ออลเบิร์ดส์ (Allbirds) พลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ ทิ้งแบรนด์รองเท้ามุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี AIวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา บริษัท ออลเบิร์ดส์ (Allbirds) แบรนด์รองเท้ารักษ์โลกชื่อดัง ได้ประกาศเปลี่ยนทิศทางธุรกิจจากการเป็นผู้ผลิตรองเท้าไปสู่การเป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์ AI อย่างเต็มตัวการประกาศครั้งนี้ส่งผลให้เกิดกระแสเก็งกำไรและดันมูลค่าหุ้นของบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงการตัดสินใจพลิกโฉมธุรกิจในครั้งนี้ ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทที่เคยมีมูลค่าต่ำกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 108 บาท พุ่งทะยานขึ้นไปถึงประมาณ 17 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 612 บาท หรือคิดเป็นการเติบโตสูงถึง 582% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวันและมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 756 ล้านบาท ในช่วงปิดตลาดวันอังคาร เป็น 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,328 ล้านบาท ในวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าการประกาศเพียงครั้งเดียวสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทได้มากถึง 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,572 ล้านบาทโดยภายใต้ทิศทางธุรกิจใหม่บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น "NewBird AI" พร้อมทั้งประกาศข้อตกลงระดมทุนสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,800 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026บริษัทเปิดเผยว่าทีมงานจะมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI โดยมีแผนเบื้องต้นในการเข้าซื้อฮาร์ดแวร์ประมวลผล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความหน่วงต่ำ (Low-latency) เพื่อนำมาให้บริการผ่านสัญญาเช่าระยะยาวแก่ลูกค้า ซึ่งจะมาช่วยตอบสนองความต้องการในตลาดที่ผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) ไม่สามารถรองรับได้อย่างเพียงพอการก้าวเข้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI ในครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากยุคทองของธุรกิจรองเท้าออลเบิร์ดส์ (Allbirds) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดยทิม บราวน์ (Tim Brown) อดีตนักฟุตบอลอาชีพ และโจอี ซวิลลิงเกอร์ (Joey Zwillinger) แบรนด์เคยประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลหลังจากเปิดตัวรองเท้าที่ทำจากขนแกะเมอริโนในปี 2016 โดยได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เทคโบร หรือคนทำงานในวงการเทคโนโลยีที่ชื่นชอบความสะดวกสบายและความยั่งยืนบริษัทเคยได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 144,000 ล้านบาท ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวเมื่อเทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนไป ประกอบกับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนในการดึงดูดลูกค้าที่สูงขึ้นในช่วงระหว่างปี 2022 ถึง 2025 ยอดขายของบริษัทตกลงเกือบ 50% จาก 298 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 10,728 ล้านบาท เหลือเพียง 152 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,472 ล้านบาทนำไปสู่การประกาศปิดร้านค้าสาขาราคาปกติทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ขายทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพย์สินอื่น ๆ ให้กับ American Exchange Group ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการแบรนด์ ไปในราคา 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,404 ล้านบาท โดยที่บริษัทผู้ซื้อจะยังคงจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ออลเบิร์ดส์ (Allbirds)อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมในตลาดหุ้นของบริษัท ออลเบิร์ดส์ (Allbirds) ซึ่งเมื่อประสบปัญหาทางการเงินมักจะหันไปหาอุตสาหกรรมที่กำลังได้รับความนิยมเพื่อดึงดูดความสนใจ ดังเช่นในยุคคริปโตบูมที่มีหลายบริษัทประกาศเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีบล็อกเชนแม้แต่จิม เครเมอร์ (Jim Cramer) นักวิเคราะห์หุ้นชื่อดัง ยังได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านรายการโทรทัศน์ว่าการที่แบรนด์รองเท้าเปลี่ยนมาเป็นบริษัท AI นั้น เป็นเรื่องไร้สาระข่าวที่เกี่ยวข้องอวสานคลิปสั้น AI Slop ? เมื่อ YouTube เปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าความยาวคลิปวิดีโอสั้นในหน้าฟีดเปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S26 Seriesเปิดตัว Samsung Galaxy S26 Ultra สมาร์ตโฟน AI รุ่นเรือธงใหม่ล่าสุด“Anthropic” ลั่น อีกไม่กี่ปี “AI” ฉลาดแซงมนุษย์ ด้าน UN จี้อย่าเป็นแค่ของเล่นคนรวย ความเสี่ยงจาก AI คืออะไร? อันตรายจริงหรือไม่ ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงต้องเตือน
ออลเบิร์ดส์ (Allbirds) พลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ ทิ้งแบรนด์รองเท้ามุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี AI
by
Tags: