ในตำราการเงินทุกเล่มระบุไว้ชัดเจนว่า ‘เมื่อโลกเกิดวิกฤต หรือเกิดความขัดแย้ง จงกำเงินสดหรือถือทองคำ’ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เหตุการณ์สหรัฐและอิสราเองโจมตีอิหร่านล่าสุด กลับสร้างความแปลกใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้น แต่ราคาทองคำกลับดิ่งสวนทางจากจุดสูงสุด $5,596$ ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาอย่างน่าตกใจเมื่อดอลลาร์กลายเป็นเกราะที่แข็งกว่าทอง?คุณพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ให้ Insight ที่ว่า สิ่งที่เรากำลังเห็นราคาทองระยะนี้ไม่ใช่ขาลงถาวร แต่คือภาวะ ‘กับดักดอลลาร์แข็ง’ ในระยะสั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ช็อกโลก (เช่น ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน) ในช่วงเฟสแรกนักลงทุนจะเทขาย ‘ทุกอย่าง’ แล้วถือเงินสดหรือพันธบัตรสหรัฐก่อน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและกดดันราคาทองคำ แต่ประวัติศาสตร์การเงินระบุว่าสภาวะนี้จะคงอยู่ไม่นาน เมื่อฝุ่นเริ่มตลบน้อยลง ตลาดจะเริ่มแยกแยะได้ว่าสินทรัพย์ไหนคือ ‘ของจริง’ ควรถือในระยะยาว และทองคำมักกลับมาได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง3 ปัจจัยชี้ชะตาราคาทอง ที่นักลงทุนต้องจับตาYLG วิเคราะห์ว่าความผันผวนนี้ขึ้นอยู่กับ 3 ตัวแปรหลักที่นักลงทุนต้องจับตาแบบเรียลไทม์:ทิศทางค่าเงินดอลลาร์: หากดอลลาร์ยังเป็นที่ต้องการในฐานะที่พักเงินหลัก ทองจะยังถูกกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร: แนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนมองว่าการถือทอง (ซึ่งไม่มีดอกเบี้ย) มีค่าเสียโอกาสสูงขึ้นดอกเบี้ยของเฟด: การคาดการณ์ดอกเบี้ยของดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) หากเงินเฟ้อยังพุ่งจากราคาพลังงานจนเฟดไม่ยอมลดดอกเบี้ย ทองคำอาจต้องใช้เวลาพักตัวนานขึ้นแต่หากความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับต่อจนกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดเงิน ทองคำมักจะกับมาได้รับแรงซื้ออย่างรวดเร็วและสามารถพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้แม้ดอลลาร์สหรัฐฯยังแข็งค่า3 ฉากทัศน์ราคาทองคำ เป้าหมาย 83,750 บ.ยังอยู่ที่เดิม1. พักตัวระยะสั้น (Triangle)หากยืน 4,840-4,655 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือ 72,400-69,600 บาทต่อบาททองคำได้ ประเมินว่าการพักตัวอาจเป็นรูปแบบที่ไม่ลึก โดยอาจจะแกว่งตัวออกข้างในรูปแบบ Triangle (มีแนวโน้มมากกว่าที่จะการปรับฐานไม่ลึก แต่จะออกข้างโดยกินเวลาหลายสัปดาห์-หลายเดือน)2. ปรับฐานลึก (Deep Correction)กรณีนี้จะหลุด 4,655 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะปรับฐานลึกขึ้น โดยมีเป้าการปรับตัวลงที่ 4,402-4,210 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 65,850-62,950 บาทต่อบาททองคำ และอาจเป็นจังหวะ ‘Big Buy’ สำหรับนักลงทุนระยะยาว3. ดีดตัวฉับพลัน (V-Shape)กรณีฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ราคาจะทะลุ 5,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 81,050 บาทต่อบาททองคำ เพื่อทดสอบ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็น New High เดิมที่ทำไว้ หรือ 83,750 บาทต่อบาททองคำ‘ติดดอย’ หรือ ‘โอกาสสะสม’ ในราคาที่ถูกลง?YLG ยังคงเป้าหมายปีนี้ที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือ 83,750 บาทต่อบาททองคำ โดยมองว่าปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้สาธารณะทั่วโลกและความไม่แน่นอนทางการเมือง สำหรับนักลงทุนระยะยาว ความผันผวนลักษณะนี้มักถูกมองเป็นจังหวะทยอยสะสมในยุคที่ทองบาทละเฉียดแสน นักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลงทุน ควรใช้โมเดลทยอยสะสม หรือใช้การออมทอง ในแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่เริ่มลงทุนออมได้ตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน สามารถซื้อ-ขายแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว
เจาะลึก ‘ราคาทอง’ ทำไมถึงถูกเทขาย แม้โลกยังเผชิญสงครามตะวันออกกลาง
by
Tags: