“ออยศรี” แจ้งความสอบสวนกลาง กล่าวโทษ “บุ๋ม ปนัดดา” มูลนิธิองค์กรทำดี และผู้เกี่ยวข้อง ใน 3 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน หลังอ้างพบเส้นทางเงินบริจาคช่วยน้ำท่วมปี 2568 ถูกโอนออก 30-45 ล้านบาท เข้าบัญชี “ช่างเอ๋” อ้างนำไปสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต พร้อมตั้งข้อสงสัยธุรกรรมเงินวนกลับบัญชี “ก๊อต” สามีบุ๋ม จี้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ น.ส.บุญยนุช แสงศรี เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "ออยศรีและผองเผือก" และในฐานะผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ดูแลรับผิดชอบบัญชีธนาคาร "องค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ซึ่งเป็นบัญชีแรก และบัญชีที่ระบุชื่อ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ซึ่งเป็นบัญชีหลักในปัจจุบัน หลังพบการทำธุรกรรมทางการเงินของบัญชีมูลนิธิไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การเรี่ยไรรับบริจาค และมีการนำไปใช้ในทางส่วนตัว โดยเดินทางมาพร้อมกับนายธนาคาร น้อยพิทักษ์ หรือทนายวิน และนายภูวกร ศรีเนียน อายุ 53 ปี ที่ปรึกษาสำนักงานกฎหมายออยศรีและผองเผือก จำกัดโดย น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือออยศรี เจ้าของเพจ "ออยศรีและผองเผือก“ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษและขอให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี และพวกทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนมูลนิธินี้ นำโดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อย่างไรก็ดี ตนยังขอให้เจ้าหน้าที่สืบสวนหาคนอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย ว่ามีใครขับเคลื่อนมูลนิธิอีกหรือไม่ ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องการให้ตรวจสอบ คือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคของประชาชนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับผู้บริจาคที่เป็นประชาชน เนื่องจากมูลนิธิองค์กรทำดี เป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศ โดยมี น.ส.ปนัดดา เป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมช่วยเหลือสังคม จึงมองว่าการทำความดีที่ผ่านมาไม่ควรเป็นเหตุให้ละเลยการตรวจสอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคไปใช้ก่อสร้างพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตนตั้งข้อสงสัยว่าการก่อสร้างดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิอย่างไร และเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์หรือช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงหรือไม่ เนื่องจากในมุมมองของตน พูลวิลล่าไม่น่าจะเป็นสถานที่ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือประชาชน จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายอย่างละเอียดส่วนกรณีที่ น.ส.ปนัดดา มีการชี้แจงว่าอาจมีบุคคลปลอมแปลงเอกสาร หรือมีการดำเนินการบางอย่างโดยที่ตนเองไม่ทราบเรื่องนั้น ออยศรี ระบุว่า หากมีการปลอมแปลงเอกสารจริง น.ส.ปนัดดา ก็จำเป็นต้องนำพยานหลักฐานออกมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนคำชี้แจงว่าไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานบางส่วนภายในมูลนิธินั้น ตนยอมรับว่าส่วนตัวยังไม่เชื่อทั้งหมด เนื่องจาก น.ส.ปนัดดา มีบทบาทสำคัญในการบริหาร และขับเคลื่อนมูลนิธิเองมาโดยตลอด จึงควรมีหน้าที่กำกับดูแลการใช้จ่ายเงินบริจาคอย่างรอบคอบ อีกทั้งกระบวนการบริหารเงินของมูลนิธิฯ โดยทั่วไปมูลนิธิฯ จะมีประธาน และคณะกรรมการทำหน้าที่กำกับดูแลการใช้จ่ายเงิน ซึ่งหากมีการเบิกจ่ายเงินเกินกว่า 500,000 บาท จะต้องมีการจัดทำวาระการประชุม มีมติที่ประชุม และต้องมีการลงลายมือชื่อเห็นชอบจากคณะกรรมการมากกว่ากึ่งหนึ่งก่อนดำเนินการเบิกจ่ายออกไป ฉะนั้น เมื่อมีข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินออกจากบัญชีครั้งละมากกว่า 500,000 บาทหลายครั้ง ไปยังบุคคลภายนอกที่อาจไม่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์ของมูลนิธิฯ จึงต้องตรวจสอบว่าการโอนเงินแต่ละครั้ง ได้ผ่านกระบวนการอนุมัติอย่างถูกต้องหรือไม่ มีการจัดประชุมของคณะกรรมการมูลนิธิจริงหรือไม่ และบุคคลใดเป็นผู้ลงลายมือชื่ออนุมัติการเบิกจ่าย ซึ่งหากพบว่ามีการนำเงินออกจากบัญชีโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตามขั้นตอนที่กำหนด จะส่งผลต่อความรับผิดชอบของ น.ส.ปนัดดา ในฐานะประธานมูลนิธิ รวมถึงคณะกรรมการหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างไรสำหรับกรณีของ “ช่างเอ๋” ผู้รับเหมาก่อสร้างชายที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้าง และการใช้จ่ายเงินนั้น ออยศรี ระบุว่า เมื่อช่างเอ๋ ออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะ ก็ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองเช่นเดียวกัน แต่ข้อมูลที่ช่างเอ๋นำมาเปิดเผยในเบื้องต้นมีพยานหลักฐานและเอกสารประกอบคำกล่าวอ้าง เราจึงต้องการให้ น.ส.ปนัดดา นำพยานหลักฐานออกมาโต้แย้งหรือชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลให้ครบถ้วนด้วย โดยเฉพาะประเด็นการว่าจ้างก่อสร้างที่มีการกล่าวอ้างถึงวงเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ปนัดดา มีการกล่าวถึงการว่าจ้างช่างเอ๋ แต่ภายหลังกลับเกิดความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท จึงยังไม่สามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับจ้างที่แท้จริง และมีการทำสัญญากับบุคคลใด อีกทั้ง น.ส.ปนัดดา ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีการศึกษาถึงระดับดุษฎีบัณฑิต (ดร.) และดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมาก จึงมองว่าโครงการก่อสร้างมูลค่า 50 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ประธานมูลนิธิควรให้ความสำคัญ และลงไปตรวจสอบรายละเอียดด้วยตนเอง ทั้งการคัดเลือกผู้รับจ้าง การทำสัญญา การตรวจสอบความคืบหน้าของงาน และการเบิกจ่ายเงินให้กับคู่สัญญา พร้อมตั้งคำถามว่า โครงการก่อสร้างมูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท คุณจะไม่ลงไปตรวจสอบด้วยตนเองบ้างหรือ และหากมีการโอนเงินให้ผู้รับจ้างจริง ก็ควรมีเอกสารสัญญา หลักฐานการรับเงิน หรือใบเสร็จรับเงินประกอบ ไม่ใช่มีเพียงคำชี้แจงหรือสลิปการโอนเงินออกจากบัญชี แต่ไม่มีเอกสารยืนยันว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้ตามข้อตกลงจริงหรือไม่ออยศรี ยังกล่าวถึงคำชี้แจงของ น.ส.ปนัดดา ที่ระบุว่ามีการดูแลเงินบริจาคของประชาชนอย่างดี และรอบคอบ โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการดูแลเงินบริจาคอย่างรอบคอบจริง เหตุใดจึงยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับจ้างก่อสร้างและการทำสัญญาได้อย่างชัดเจน จึงมองว่าประเด็นดังกล่าวยังมีข้อสงสัยที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่กรณีที่ น.ส.ปนัดดา เตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลหรือกล่าวหาเกี่ยวกับมูลนิธิ หรือเอาผิดคนที่หลอกลวง น.ส.ปนัดดา นั้น ตนยินดีอย่างมากหาก น.ส.ปนัดดา จะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และมองว่าหาก น.ส.ปนัดดา เชื่อว่าตัวเองถูกหลอกลวงจากสามี หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมูลนิธิ ก็ควรเข้าแจ้งความด้วยเช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้บุคคลอื่นเป็นฝ่ายดำเนินคดีก่อน หรือหากมีบุคคลนำเงินไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการปลอมแปลงเอกสารจนทำให้เกิดความเสียหาย ก็ควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนกรณีหาก น.ส.ปนัดดา จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนนั้น ก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะจะทำให้ทุกฝ่ายมีโอกาสนำข้อมูล และพยานหลักฐานออกมาเปิดเผยต่อพนักงานสอบสวน รวมถึงเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎหมายในการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ประชาชนที่เคยให้ความไว้วางใจ น.ส.ปนัดดา ได้รับทราบ.
‘ออยศรี’ หอบหลักฐานเส้นเงินร้อง CIB เอาผิด ‘บุ๋ม ปนัดดา-มูลนิธิองค์กรทำดี’ 3 ข้อหาหนัก!
by
Tags: