หมอแทน เตือนสายคีโต LDL สูงอันตราย ชี้งานวิจัยอ้างว่าปลอดภัยถูกถอนแล้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนผู้กินอาหารแบบ Low-carb ระวังไขมันในเลือดพุ่ง หลังวารสารการแพทย์สั่งถอนงานวิจัยที่ระบุว่า คราบตะกรันไม่เพิ่มขึ้น ย้ำอย่าฝากชีวิตไว้กับกูรูในอินเทอร์เน็ตปัจจุบันการกินอาหารแบบคีโต (Keto) หรือ Low-carb ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ประเด็นเรื่องระดับไขมันในเลือดหรือ LDL สูง ยังเป็นที่ถกเถียง ล่าสุด นพ.ธนีย์ ธนียวัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ออกมาให้ข้อมูลยืนยันว่า ภาวะ LDL สูงเป็นอันตรายเสมอในทุกมิติล่าสุด (14 เม.ย.) นพ.ธนีย์ ธนียวัน อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัด ตั้งคำถามชวนคิดสำหรับคนที่กิน “คีโต” ว่า หากไปตรวจสุขภาพแล้วพบค่า “LDL” พุ่งสูงถึง 340 mg/dL เทียบกับค่า LDL 80 mg/dL คนส่วนใหญ่ย่อมต้องการตัวเลขที่ต่ำกว่า นั่นหมายความว่าลึก ๆ แล้วทุกคนรู้ดีว่า ภาวะไขมันในเลือดสูงไม่ใช่เรื่องดีส่วนกรณีที่มีกูรูบางกลุ่มอ้างอิงงานวิจัย KETO-CTA เพื่อบอกว่า ค่า LDL และ ApoB ที่สูงขึ้นจากการกินคีโต ไม่ได้ทำให้คราบตะกรันในหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นนั้น คุณหมอชี้แจงว่า งานวิจัยชิ้นนี้ถูกถอนออกจากวารสารการแพทย์ JACC เรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยและกองบรรณาธิการเห็นตรงกันว่า งานวิจัยมีปัญหาด้านระเบียบวิธีวิจัยอย่างรุนแรงจนผลลัพธ์ขาดความน่าเชื่อถือ จึงไม่ควรนำมาใช้อ้างอิงอีกต่อไปนอกจากนี้ ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 100 คนที่กินคีโตและมีค่า LDL กับ ApoB สูง ยังพบความจริงว่า คราบตะกรันในหลอดเลือดหัวใจของพวกเขาเพิ่มขึ้นภายในเวลาเพียง 1 ปีนพ.ธนีย์ ฝากข้อคิดเตือนใจว่า หากผู้ที่กินคีโตมีค่า LDL สูง แต่ยังเลือกเชื่อคำพูดของกูรูที่บอกว่าปลอดภัยและไม่ต้องรักษา เมื่อถึงวันที่ล้มป่วย แพทย์คือผู้ที่ต้องทำการรักษา ไม่ใช่กูรูในอินเทอร์เน็ตที่ไม่ได้มาร่วมรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้ป่วย ดังนั้นทุกคนควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ เพราะการตัดสินใจดูแลสุขภาพคือความรับผิดชอบของตัวเองโดยตรงต่อมาโพสต์นี้ถูกแชร์ต่อโดยเพจ Drama Addict ซึ่งก็ดึงสติสายสุขภาพสั้นๆ ว่า “LDL สูงเป็นอันตราย อย่าไปเชื่อพวกอินฟลูสายสุขภาพที่เอางานวิจัยที่ไม่น่าเชื่อถือมาอ้าง”.ภาพ @Facebook Drama-addictภาพ @Doctor Tanyอ่านข่าวเพิ่มเติมเช็กด่วน! 4 ผงตัวร้าย มีในครัวทุกบ้าน เสี่ยงไตพัง-หลอดเลือดแข็งเช็ก 5 สัญญาณไตดี หลังตื่นนอนง่าย ๆ ตามตำราแพทย์จีนอุทาหรณ์สาวยกบาร์ 70 กก. เสียงกระดูกลั่น ! เตือนสายสุขภาพเผลอพลาดไม่รู้ตัว


Posted

in

by

Tags: