อย่าคิดว่าแค่ง่วง! “หมอเจด” ชี้ อาการตาดับ-ม่านบังชั่วคราว สัญญาณเตือนเส้นเลือดสมองอุดตัน

เตือนภัยผ่านเพจ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.หมอเจด คือ นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจหมอเจอ ให้ความรู้เกี่ยวกับสมองตีบ โดยมีเนื้อหา ดังนี้ตามัวข้างเดียวแล้วกลับมาปกติ! ระวังเสี่ยงสมองตีบชั่วคราวไม่รู้ตัว!มีใครเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ อยู่ดี ๆ ตาข้างหนึ่งมัวลง มืดลง เหมือนมีเงาหรือม่านมาบัง มองอะไรไม่ชัดอยู่ไม่กี่นาที แล้วสักพักกลับมาเห็นเหมือนเดิมพอหาย หลายคนก็คิดว่า“ตาล้ามั้ง”“สงสัยจ้องจอนาน”หรือ “หายแล้วก็คงไม่มีอะไร”แต่ผมอยากให้จำอาการแบบนี้ไว้หน่อยครับ เพราะบางครั้งมันไม่ได้เกิดจากดวงตาอย่างเดียว แต่อาจเกิดจาก เลือดไปเลี้ยงดวงตาหรือสมองสะดุดชั่วคราว ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของ Stroke ได้ครับ ภาวะแบบนี้ทางการแพทย์เรียกว่า สมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) แต่ไม่ต้องจำศัพท์ก็ได้ครับ จำแค่ว่า อาการหายเอง ไม่ได้แปลว่าสาเหตุหายไปด้วย1️⃣ อยู่ดี ๆ เหมือนมี “ม่านมาปิดตา” ข้างเดียว ต้องให้ความสำคัญอาการที่ผมอยากให้สังเกตคือ ก่อนหน้านี้มองเห็นปกติดี แล้วจู่ ๆ ตาข้างหนึ่งมืดลงภาพหายไปบางส่วนมัวลงอย่างชัดเจนหรือรู้สึกเหมือนมีม่านสีดำเลื่อนมาบังแล้วผ่านไปไม่กี่นาที ภาพกลับมาเป็นปกติอาการลักษณะนี้บางครั้งเกิดจาก เลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาถูกขวางชั่วคราว พอเลือดกลับมาไหลได้ ภาพก็กลับมาครับ จึงมีคนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่า “ก็หายแล้วนี่นา” ทั้งที่จริง ๆ ควรหาต่อว่าอะไรไปขวางทางเลือดตรงนั้นผมชอบเปรียบเหมือนสายยางครับมีเศษอะไรมาอุดอยู่แป๊บหนึ่ง น้ำไม่ไหลพอเศษนั้นเคลื่อนออก น้ำก็กลับมาไหลสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ตอนนี้น้ำไหลแล้ว”แต่ต้องถามว่า “เมื่อกี้อะไรมาอุด?”2️⃣ “หายแล้ว” นี่แหละที่ทำให้หลายคนพลาดสมองขาดเลือดชั่วคราวต่างจาก Stroke ใหญ่ตรงที่อาการสามารถดีขึ้นหรือหายไปเองได้ครับ แต่ช่วงที่เกิดอาการ เลือดไปเลี้ยงสมองหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นกำลังมีปัญหาจริงอาการอาจเป็นแค่ไม่กี่นาที แล้วเจ้าตัวกลับมาเดิน พูด และมองเห็นตามปกติตรงนี้เลยอันตรายทางความคิดครับ เพราะคนจะรู้สึกว่า“เมื่อกี้คงไม่มีอะไรหรอก”แต่ภาวะแบบนี้ถือเป็น สัญญาณเตือนว่าเส้นเลือดอาจมีปัญหาอยู่ และควรได้รับการประเมินโดยเร็วครับเหมือนไฟเตือนหน้ารถติดขึ้นมาสักพักแล้วดับเองครับไฟดับเป็นข่าวดีแต่ไม่ได้แปลว่าเราควรถอดหลอดไฟทิ้งแล้วขับต่ออย่างเดียว3️⃣ ตัวต้นเรื่องอาจอยู่ที่หลอดเลือดคอ ไม่ได้อยู่ในลูกตาเสมอไปหลายคนสงสัยครับว่า“ตาผมมัว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Stroke?”เกี่ยวตรงระบบเลือดครับหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอมีหน้าที่ส่งเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองและมีแขนงที่ไปเลี้ยงดวงตา ถ้าบริเวณนี้มี คราบไขมันเกาะผนังหลอดเลือด หรือมีลิ่มเลือดเล็ก ๆ หลุดออกมา มันสามารถลอยไปขวางเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตาได้ชั่วคราวเลยทำให้ตาข้างหนึ่งมืดหรือมัวขึ้นมาแล้วกลับมาเห็นอีกครั้งครับคนที่มี ความดันสูง เบาหวาน ไขมันสูง สูบบุหรี่ โรคหัวใจ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด ยิ่งต้องสนใจ เพราะปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและ Stroke ครับแต่ไม่มีโรคพวกนี้ก็ไม่ได้แปลว่าปล่อยผ่านได้นะครับ ถ้าอาการเกิดขึ้นฉับพลันและผิดจากเดิม ก็ยังควรตรวจ4️⃣ ถ้าตามัวแล้วมีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด อย่ารอดูอาการข้อนี้ถ้าเกิดขึ้น ผมอยากให้คิดถึง Stroke ไว้ก่อนครับเช่นมองเห็นผิดปกติฉับพลันหน้าเบี้ยวแขนหรือขาข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือชาพูดไม่ชัดฟังไม่เข้าใจเดินเซหรือเสียการทรงตัวอาการทางสายตาเป็นหนึ่งในสัญญาณ Stroke ได้เหมือนกับหน้าเบี้ยวหรือแขนอ่อนแรงครับและสิ่งสำคัญคือ อย่ารอว่าเดี๋ยวมันจะหายไหมเพราะตอนอยู่บ้านเราไม่สามารถรู้ได้ครับว่า นี่เป็นแค่เลือดสะดุดชั่วคราว หรือเส้นเลือดกำลังอุดตันจริงและสมองกำลังเสียหายถ้าเป็น Stroke จริง เวลาในการรักษามีความหมายมากครับ5️⃣ แต่ตามัวข้างเดียว ไม่ได้แปลว่าเป็นสมองขาดเลือดทุกคนตรงนี้อย่าอ่านแล้วตกใจทุกครั้งที่ตาพร่าครับอาการตามัวหรือการมองเห็นผิดปกติชั่วคราวยังเกิดจากอย่างอื่นได้ เช่นไมเกรนจอประสาทตาผิดปกติปัญหาเส้นประสาทตาโรคภายในลูกตาหรือสาเหตุอื่นทางระบบประสาทแม้แต่ในข้อมูลเรื่องสมองขาดเลือดเองก็ระบุชัดว่า อาการมองเห็นผิดปกติสามารถมีสาเหตุอื่นได้ครับดังนั้นผมไม่ได้บอกว่า“ตาข้างเดียวมัว = Stroke แน่นอน”แต่ผมกำลังบอกว่า“ถ้ามันเกิดขึ้นฉับพลันแบบที่ไม่เคยเป็น อย่ารีบสรุปเองว่าเป็นแค่ตาล้า”สองประโยคนี้ต่างกันมากครับ6️⃣ ถ้าเห็นแสงระยิบระยับ อาจเป็นไมเกรน แต่ถ้าเป็นครั้งแรกก็ยังไม่ควรเดาเองไมเกรนบางชนิดทำให้มีอาการทางสายตาได้ครับ บางคนเห็นแสงกระพริบ เส้นซิกแซก จุดระยิบระยับ หรือภาพค่อย ๆ เปลี่ยนก่อนกลับมาเป็นปกติต่างจากปัญหาเลือดไปเลี้ยงตาไม่พอที่คนมักเล่าว่า“ภาพหาย” “มืดลง” “เหมือนม่านบัง”แต่ชีวิตจริงไม่ได้แบ่งสวยขนาดนั้นครับ บางคนอธิบายอาการไม่เหมือนกัน และคนหนึ่งอาจมีไมเกรนกับปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดพร้อมกันได้ดังนั้นถ้า เพิ่งเป็นครั้งแรก อาการไม่เหมือนไมเกรนที่เคยเป็น หรือเกิดตอนอายุมากขึ้น ผมไม่อยากให้ตัดสินเองจาก Google ว่า “ไมเกรนแน่นอน”ตรวจให้รู้ก่อนดีกว่าครับ7️⃣ ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งไม่ควรมองอาการนี้ว่าเป็นเรื่องสายตาตามวัยคนอายุ 50–60 ปีขึ้นไปมักมีความดัน ไขมัน เบาหวาน หรือโรคหลอดเลือดมากขึ้นอยู่แล้วดังนั้นถ้าจู่ ๆ การมองเห็นหายไปหรือมัวลงข้างเดียวแล้วกลับมาเป็นปกติ ผมจะให้ความสำคัญมากขึ้นครับ เพราะทั้งปัญหาเส้นเลือดและโรคตาบางชนิดพบได้มากขึ้นตามอายุและถ้ามีอาการร่วมอย่าง ปวดศีรษะแบบใหม่ เจ็บหนังศีรษะ หรือปวดกรามตอนเคี้ยว โดยเฉพาะในคนอายุเกิน 50 ปี ก็มีโรคหลอดเลือดอักเสบบางชนิดที่สามารถกระทบการมองเห็นและต้องรีบรักษาเช่นกันครับเพราะฉะนั้นคำว่า“แก่แล้ว สายตาก็เป็นธรรมดา”ใช้กับสายตายาวตามวัยได้ครับแต่ใช้กับ ตาข้างหนึ่งมืดวูบแบบเฉียบพลัน ไม่ได้ถ้าเกิดอาการขึ้นจริง ผมอยากให้ทำแบบนี้ครับ• ถ้าจู่ ๆ ตาข้างหนึ่งมืด มัว หรือมองไม่เห็นแบบใหม่จากเดิม แม้อาการจะหายแล้ว ก็ควรไปประเมินโดยเร็ว เพราะภาวะเลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาสะดุดถือเป็นเหตุที่ต้องหาสาเหตุครับ• ถ้ามีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ หรือมองเห็นผิดปกติร่วมกัน ให้คิดถึง Stroke และไปฉุกเฉินทันที• จำให้ได้ว่า เริ่มเป็นกี่โมง และอยู่นานกี่นาที ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก• ถ้าพอสังเกตทัน ลองดูว่าเป็นตาข้างเดียวจริง ๆ หรือเป็นภาพด้านหนึ่งของทั้งสองตา เพราะช่วยแยกตำแหน่งของปัญหาได้• ถ้ายังเห็นไม่ชัด เวียนหัว หรือมีอาการทางสมอง อย่าขับรถไปเอง• อย่าหยิบ aspirin มากินเองเพราะคิดว่า “เลือดน่าจะข้น” ก่อนรู้สาเหตุครับเวลาตรวจอาจไม่ได้ดูแต่ลูกตาอย่างเดียว แต่อาจต้องประเมิน ความดัน น้ำตาล ไขมัน หลอดเลือดคอ หัวใจ และสมอง ตามลักษณะอาการ เพราะบางครั้งตาเป็นเพียงจุดแรกที่ส่งสัญญาณว่าระบบหลอดเลือดกำลังมีปัญหาครับถ้าวันหนึ่งอยู่ดี ๆ ตาข้างหนึ่งมืดลง มัวลง หรือเหมือนมีม่านบัง แล้วไม่กี่นาทีกลับมาเป็นปกติ อย่าเพิ่งคิดแค่ว่า “หายแล้วก็จบ” ครับมันอาจเป็นเพียงปัญหาทางตาหรือไมเกรนก็ได้ แต่หนึ่งในสาเหตุที่สำคัญคือ เลือดไปเลี้ยงตาหรือสมองสะดุดชั่วคราว ซึ่งสามารถเป็นสัญญาณเตือนก่อน Stroke ได้ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนกลัวจนตาพร่านิดเดียวก็คิดว่าจะ Stroke ครับ สิ่งที่อยากให้จำคือ “ฉับพลัน ข้างเดียว ผิดจากเดิม” สามคำนี้สำคัญบางครั้งร่างกายให้โอกาสเราเห็นสัญญาณเตือนเพียงไม่กี่นาที แล้วทุกอย่างกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเจอแบบนี้ การไปหาสาเหตุตั้งแต่ตอนที่ยังหายเองได้ ดีกว่ารอให้ครั้งต่อไปมันไม่กลับมาปกติครับใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับขอบคุณเพจหมอเจด


Posted

in

by

Tags: