“หัวเว่ย คลาวด์” เผยทิศทางการใช้ AI อย่างปลอดภัย เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

หัวเว่ย คลาวด์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ อย่างปลอดภัยและมีเป้าหมาย บนเวที Cybersec Asia 2026 Bangkok เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นขององค์กรในการนำ AI ที่สามารถขยายระบบได้และมีความน่าเชื่อถือมาใช้งานทั่วทั้งภูมิภาคนายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (ซีทีโอ) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า กล่าวบรรยายต่อผู้นำด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วภูมิภาค ว่า การนำ AI มาใช้งานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ก้าวเข้าสู่การพัฒนาระยะใหม่ จากเดิมที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) สู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะในระดับองค์กร (Enterprise-wide Intelligent Transformation) ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเร่งการตัดสินใจทางธุรกิจให้รวดเร็วยิ่งขึ้น“การเริ่มต้นใช้งาน AI ไม่ควรเริ่มจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว องค์กรจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เตรียมความพร้อมด้านข้อมูล และวางรากฐานด้านธรรมาภิบาลและความมั่นคงปลอดภัยให้แข็งแกร่ง ก่อนนำ AI มาใช้งานในวงกว้าง”หัวเว่ย คลาวด์ ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการใช้งาน Hybrid AI ที่เพิ่มขึ้น โดยผสานการใช้ AI แบบโอเพ่นซอร์สสำหรับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวหรือมีความเสี่ยงสูง เข้ากับบริการ AI บนคลาวด์สำหรับกรณีการใช้งานที่เน้นนวัตกรรม แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสมดุลระหว่างการบริหารต้นทุน ความยืดหยุ่น และความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน“ความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนา การบริหารจัดการ และการดูแลวงจรชีวิตของ AI ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย”นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับขีดความสามารถด้าน AI ของหัวเว่ย คลาวด์ ถูกพัฒนาบนโครงสร้างเทคโนโลยีแบบครบวงจร (End-to-End) ที่ผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ครอบคลุมตั้งแต่ชิปประมวลผล AI Ascend แพลตฟอร์มพัฒนา AI บริการโมเดลขนาดใหญ่ ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อรองรับการฝึกโมเดล การนำไปใช้งาน และการดำเนินงานในระดับองค์กรปัจจุบัน หัวเว่ย คลาวด์ ให้บริการคลาวด์ระดับภูมิภาค 34 แห่งทั่วโลก โดยมีศูนย์ข้อมูล 3 แห่งในประเทศไทย เพื่อรองรับการคุ้มครองอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกมากกว่า 170 รายการ ครอบคลุมด้านความมั่นคงปลอดภัย การดำเนินงาน และมาตรฐานอุตสาหกรรม และเราเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียวที่ออกแบบและพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง จุดแข็งนี้ช่วยให้เราสามารถมอบประสิทธิภาพที่เหมาะสม การจัดสรรทรัพยากรที่ยืดหยุ่น และความคุ้มค่าด้านต้นทุนสำหรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”ประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดย ความปลอดภัยของ AI ต้องครอบคลุมตลอดทั้งวงจรการใช้งาน ตั้งแต่คุณภาพของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของโมเดล การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงการตรวจสอบภัยคุกคามอย่างต่อเนื่องสถาปัตยกรรมความปลอดภัย (Security Architecture) ของหัวเว่ย คลาวด์ ประกอบด้วยระบบป้องกันหลายชั้น การเข้ารหัสข้อมูลทั้งในขั้นตอนจัดเก็บและรับส่ง ระบบบริหารจัดการตัวตนที่เข้มงวด และระบบเฝ้าระวังที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยตรวจจับและลดความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่า ระบบ AI จะมีทั้งประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎระเบียบ“AI ที่น่าเชื่อถือ เริ่มต้นจากความเข้าใจว่าข้อมูลใดสามารถนำมาใช้ได้ ใครมีสิทธิ์เข้าถึง และจะตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI อย่างไร ความปลอดภัยไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องที่ตามมาภายหลัง”ด้วยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ แพลตฟอร์ม AI และแนวคิดด้านความปลอดภัยเป็นศูนย์กลาง หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย มุ่งสนับสนุนองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ให้สามารถเร่งการนำ AI มาใช้งานได้อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน


Posted

in

by

Tags: