วยเหลือน้อง ห้ามโอนไปไหนเด็ดขาด ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดรับบริจาค ช่วยกันแชร์ด้วยครับ ป้องกันการแอบอ้าง ก่อนจะโพสต์อีกว่า ตอนนี้มีหลายหน่วยงานกำลังเข้ามาให้การช่วยเหลือน้องบีและครอบครัวแล้วอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หดหู่ ด.ช.วัย 13 แม่ตายชีวิตเคว้ง พ่อไม่เหลียวแล แม่เลี้ยงทำร้าย ร่อนเร่อยู่ รพ. ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
หดหู่ ด.ช.วัย 13 แม่ตายชีวิตเคว้ง พ่อไม่เหลียวแล แม่เลี้ยงทำร้าย ร่อนเร่อยู่ รพ. ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
by
Tags: