หนีไม่รอด! พ่อค้าบะหมี่ชิงทอง 26 บาท ซุกของกลางในเสาบ้าน อ้างเป็นหนี้หมุนเงินไม่ทัน

พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมกำลังตำรวจ เข้าจับกุม พ่อค้าขายบะหมี่วัย 48 ปี ชาวขอนแก่น ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ทองรูปพรรณ 26 บาท เจ้าตัวรับสารภาพอ้างมีปัญหาหนี้สิน หมุนเงินไม่ทัน หลังก่อเหตุได้ซ่อนทองไว้ในเสาบ้านพัก ส่วนจยย.นำไปทิ้่งลงคูน้ำอำพรางจากกรณีคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณที่ร้านทองกรุงเทพเยาวราช ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 206 ม.12 ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยสามารถชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำรูปพรรณจำนวน 9 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่ารวมเกือบ 2 ล้านบาทหลบหนีไป ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม นายเก๋ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี พ่อค้าร้านบะหมี่พื้นที่ ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะจับกุม นายเก๋ กำลังทำความสะอาดร้าน พอเห็นเจ้าหน้าที่ก็เกิดมีพิรุธ เมื่อถูกเค้นถามอย่างหนักสุดท้ายก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายก่อเหตุชิงทองรูปพรรณจริง เนื่องจากต้องเลี้ยดูบุตรหลังแยกทางกับภรรยา ต้องไปกู้หนี้นอกระบบจนหมุนเงินไม่ทัน สุดท้ายจึงลงมือก่อเหตุดังกล่าวโดย นายเก๋ ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดซ่อนทอง เป็นเสาเหล็กในตัวบ้านลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดเหล็ก ก่อนจะนำทองที่ถูกยัดเข้าไปในเสาออกมาได้ ส่วนจยย.ที่ใช้ก่อเหตุนั้น ได้ทิ้งลงคูน้ำห่างจากบ้านพักไม่ไกล ตำรวจทำการกู้ขึ้นจากน้ำตรวจยึดเป็ดของกลางทั้งหมดแล้วด้าน พล.ต.ต.นพเก้า กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางสายหลัก แต่ไม่พบความเคลื่อนไหวของคนร้ายที่ขับจยย.ผ่านบนถนนสายหลัก อย่างไรก็ตาม พบความเคลื่อนไหวของชายที่มีลักษณะคล้ายคนร้าย ขี่จยย.พ่วงข้างลัดเลาะตามสวนยางและคันนา เจ้าหน้าที่จึงติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งทราบว่าเป็นบุคคลในพื้นที่บ้านเหล่าโพนทอง จึงติดตามไปถึงบ้านพัก และแสดงตัวขอตรวจค้น ปรากฏว่า นายเก๋ มีอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดก็ยอมรับและพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดซ่อนทอง รวมทั้งไปหาจยย.ที่ทิ้งลงน้ำ หลังจากนี้จะได้คุมตัวไปสอบสวนยัง สภ.บ้านเป็ด ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.


Posted

in

by

Tags: