‘อาจารย์จาตุรงค์’ แจงปมคนกลาง ‘ทนายแก้ว-พ่อเด็ก’ ลั่นเตรียมยุติบทบาท

”อาจารย์จาตุรงค์“ ชี้แจงบทบาทคนกลางคดีทนายแก้ว ยันไม่ได้ติดต่อพ่อเด็กเอง ข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่ายคลาดเคลื่อน หลักฐานสำคัญไม่มี เผยการเจรจาเงินไม่ใช่ประเด็นหลัก ครอบครัวฝ่ายหญิงต้องการให้ทนายแก้วรับผิดชอบและรับผลกระทบจากการกระทำเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่บริเวณวัดสามพระยาวรวิหาร (วัดบางขุนพหรม) อาจารย์จาตุรงค์ จงอาสา อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ออกมาชี้แจงกรณี “ทนายแก้ว” หลังตกเป็นข่าวว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับหญิงสาวอายุ 18 ปี‘ทนายแก้ว’ กราบขอโทษ รับกอด-หอม-จูบสาว 18 จริง อ้าง ‘ผีห่าซาตานเข้าสิง’ อาจารย์จาตุรงค์ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นฝ่ายติดต่อไปหาพ่อของเด็กผู้เสียหาย แต่เป็นฝ่ายทนายแก้วโทรศัพท์มาหาตนก่อน พร้อมย้ำว่าไม่รู้จักกับพ่อเด็กเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักกันผ่านทนายความส่วนตัวที่ใช้คนเดียวกันเท่านั้น เหตุการณ์ที่รับรู้เกิดจากการพูดคุยในวงสังคมและวงสังสรรค์ที่พ่อของเด็กอยู่ด้วย ข้อมูลจึงถูกส่งต่อกันมา ก่อนที่ตนจะโพสต์ข้อความในลักษณะ “หยั่งเชิง”หลังโพสต์ดังกล่าว ทนายแก้วได้โทรศัพท์มาขอร้องด้วยถ้อยคำสุภาพ จึงตัดสินใจลบโพสต์ออกในขณะที่ยังไม่มีเพจข่าวใดนำไปขยายผล แต่ต่อมา ทั้งตนเองและ หนุ่ม กรรชัย ถูกโจมตีอย่างหนัก ทั้งที่เพียงยืนยันให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อาจารย์จาตุรงค์ย้ำว่า หนุ่ม กรรชัย กำชับให้ตนทำหน้าที่คนกลางอย่างตรงไปตรงมา หากทนายแก้วทำผิดก็ต้องรับผิดชอบเองในส่วนการติดต่อกับครอบครัวผู้เสียหาย อาจารย์จาตุรงค์ระบุว่า ไม่เคยโทรศัพท์หาพ่อเด็กโดยตรง มีเพียงการติดต่อผ่านข้อความแชตเท่านั้น และยอมรับว่าข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่ายมีความคลาดเคลื่อนหลายประเด็น โดยเฉพาะคำให้การของทนายแก้วที่ไม่สอดคล้องกัน ระหว่างการพูดคุยในชั้นไกล่เกลี่ยกับการแถลงข่าว ทั้งเรื่องการป้อนอาหาร กอด–หอม–จูบ และสถานที่เกิดเหตุอาจารย์จาตุรงค์กล่าวว่า ในช่วงที่ทำหน้าที่คนกลาง ตนประสานให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน พบว่าทั้งสองฝ่ายมีอารมณ์ค่อนข้างรุนแรง ทนายแก้วอยู่ในสภาพเครียด โทรศัพท์ติดต่อทุกวัน ขณะที่พ่อเด็กผู้เสียหายมีอารมณ์พลุ่งพล่าน ส่วนตัวเด็กหญิงมีภาวะซึมเศร้าทุกครั้งที่เห็นทนายแก้วปรากฏตัวในสื่อ ทำให้ต้องอธิบายว่าเป็นภาพเทปเก่าสำหรับเรื่องการเจรจาเรื่องเงิน อาจารย์จาตุรงค์เปิดเผยว่า ตัวเลขมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ตั้งแต่ 2 ล้านบาท จนถึง 2.5 ล้านบาท เคยมีแนวคิดจะจบที่ 3 ล้านบาท แต่ส่วนตัวมองว่าฝ่ายครอบครัวเด็กไม่ได้ต้องการเงินเป็นหลัก หากแต่ต้องการให้ทนายแก้วรับผิดชอบต่อการกระทำ และได้รับผลกระทบตามความรู้สึกโกรธแค้นของครอบครัวอาจารย์จาตุรงค์ยังกล่าวว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าทนายส่วนตัวของพ่อเด็กได้เข้าแจ้งความแล้ว ทั้งที่มีการรับปากว่าจะบอกล่วงหน้า เพื่อให้ทนายแก้วเตรียมตัว แต่ตลอดเวลาทนายแก้วให้ตนติดต่อฝ่ายพ่อเด็กหลายครั้ง จนทำให้ภาพลักษณ์ตนถูกมองว่าเป็นฝ่ายทนายแก้ว ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่คนกลางได้อย่างบริสุทธิ์ใจอาจารย์จาตุรงค์ย้ำว่าข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน และหลักฐานสำคัญไม่มีทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียงจากกล้องหน้ารถ หรือข้อความแชตที่ถูกลบไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถชี้ชัดข้อเท็จจริงได้ท้ายที่สุด อาจารย์จาตุรงค์ระบุว่า หลังจากฝ่ายหญิงแจ้งความแล้ว ตนไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำหน้าที่คนกลางต่อไปได้หรือไม่ และมีแนวโน้มยุติบทบาท เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอาจไม่ต้องการตนแล้ว พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ “เข็ด” กับการเป็นคนกลาง แม้พยายามเปิดเวทีเจรจา แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง และเชื่อว่าคดีสุดท้ายจะต้องไปจบที่ศาล


Posted

in

by

Tags: