เกมดัดหลัง “ภูมิใจไทย-ครูใหญ่” ให้หล่อเลือกไม่ได้ ! งานนี้จะเดือดไปพร้อมสงครามที่ทำน้ำมัน–ทองคำ–หุ้นปั่นป่วน !? ** “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” เปิดรัง “งูเขียว” ในพรรคกล้าธรรม?!

ข่าวปนคนคนปนข่าว++ เกมดัดหลัง "ภูมิใจไทย-ครูใหญ่" ให้หล่อเลือกไม่ได้ ! งานนี้จะเดือดไปพร้อมสงครามที่ทำน้ำมัน–ทองคำ–หุ้นปั่นป่วน !?สงครามในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯลูกพี่ กับลูกน้องอิสราเอล โจมตีอิหร่าน ทำเอาตลาดโลกหายใจไม่ทั่วท้อง เปิดทำการน้ำมันจะขยับขึ้นไปถึงไหน!? ราคาทองคำจะพุ่งทำสถิติ หรือหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนเหมือนเรือกลางคลื่นลมแค่ไหน ได้รู้กันแต่ถ้าถามว่าอะไร “ระทึก” ไม่แพ้กัน…คงต้องบอกว่า การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่ยังไม่รู้จะออกหัว หรือออกก้อย ที่ กกต.ถูกร้องถูกยื่นฟ้องหลายคดี ไหนจะกระแสใต้น้ำเรื่องจัดตั้งรัฐบาลที่ “ยังไม่นิ่ง”แน่นอนว่าพรรคน้ำเงิน-ภูมิใจไทย ดูเหมือนเป็นผู้ "กำหนดเกม” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคอันดับ 1 ที่กวาดมา 193 เสียง และกำลังเดินเกมตั้งรัฐบาลภาพที่ออกมาคือ ภูมิใจไทยเชิญพรรคโน้นพรรคนี้เข้าร่วมเพื่อปิดดีลให้เกิน 250 เสียง ขณะเดียวกันก็มีข่าวเลือก"ปฏิเสธ” บางพรรค บางบุคคล เช่น เพื่อไทยไม่ต้องการให้คู่หูผูกขาดเก้าอี้รัฐมนตรี อย่าง "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ -สมศักดิ์ เทพสุทิน" ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนภาพลักษณะที่ภูมิใจไทย “หล่อเลือกได้”จังหวะนี้เองที่ "เทพไท เสนพงศ์" เจ้าเก่าออกมาเสนอสูตร “ดัดหลัง" น้ำเงิน โดยให้ 4 พรรคใหญ่ … เพื่อไทย,กล้าธรรม ,ประชาชน และประชาธิปัตย์“งดออกเสียง” หากเสนอชื่อ "อนุทิน" เป็นนายกรัฐมนตรีน่าสนใจว่า ถ้าเสียงไม่ถึง 250 เกมต่อรองของพรรคภูมิใจไทย จะพลิกทันที!!พูดง่ายๆ คือไม่ต้องโหวตค้าน แค่งดออกเสียงก็ทำให้เกมสะดุดได้งานนี้คอการเมืองมองว่า อาจจะเป็นเรื่อง"มโน" แต่ถ้าวิเคราะห์เชิงเกมการเมือง สูตร “งดออกเสียง” ก็คือการเมืองเชิงจิตวิทยา ไม่ใช่การชนตรงๆ แต่เป็นการทำให้ฝ่ายแกนนำเสียจังหวะ ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้!เพราะการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้า "อนุทิน" ถูกโหวตไม่ผ่านรอบแรก อำนาจต่อรองจะกระจายทันที จากพรรคชนะเลือกตั้ง เป็นแกนนำ จะกลายเป็นพรรคที่ต้องเจรจา ลดความอหังการลงแต่ความเสี่ยงของสูตรนี้ของ “เทพไท” ก็ต้องบอกว่า สมาชิกพรรคแต่ละพรรค ต้องมีวินัยสูง ต้องมี “คนกลาง" ที่บารมีถึง ประสานพรรคที่ความสัมพันธ์ไม่ได้ราบรื่นนัก และต้องมั่นใจว่าเกมไม่ย้อนศรกลับมาทำร้ายพรรคตัวเองตรงนี้ "เทพไท" ชี้เป้าว่า โดยเฉพาะการประสานระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคประชาชน นั้นได้ประกาศชัดเจนแล้วว่า จะไม่โหวตให้ "อนุทิน" เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2ก่อนที่ “เทพไท”จะสรุปว่า เกมนี้ถ้าจะดัดหลังภูมิใจไทย หรือครูใหญ่ ทำได้ไม่ยาก ขอเพียงจับมือกันงดออกเสียง ทุกอย่างก็จะสำเร็จเรียกว่า คอการเมืองทั้งหลายตอนนี้มีเรื่องให้ติดตามไม่กระพริบตาจริงๆ ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงลุ้นระทึก เศรษฐกิจโลกปะทะการเมืองไทยในวันที่ราคาน้ำมัน และทองคำ อาจพุ่งทะลุปรอทแตก ตลาดหุ้นจะดิ่งมองไม่เห็นก้นเหวจากแรงตึงเครียดตะวันออกกลางแล้วยังต้องจับตา “เสถียรภาพรัฐบาล” ควบคู่กันนักลงทุนไม่ได้กลัวแค่สงครามแต่กลัว “ความไม่แน่นอน” ถ้าการโหวตนายกฯ สะดุด แน่นอนว่า ตลาดจะตีความทันทีว่า “ดีลยังไม่จบ” อย่างนับศพทหารเกมนี้ไม่ใช่แค่เลือกนายกฯ แต่คือการชิงอำนาจ กำหนดเกม ภูมิใจไทยวันนี้ดูเหมือน “หล่อเลือกได้”แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การเมืองไทยไม่เคยมีใครหล่อได้นาน ถ้าเสียงยังไม่ถึง 250 แบบมั่นคงข้อเสนอของ "เทพไท" จึงไม่ใช่แค่สูตรคณิตศาสตร์จำนวนเสียง แต่คือการเตือนว่า อำนาจจัดตั้งรัฐบาลไม่ควรอยู่ในมือฝ่ายเดียวเกมการเมืองไทย…ใครถือไพ่เหนือกว่าในวินาทีนี้ ไม่ได้แปลว่าจะถือไพ่ใบสุดท้ายจากสงครามตะวันออกกลาง ถึงสภาไทย โลกกำลังสอนบทเดียวกันว่า ความไม่แน่นอน คือความแน่นอนงานนี้…ตลาดโลกลุ้นระทึก นักการเมืองก็ลุ้นไม่แพ้กันส่วนประชาชน? คงได้แต่นั่งดูว่าดีลจะจบแบบที่"ฮั้วกัน”หรือ“หักเหลี่ยม”ให้รู้กันไป ยังไงๆ ก็ขอได้โปรดติดตาม++ “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” เปิดรัง “งูเขียว” ในพรรคกล้าธรรม?!ถึงวันนี้ โอกาสที่ “พรรคกล้าธรรม” จะต้องไปเป็นฝ่ายค้านค่อนข้างสูง ตามสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่บ่งบอกแม้แต่ผลสำรวจของนิด้าโพลล่าสุด ยังชี้ว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 64.35 เห็นว่า พรรคกล้าธรรม ไม่ควรได้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยแต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังพูดถึงผลสำรวจนิด้าโพลนี้แบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า เรื่องนี้เรารับฟังทุกฝ่าย และยังมีเวลาในการดำเนินการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กกต.เพิ่งรับรอง สส.เขตไป 396 คน ตอนนี้ยังไม่ได้รับรอง สส.บัญชีรายชื่อเลย ซึ่งสถานภาพของตนเองตอนนี้ ก็ยังไม่ได้เป็นสส. เพราะกกต.ยังไม่ได้รับการรับรอง ฉะนั้นการทำตามขั้นตอนจะที่ดีที่สุดแม้คำพูดของ “อนุทิน” เหมือนจะบอกว่า ยังไม่ได้ปิดประตู แต่เรื่องอย่างนี้คนในพรรคกล้าธรรมเองน่าจะรู้ดีกว่าใคร ว่าจะได้เข้าไปร่วมรัฐบาลหรือไม่เพราะสถานการณ์ที่ชัดเจนตอนนี้ “พรรคภูมิใจไทย+พรรคเพื่อไทย+ พรรคเล็ก” ก็ได้ 292 เสียงเข้าไปแล้วไม่จำเป็นต้องดึงพรรคกล้าธรรม ทั้ง 58 เสียงเข้าไปร่วม เอาแค่บางส่วนก็พอ จึงมีกระแสข่าว “งูเขียว” เกิดขึ้นนั่นคือจะมี กลุ่ม มุ้ง ในพรรคกล้าธรรม บางส่วนแตกแถวออกไปสนับสนุนรัฐบาลซึ่งกลุ่มที่ถูกพูดถึงก็คือ กลุ่มของ “เสี่ยต่อ-เฉลิมชัย ศรีอ่อน” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มของ “นายกชาย-เดชอิศม์ ขาวทอง” อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นั่นเองชื่อที่ถูกกล่าวถึง ว่าจะลอกคราบเป็น “งูเขียว” ได้แก่ “จักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์” สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 “ณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ” สส.สุพรรณบุรี เขต 3 “สิรภพ สมผล” สส.สกลนคร เขต 1 “ชาตรี หล้าพรหม” สส.สกลนคร เขต 2 “วงศ์อะเคื้อ บุญศล” สส.สกลนคร เขต 3“ยูนัยดี วาบา” สส.ปัตตานี เขต 4 “จรัญ จันทร์แก้ว” สส.พัทลุง เขต 3 “พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่” สส.สงขลา เขต 8 “วงศ์วชิร ขาวทอง” สส.สงขลา เป็นต้นแน่นอนว่าในสถานการณ์ที่ยังไม่มีความชัดเจน 100% นี้ ผู้ที่ถูกเอ่ยถึงว่าจะเป็น “งูเขียว” ย่อมออกมาปฏิเสธ ปากก็ยืนยันว่า จะยืนเคียงบ่า เคียงไหลกับ “ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมต่อไปแต่ปากกับใจ จะตรงกันหรือไม่ นั่นต้องดูกันต่อไปอย่างเช่น “ยูนัยดี วาบา” สส.ปัตตานี เขต 4 พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ตนเอง และ “ลุตฟี หะยีอีแต” สส.นราธิวาส เขต 1 พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็น สส.ในกลุ่มของ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ขอยืนยันว่า เราสองคนไม่ใช่ "งูเห่า" หรือ "งูเขียว"ยืนยันไม่มีการย้ายขั้วทางการเมืองตามที่เป็นข่าว และยังคงยึดมั่นในแนวทางของพรรคกล้าธรรม อย่างมั่นคง ไม่ว่าพรรคกล้าธรรม จะมีมติร่วมรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน เราทั้งสองคนพร้อมเดินหน้าเคียงข้างกับพรรคกล้าธรรมต่อไปนอกจากนี้ “3 สส.สกลนคร” ประกอบด้วย “ชาตรี หล้าพรหม-สิรภพ สมผล-วงศ์อะเคื้อ บุญศล” ก็ออกมาปฏิเสธไม่ได้เป็น “งูเขียว” เช่นกันหรืออย่าง “ณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ” สส.สุพรรณบุรี ที่บอกว่า ตื่นมาเห็นข่าว มีชื่อตนเองเป็น 1 ในกลุ่มงูเขียวก็ตกใจ ยืนยัน ยังทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรม “ผู้กองธรรมนัส” ไปไหน ก็จะไปด้วยขณะที่ “ร.อ.ธรรมนัส” บอกว่าตอนที่ตนเองตามล่าแสงเขียวอยู่ที่ฟินแลนด์ ก็มีคนโทรบอกถึงความเคลื่อนไหวของสส.ในพรรคตลอด ซึ่งในพรรค มีสส. ที่เป็นสายเลือดเก่าแบบ 100% อยู่ 18 คน ที่อยู่ด้วยกันมาตลอดส่วน สส.กลุ่ม “เพื่อนเฉลิมชัย” ตนให้เกียรติที่จะไม่ถามเรื่องนี้ แต่ “เฉลิมชัย” ก็ตอบสื่อมวลชนไปชัดเจนแล้วว่า “ไปไหนไปกัน” จึงไม่ค่อยเป็นห่วงอย่างไรก็ตาม “ผู้กอง” ต้องไม่ลืมว่า คู่หู “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” เคยแหกมติพรรคประชาธิปัตย์ พา16 ส.ส.ประชาธิปัตย์ โหวตเห็นชอบให้ “เศรษฐา ทวีสิน” จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ มาแล้ว โดยสวนทางกับมติพรรคฯที่ให้งดออกเสียงในพรรคกล้าธรรม จะมี “งูเขียว” หรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า “ไปไหนไปกัน” นั้นความหมายอาจไม่ใช่ “ร่วมหัว จมท้าย” ก็ได้website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: