“อีลอน มัสก์” ลั่น “รถไร้คนขับ” Tesla บุกทั่วสหรัฐฯ ปีนี้ แม้ยังมีปัญหาในเท็กซัส

ความเคลื่อนไหวของ อีลอน มัสก์ ออกมาประกาศเป้าหมายใหญ่ ย้ำความมั่นใจว่า บริการแท็กซี่ไร้คนขับของเทสลา จะขยายครอบคลุมทั่วสหรัฐฯ ภายในสิ้นปีนี้ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องระบบนำทาง และความปลอดภัย ที่ยังคงเต็มไปด้วย เครื่องหมายคำถามอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของเทสลา (Tesla) เผยเป้าหมายครั้งใหญ่ในงานประชุมสัมมนาระดับชาติ สมาร์ต โมบิลิตี้ ซัมมิต (Smart Mobility Summit) ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ว่าในสิ้นปีนี้ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบของเทสลา จะต้องได้ให้บริการครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐฯคำกล่าวนี้เกิดขึ้นผ่านวิดีโอประชุมทางไกลเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมัสก์ ได้พูดถึงโครงการนำร่องบริการรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Self-Driving ) ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุม ซึ่งได้เปิดตัวในรัฐเท็กซัส ว่าจะสามารถขยายบริการไปทั่วทั้งประเทศได้ซึ่งปัจจุบันนี้ บริการ โรโบแท็กซี่ (Robotaxi) หรือว่าแท็กซี่ไร้คนขับของเทสลา ได้เปิดให้บริการจริงในเมืองออสติน ดัลลัส และฮิวสตัน โดยจากการลงพื้นที่ทดสอบใช้งานจริงโดยผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) พบว่าบริการดังกล่าวมีปัญหาหลายประการ เช่น ระยะเวลารอรถที่นานเกินไป บางช่วงเวลาไม่มีรถพร้อมให้บริการ รวมถึงจุดส่งผู้โดยสารในบางเที่ยว ยังอยู่ห่างไกลจากจุดหมายปลายทางจริงค่อนข้างมากปัญหานี้อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการตลาดของเทสลาที่สูงถึง 51 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่า บริษัทจะสามารถส่งกองทัพรถไร้คนขับออกสู่ถนนได้ในเร็ววันอย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เทสลาเพิ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการเรียกรถสาธารณะ (Ride-Hailing) ในรัฐแอริโซนาเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้บริษัทได้หาทางแก้เกมมากขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา มัสก์ มักจะประกาศคำมั่นสัญญาครั้งใหญ่เกี่ยวกับยานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งหลายครั้งไม่สามารถทำได้จริงตามกรอบเวลาที่เขากำหนดไว้ แต่เขาก็ยังคงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า รถยนต์ที่ปราศจากคนขับอย่างสิ้นเชิง จะกลายเป็นสิ่งที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวันภายในอีก 10 ปีข้างหน้าถึงอย่างนั้น บริการรถยนต์ไร้คนขับก็ยังต้องเจอกับความท้าทายหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย โดยสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ระบุว่าเทสลากำลังเดินหน้าเรียกคืนรถยนต์จำนวน 218,868 คันในสหรัฐฯ เนื่องจากปัญหาการแสดงภาพของกล้องมองหลังดีเลย์ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ในขณะเดียวกัน เวย์โม (Waymo) บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในเครือ อัลฟาเบท (Alphabet) เจ้าของเดียวกับกูเกิล ก็เพิ่งประกาศเรียกคืนรถแท็กซี่ไร้คนขับประมาณ 3,800 คันในสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากตรวจพบความเสี่ยงที่ระบบอาจสั่งให้รถวิ่งเข้าสู่ถนนที่มีน้ำท่วมขังด้วยความเร็วสูง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยเช่นกันนอกเหนือจากเรื่องยานยนต์แล้ว อีลอน มัสก์ ยังได้แบ่งปันความคืบหน้าของโปรเจกต์ล้ำอนาคตอื่น ๆ ในเครือ ได้แก่ บริษัทด้านอวกาศ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ที่กำลังเข้าใกล้ความสำเร็จในการพัฒนาระบบปล่อยจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนการเดินทางสู่อวกาศได้อย่างมหาศาลทางด้านบริษัทชิปฝังสมอง นิวรัลลิงก์ (Neuralink) ก็มีแผนที่จะทดลองฝังอุปกรณ์ตัวใหม่ที่ชื่อว่า บลายไซต์ (Blindsight) ในมนุษย์เป็นครั้งแรกภายในสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตาบอดแต่กำเนิด หรือผู้ที่มีปัญหาทางสายตา เช่น มองเห็นเลือนราง ให้สามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้งและสุดท้ายคือเรื่องของหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ที่มัสก์เชื่อว่าในอีกประมาณหนึ่งทศวรรษข้างหน้า จะแพร่หลายอยู่ทุกหนทุกแห่ง และการที่หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถทำงานและสร้างผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ จนนำไปสู่สภาวะประชากรมีรายได้สูงถ้วนหน้าในที่สุด (Universal High Income)ข่าวที่เกี่ยวข้องบริษัท SpaceX ยื่น IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เตรียมทำสถิติระดมทุนมูลค่าสูงที่สุดในโลกSpaceX เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ในเดือนหน้า คาดว่าจะใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ "SPCX"ยานอวกาศ SpaceX Dragon ส่งมอบเสบียงและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สู่สถานีอวกาศนานาชาติสำเร็จ“SpaceX” สะเทือนวอลล์สตรีท จ่อ IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์Anthropic จับมือ SpaceX ผุดดีลประวัติศาสตร์ แชร์ทรัพยากรศูนย์ข้อมูลบนพื้นโลกสู่อวกาศ


Posted

in

by

Tags: