แพทย์นิติเวชเผย หลังผลชันสูตรยืนยันการเสียชีวิตของ “นัทปง” ชี้ชัดสารชนิดนี้เป็นวัตถุอันตราย ไม่ใช่ยา แม้แต่แพทย์เองก็ครอบครองหรือจำหน่ายไม่ได้ ส่วนสภาพศพปลายนิ้วคล้ำไม่ได้บ่งชี้ว่าเกิดจากไซยาไนด์ ต้องตรวจเลือดเท่านั้นเพื่อยืนยันสาเหตุแน่ชัดภายหลังกรณีการเสียชีวิตของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ “นัทปง” อายุ 35 ปี ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ซึ่งผลชันสูตรพบสาร ไซยาไนด์ ในเลือดและกระเพาะอาหาร ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงที่มาของสาร และลักษณะการตรวจพิสูจน์เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ อาจารย์ประจำสาขานิติเวชวิทยา และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย เพื่อไขข้อสงสัย โดยยืนยันว่า ไซยาไนด์เป็นสารอันตราย ไม่ใช่ “ยา” และการครอบครองหรือจำหน่ายโดยบุคคลทั่วไปผิดกฎหมาย แม้ตามหลักการมีมาตรการควบคุมอยู่แล้ว แต่ยังพบการลักลอบซื้อขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นระยะ เช่นที่เคยเกิดกรณี “แอม ไซยาไนด์” ในอดีต ทำให้มีความพยายามควบคุมเพิ่มขึ้น แม้ยังไม่สามารถปิดช่องโหว่ได้สมบูรณ์ผศ.นพ.สมิทธิ์ ระบุว่า การจำหน่ายไซยาไนด์ มักใช้ชื่ออื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หากมีช่วงใดที่ข่าวแพร่หลาย สินค้าจะถูกนำออกจากตลาดชั่วคราวแล้วกลับมาอีก จึงจำเป็นต้องสอดส่องและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบการขาย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารอันตรายดังกล่าวส่วนกระแสคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ที่ระบุว่า แพทย์ใช้ไซยาไนด์ในการรักษาคนไข้นั้น เจ้าตัวยืนยัน “ไม่มีแน่นอน” พร้อมชี้ว่าแพทย์ไม่สามารถมีไว้ครอบครองหรือจำหน่ายได้ และถือว่าผิดกฎหมายสำหรับการตั้งข้อสังเกตเรื่องสภาพศพ เช่น ปลายนิ้วคล้ำหรือสีผิวเปลี่ยนไปจากผลของไซยาไนด์ นั้น ผศ.นพ.สมิทธิ์ อธิบายว่า เป็นความเข้าใจผิด เพราะการคล้ำของปลายนิ้วส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะออกซิเจนต่ำ หรือผลจากการฉีดฟอร์มาลีนระหว่างการเก็บศพ โดยการพิสูจน์ว่ามีไซยาไนด์ในร่างกายต้องอาศัยการตรวจเลือดเท่านั้นทั้งนี้ ศพของ นายณัฐวุฒิ พบสารไซยาไนด์ในระดับที่สามารถก่อให้เกิดการเสียชีวิตได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจวิเคราะห์ปริมาณเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนในรายละเอียด.
‘หมอสมิทธ์’ ย้ำ! สารอันตรายคร่าชีวิต ‘นัทปง’ ไม่ใช่ยา นิ้วคล้ำไม่ชี้ไซยาไนด์ ต้องตรวจเลือดยืนยัน
by
Tags: