อุ้มลูก รอเก้อ ภรรยา 1 ใน 20 ลูกเรือ มยุรี นารี ไม่ได้พบสามี ตั้งคำถาม เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยอมแจ้ง?

อุ้มลูก รอเก้อ ภรรยา 1 ใน 20 ลูกเรือ มยุรี นารี ไม่ได้พบสามี ตั้งคำถาม เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยอมแจ้ง?ภรรยา 1 ใน 20 ลูกเรือ มยุรี นารี อุ้มลูก รอเก้อ หลังไม่ได้พบสามี ตั้งคำถาม เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยอมแจ้ง? ลั่นสามีไม่ใช่อาชญากรเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 16 มี.ค.2569 บรรยากาศที่อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประตูที่ 8 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เบส อายุ 32 ปี ภรรยา นายนพดล ลูกเรือ มยุรี นารี อุ้มลูกชาย วัย 1 ขวบ 3 เดือน มารอรับสามี แต่กลับต้องรอเก้อ เพราะไม่ทราบว่าสามีไปพักที่โรงแรมไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ชี้แจงกับครอบครัวที่มารอรับเลยน.ส.เบส เปิดเผยว่า ออกจากบ้านที่จังหวัดราชบุรีตั้งแต่เวลา 03.00 น. และเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 05.00 น. เพื่อมารอรับสามี โดยพาลูกชายวัย 1 ขวบ 3 เดือนมาด้วย เนื่องจากสามีได้บอกไว้ว่าต้องการพบหน้าลูก หากไม่พาลูกมาก็ไม่ต้องเดินทางมาที่สนามบิน เพราะหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายมา คนเป็นพ่อแม่ย่อมอยากเจอลูก อีกทั้งการทำงานก็เพื่อครอบครัวเป็นหลักแต่เมื่อเครื่องบินเดินทางมาถึง กลับไม่ได้พบสามีตามที่คาดไว้ และไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น โดยมองว่าทางเจ้าหน้าที่ควรมีการชี้แจงข้อมูลให้ญาติทราบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลที่ไม่ให้พบ หรือแผนการนำตัวลูกเรือไปยังสถานที่ใด เพื่อให้ครอบครัวสามารถเดินทางไปพบได้ พร้อมตั้งคำถามว่า “ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ให้เจอสามี สามีตัวเองไม่ใช่อาชญากร”น.ส.เบสยังเล่าว่า เมื่อมาถึงสนามบินได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามารอรับสามี แต่กลับไม่มีการจัดสถานที่ให้รอหรือให้ข้อมูลใด ๆ ต่อมา มีเจ้าหน้าที่เข้ามาสอบถามว่าเป็นญาติของลูกเรือหรือไม่ โดยไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทหรือสนามบิน พร้อมแนะนำให้ไปยืนรอที่รถบัส เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสื่อมวลชนจำนวนมาก แต่เธอได้ชี้แจงว่าเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว จึงไม่สะดวกไปยืนรอที่รถบัส อีกทั้งยังมีครอบครัวอื่นที่มารอรับลูกเรือแต่ไม่ได้รับข้อมูลเช่นเดียวกันต่อมา สามีได้ส่งข้อความสั้น ๆ มาว่า “ขึ้นรถบัสแล้ว น่าจะไม่ได้ออกมาหาแล้ว” ก่อนจะขาดการติดต่อไป ทำให้ขณะนี้ไม่ทราบว่าจะต้องไปที่ใดต่อ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการไม่ให้ลูกเรือได้พบครอบครัว ทั้งที่ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในส่วนของการเยียวยา น.ส.เบส ระบุว่า ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากทางบริษัท โดยก่อนหน้านี้สามีเคยทำงานไม่ครบสัญญา ทำให้ได้รับค่าตอบแทนไม่ครบ ต้องนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และหวังว่าการไปทำงานครั้งนี้จะครบสัญญาและได้รับเงินเต็มจำนวน แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นก่อน จึงต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจนจากบริษัท พร้อมย้ำว่า ครอบครัวของตนก็ถือเป็นผู้ประสบภัย ไม่ได้ต้องการเรียกร้องเกินเหตุ แต่ต้องการความชัดเจนในการดำเนินการต่อไป“อยากให้มองว่าหากเป็นครอบครัวของคุณจะทำอย่างไร เราไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร เราแค่ต้องการความชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป” น.ส.เบส กล่าวทั้งนี้ ยอมรับว่าไม่ทราบว่าการออกมาให้สัมภาษณ์จะส่งผลกระทบต่อสามีหรือไม่ แต่เข้าใจดีว่าอาชีพลูกเรือมีความเสี่ยง อย่างไรก็ตามสามีจำเป็นต้องทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว และรู้สึกดีใจที่สามีเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยน.ส.เบส ยังระบุว่า ไม่ทราบสาเหตุที่ไม่สามารถติดต่อสามีได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันทุกวัน และทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก เนื่องจากติดต่อกันตลอด โดยสามีเพิ่งลงเรือเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เพื่อไปรับสินค้าจากประเทศอินเดียไปส่งยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นสัญญาแรกของงานดังกล่าว และเมื่อไปถึงก็ทราบว่ามีสถานการณ์ไม่ปกติ จึงได้พูดคุยกันว่าสามารถหยุดงานได้หรือไม่ ซึ่งสามีระบุว่าสามารถหยุดและขึ้นฝั่งไปพักโรงแรมได้ แต่จะไม่ได้รับค่าตอบแทนอย่างไรก็ตาม น.ส.เบส ยืนยันว่าจะยังคงรออยู่ที่สนามบิน จนกว่าจะทราบว่าสามีถูกพาตัวไปที่ใด เนื่องจากต้องการพาลูกชายไปพบพ่อ และหากยังไม่ได้รับความชัดเจน อาจเดินทางไปสอบถามที่บริษัทโดยตรงต่อไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุ้มลูก รอเก้อ ภรรยา 1 ใน 20 ลูกเรือ มยุรี นารี ไม่ได้พบสามี ตั้งคำถาม เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยอมแจ้ง?ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: