อันตรายแฝง ‘ลัก วิ่ง ชิง ปล้น’ จังหวะราคาทองคำพุ่งกระฉูด?

ราคาทองคำพุ่งกระฉูด ทะลุบาทละ 60,000 บาท ยังไม่มีทีท่าถอยกลับ สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็มีความห่วงใยเหตุเสี่ยงภัยอาชญากรรม ลัก วิ่ง ชิง ปล้นภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธ เข้าไปก่อเหตุปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้าพื้นที่ จ.นราธิวาส กวาดทองคำน้ำหนักประมาณ 600 บาทหลบหนี กระตุกความปลอดภัยไม่เพียงห้างร้าน แต่รวมถึงการใช้ชีวิตของคนทั่วไป“ทีมข่าวอาชญากรรม” ส่องอันตรายที่มากับสถานการณ์ราคาทองพุ่งไม่หยุด กับพิกัดเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพมหานคร ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านรวง และผู้คนพลุกพล่านจากสถิติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในพื้นที่ กทม. มีคดีเกี่ยวข้องกับทองคำ เฉพาะเดือน ต.ค. 66 ถึงปี 68 เกิดขึ้น 14 เหตุ คิดเป็นร้อยละ 28.6ตัวอย่างคดีเช่น โจรบุกเดี่ยวกลาง “ห้างย่านรัชดา” เหตุเกิดวันที่ 18 ส.ค. 67 ลักษณะคนร้ายเข้ามาดูลาดเลา ครั้งแรกมีการสอบถามราคาทองคำน้ำหนัก 2 บาท ก่อนกลับมาซ้ำอีกครั้ง เพื่อขอดูทองคำเส้นใหญ่น้ำหนัก 5 บาท แล้วฉวยโอกาสคว้าทองคำหลบหนีอีกคดีเกิดขึ้นใน “ห้างย่านมีนบุรี” มีการใช้หน้าไม้ยิงลูกดอกเป็นอาวุธ ลักษณะใส่เสื้อผ้าปกปิดมิดชิด ก่อนปีนเคาน์เตอร์ข้ามไปกวาดทองคำ ใช้เวลาเพียง 1 นาที ได้ทองคำไปน้ำหนักประมาณ 40 บาทพล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปราม สะท้อนอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในเขตพื้นที่ กทม. ปัจจุบันยังอยู่ในจุดที่สามารถควบคุมได้ ความหมายคือ แม้ขณะนี้คนร้ายจะพัฒนารูปแบบการก่อเหตุเป็นอาชญากรรมออนไลน์ แต่เหตุเกี่ยวกับทรัพย์ไม่ว่าจะ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น หรือที่เรียกว่า Street Crimes ก็ยังคงอยู่ โดย บช.น. เพิ่มมาตรการสกัดกั้นโดยเฉพาะการวิเคราะห์อาชญากรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ภาพรวม จนถึงระดับพื้นที่ มีการปรับรูปแบบทำงานสอดคล้องสภาพอาชญากรรม เช่น-ตรวจป้องกันก่อนเกิดเหตุ ตามจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม เช่น ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านสะดวกซื้อ สถานีบริการเชื้อเพลิง-ความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของสถานที่ต่าง ๆ ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายนอกจากนี้ ยังอาศัยเทคโนโลยี “เพิ่ม” มิติป้องปราม อย่างกล้องวงจรปิด หรือ AI มีการกำชับให้ทุกพื้นที่มีความอ่อนตัวในการปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนอัปเดตจุดล่อแหลม จุดเสี่ยงเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรม เพื่อปรับให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ราคาทองคำที่ไม่ว่าประชาชน หรือผู้ประกอบการร้านค้าทองต่างมีความเสี่ยง โดยเฉพาะร้านค้าทอง พล.ต.ต.ชรินทร์ ชี้มาตรการหลักในการรักษาความปลอดภัยที่ควรมี คือติดตั้งประตูนิรภัย ที่สามารถกดเปิด/ปิดจากภายใน เพื่อคัดกรองคน ป้องกันเหตุติดตั้งลูกกรง หรือเหล็กดัด ป้องกันเหตุจากผู้ไม่ประสงค์ดีติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัย ที่มีสวิตช์หลายจุด เพื่อแจ้งเหตุถึงสน.ท้องที่ติดตั้งวงจรปิดคุณภาพสูง ในจุดที่มองเห็นและบันทึกตำหนิรูปพรรณคนร้ายได้ไม่รับลูกค้าที่แต่งตัวปกปิดใบหน้า หรือมีพฤติกรรมต้องสงสัยแสดงตัวอย่างสินค้าเท่าที่จำเป็นเก็บเงินสดเท่าที่จำเป็น และควรติดป้าย “สถานที่นี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด”อย่างไรก็ตาม ข้อน่ากังวลคือ ร้านทองชื่อดังรายหนึ่ง ที่มีสถานที่ตั้งเป็นจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม ป้องกันค่อนข้างยาก และผู้ประกอบการป้องกันได้ไม่ค่อยดี เพราะมักตั้งอยู่ใกล้บันไดเลื่อน ใกล้ทางออกสำหรับปัญหา “ทองคำปลอม” ที่ประชาชนอาจมีความเสี่ยง สิ่งที่ต้องย้ำคือ การตรวจสอบที่มา โดยเฉพาะการซื้อขายทอง ราคาถูก หรือผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากการซื้อขายทางออนไลน์ ไม่ได้รับมาตรฐานยืนยันจากสมาคมร้านค้าทอง จึงมีโอกาสเป็น “ทองคำปลอม” สูง.ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน


Posted

in

by

Tags: