(31 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ที่บริเวณหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ไทย-กัมพูชา ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการเปิดให้พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าออกมาวางจำหน่าย ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาจับจ่ายซื้อสอยสินค้ากันอย่างคึกคัก ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าออกมาวางจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่จัดโปรโมชั่นลดราคาล้างสต็อก เพื่อระบายสินค้าที่ถูกเก็บไว้นานนับปีเนื่องจากปัญหาความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชาที่ผ่านมาต่อมา ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวเดินสำรวจร้านค้าต่าง ๆ ภายในตลาด พบว่ามีร้านค้าแห่งหนึ่งนำเสื้อผ้ามาวางจำหน่ายลดราคา จึงได้เข้าไปดูและพูดคุยกับแม่ค้า (สวมเสื้อสีกรม ใส่แว่น) และจับสังเกตได้ว่าสำเนียงการพูดไม่ใช่คนไทย แต่คล้ายกับคนกัมพูชา และเท่าที่เห็นยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่มีการพูดจาสำเนียงลักษณะเดียวกันนี้มากกว่า 10 ราย จนชาวบ้านที่เข้ามาเดินจับจ่ายซื้อสอยต่างตั้งข้อสงสัยว่า ชาวกัมพูชากลับเข้ามาขายของในเขตพื้นที่ประเทศไทยได้อย่างไร ทั้งที่มีการปิดด่านชายแดนไปก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปเสียงสนทนาระหว่างชาวบ้านที่มาเดินซื้อของภายในตลาดช่องจอมและพ่อค้าชาวไทย ซึ่งยืนยันว่ามีพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาเข้ามาขายของจริง เนื้อหาการสนทนาระบุว่า ส่วนมากที่เห็นมีแต่ชาวกัมพูชาทั้งนั้นที่ออกมาขาย ส่วนคนไทยที่ขายจะเป็นการรับจ้างขายมากกว่า อย่างหมอนข้างก็ยืนยันว่าซื้อกับคนกัมพูชา และเมื่อถามว่าเข้ามาได้อย่างไร คำตอบที่ได้คือ นั่งเครื่องบินมาและต่อรถมาจากกรุงเทพฯ เพราะประตูด่านไม่เปิด บางคนบอกว่าทำหนังสือเดินทาง (Passport) 30 วัน เพื่อมาระบายของออกจากร้าน บางคนบอกว่าไม่มีหนังสือเดินทางก็อยู่ได้ แค่ใช้เงินจ่าย ซึ่งในฐานะคนไทยเมื่อรู้เรื่องนี้จึงรู้สึกไม่สบายใจบางช่วงของการสนทนาระบุด้วยว่า เมื่อสอบถามกับทางตำรวจ คำตอบที่ได้คือต้องปล่อยไปเพราะทำอะไรไม่ได้ และเข้ามาแบบถูกกฎหมาย ส่วนพวกที่ไม่มีหนังสือเดินทางก็อยู่ได้หรือต้องทำอย่างไร แบบนี้จึงอยากให้ "กัน จอมพลัง" หรือผู้ที่ไม่กลัวอิทธิพล ช่วยมาตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากรู้สึกว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามาเป็นจำนวนมาก และไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะต้องทำมาหากินอยู่ที่นี่และกลัวความปลอดภัย
อ้างเขมรบินข้ามฟ้า-จ่ายใต้โต๊ะ เนียนเปิดร้านขายของเกลื่อนตลาดช่องจอม
by
Tags: