ฟังจากตัวจริง นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. 2569 ที่สนามกอล์ฟย่านบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา สังเวียนจัดแข่งกอล์ฟเยาวชนรายการ “TaylorMade Rising Star championship”ข่าวฟ้าผ่า “น้องเอย่า” เอยาวรินทร์ ประดับญาติ นักกอล์ฟวัย 15 ปี เสียชีวิต ทำเอาคนเป็นพ่อ-แม่ และญาติหัวใจสลาย เหมือนกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงมาอีกครั้งข่าวนี้กระจายไปอย่างรวดเร็วบนทุกช่องทาง เพิ่มความปวดร้าวให้กับทุกคนที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของน้องเอย่า สร้างความโศกเศร้าและสะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก ณ วันนี้ ทุกคนต่างพุ่งเป้าไปที่ปัญหา ไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดแข่งขัน แม้ว่าจะมีแถลงการณ์จากสนาม และผู้สนับสนุน TaylorMade แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ตามนั่นคือเหตุการณ์ที่ถอดบทเรียนราคาแพงที่ต้องใช้ชีวิตเข้าแลก มันคุ้มหรือไม่ เรื่องนี้ ใครผิดใครถูกต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหตุการณ์ฟ้าผ่าทุกวันนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ ทุกปีก็จะมีข่าวเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นกว่าในอดีต ภัยธรรมชาติที่มาได้ทุกทิศทางยากที่จะป้องกัน คนเดินถนน ขับรถ ฯลฯ ต่างหวาดผวาไปตามๆ กัน กีฬาที่เล่นกลางแจ้งอย่างนักฟุตบอลก็เคยสังเวยด้วยชีวิตมาก็เยอะเรื่องราวนักกอล์ฟถูกฟ้าผ่าในไทย มีข่าวถี่ขึ้นกว่าในอดีต ทุกปีจะมีข่าวให้เห็นเป็นประจำ แม้ว่าทางสนามกอล์ฟจะมีการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยประจุไฟฟ้า หรือระบบเตือนฟ้าผ่า แต่ใช่ว่าจะมีกันทุกสนามบางแห่งก็มองข้ามความปลอดภัย หรือบางครั้งมีสัญญาณเตือนดังลั่นสนาม ผู้เล่นก็ไม่ฟัง เรื่องนี้ทุกสนามควรออกกฎเหล็กกันได้หรือยัง หรือจะต้องรอให้เกิดเหตุก่อนจึงจะป้องกัน อย่าปล่อยให้เป็น “วัวหายล้อมคอก”จากประสบการณ์ในการออกรอบในไทยและต่างประเทศ ดูเหมือนว่าต่างประเทศจะมีมาตรการที่เข้มงวดกับเรื่องนี้กว่าในบ้านเราเยอะเอาแค่ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สิงคโปร์ ถ้ามีสัญญาณดังเตือนขึ้นมาเมื่อไหร่ เกมในสนามต้องหยุดทันที แคดดี้เก็บอุปกรณ์กอล์ฟทั้งหมดแล้วพานั่งรถกอล์ฟขึ้นคลับเฮาส์เพื่อความปลอดภัยที่นี่ประเทศไทยก็มีสัญญาณเตือน แต่นักกอล์ฟชอบแหกกฎไม่เชื่อฟัง บางคนดันทุรังจะไปต่อเพื่อเล่นให้จบ ถ้ารอดก็ถือว่ายังไม่ถึงเวลาเดินทางไกลมันก็เท่านั้นนั่นคือเรื่องของนักกอล์ฟทั่วไปที่จะได้พบเห็นเป็นประจำตัดมาดูระบบการจัดการแข่งขัน ถ้าเอาแบบมาตรฐานของนักกอล์ฟอาชีพ โปรและแคดดี้ทุกคนต้องรู้ทันทีว่าถ้ามีสัญญาณเตือนดังขึ้นเมื่อไหร่ จะไม่จับไม้กอล์ฟเด็ดขาด เขามีกฎชัดเจน นี่คือช่องทางเอาชีวิตรอดจาก “เงื้อมมือมัจจุราช”สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ที่มี “บิ๊กรัง” รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ เป็นนายกสมาคมฯ ก็มีแผนชัดเจน โดยเฉพาะทีมงานภาคสนาม ทุกครั้งที่จัดแข่ง คณะกรรมการทุกคนที่ได้รับมอบหมายจะมี “แอปพลิเคชันสำหรับติดตามและดูฟ้าผ่า” ในโทรศัพท์มือถือของแต่ละคนขอย้ำว่าทุกครั้งที่แข่งจะต้องเข้มงวดกับเรื่องนี้“โปรปุ๋ย” ปรีชา เสนาพรหม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน ทีมงานจะมีการประชุมร่วมกันเพื่อวางแนวทางให้ชัดเจน ต้องเฝ้าดูจอโทรศัพท์ตลอดเวลา พร้อมกับเตรียมรถที่จะนำนักกีฬาและแคดดี้ขึ้นคลับเฮาส์โดยด่วน มีวิธีสังเกตง่ายๆ ถ้าดูว่าลมและทิศทางของก้อนเมฆมาเร็ว ต้องเตรียมพร้อมและเปิดสัญญาณเตือนทันที”“การทำตามกฎระเบียบเช่นนี้ บางครั้งก็ถูกต่อว่า จะขึ้นทำไมฝนยังไม่ตก ประจุไฟฟ้าก็ยังไม่เห็นมี นี่คือเสียงสะท้อนออกมาจากผู้เล่นและผู้ปกครอง แต่ผมในฐานะคนทำหน้าที่ต้องปฏิบัติ กฎคือกฎ ถ้าไม่ปฏิบัติ ก็ต้องเชิญออกจากการแข่งขัน” โปรปุ๋ย กล่าวทุกวันนี้มีชมรมผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มาขายฝันให้กับเด็กและผู้ปกครอง ที่อยากให้บุตรหลานไปต่อในสายอาชีพ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก็มีกลุ่มนักกอล์ฟและผู้ปกครองถูกหลอก เสียเงินรวมๆ กันหลายล้านบาท บทเรียนก็มีให้ศึกษาแต่บางคนมองข้ามเมื่อทุกคนอยากเดินทางลัด เลยส่งให้บุตรหลานลงแข่ง ชมรมไหนดีก็เฮไปตามกัน กลุ่มผู้จัดบางคนขายฝัน ถ้าชนะจะได้ไปต่อ ได้แข่งรายการโน่นนี่นั่นเยอะไปหมดถึงเวลาแล้วนะครับที่ “สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย” ต้องเข้มงวดใครอยากจัดต้องกางแผนงาน วางระเบียบกันให้ชัด ทำให้นักกอล์ฟและผู้ปกครองได้เห็นว่า ถ้ามีการผิดระเบียบก็จะถูกลงโทษ จะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ เรื่องนี้ต้องจัดหนักแล้วครับในทางกลับกัน “ชมรม” ไหนที่อยากเดินนอกกรอบ และคิดว่าแน่จริง ต้องมีการประกาศให้ชัดเจน ผู้จัดจะรับผิดชอบอะไรบ้าง เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะเป็นผู้ตัดสินใจขณะกลุ่มผู้สนับสนุนก็ต้องมีแนวทางชัดเจนเช่นกัน อย่าปล่อยให้พวกขายฝันมากอบโกยแล้วทำลายชื่อเสียงและความหวังดีพังขอให้กรณีของ “น้องเอย่า” เอยาวรินทร์ ประดับญาติ เป็นครั้งสุดท้าย สู่สุคติครับ"อารักษ์" ทีมข่าวกีฬาเดลินิวส์
“อารักษ์” กูรูกอล์ฟเมืองไทย สะท้อนปัญหาเสียชีวิตคาสนาม ชี้มีทางเดียวที่จะรอด
by
Tags: